การรักษาอาการปวดหลัง และกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา

 การรักษาอาการปวดหลัง และกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา โดยการส่องกล้องแผลเล็กกว่า 1 เซนติเมตร ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องเปิดแผลกว้าง

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่งในผู้ป่วยที่มีปัญหาของระบบกระดูกและข้อ (Orthopedic) โดยสาเหตุมักจะเกิด
จากการใช้งานกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังส่วนเอวที่ผิดวิธี ทำให้เกิดภาวะเสื่อมหรือเคลื่อนของกระดูกสันหลังหรือหมอนรอง
กระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง 
การรักษา

โดยปกติอาการปวดหลังรักษาได้โดยวิธีการพักและรับประทานยา ร่วมกับการทำกายบริหารร่างกายที่ถูกวิธี (Conservative
treatment) ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 95 อาการจะดีขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถรับการรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด อย่างไร
ก็ตามจะมีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 1-3 ที่ยังคงมีอาการปวดมากหรืออาการไม่ทุเลา ไม่สามารถทำงานได้ หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น
ๆ เช่น ขาอ่อนแรง เดินลำบาก กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้ อาการเหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้ว่า ผู้ป่วยควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจ
วินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี
    
ปัจจุบันวิทยาการผ่าตัดกระดูกสันหลังได้รับการพัฒนาจนได้มาตรฐานระดับสูงเป็นที่ยอมรับและแพร่หลายทั้งในระดับ
ประเทศ เอเชีย และระดับโลก ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิคส์ของทุกโรงพยาบาลผ่าตัดด้วยวิธีมาตรฐาน (Standard surgery) ซึ่งเป็น
ที่ยอมรับว่าได้ผลการรักษาที่ดีและปลอดภัย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการรักษาทางเลือกหลาย ๆ วิธี ซึ่งในที่นี้ไม่สามารถ
อธิบายได้ครบ การรักษาทางเลือกเหล่านี้ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการผ่าตัดอันทันสมัยทำให้สามารถให้การรักษาด้วยวิธีที่ไม่
ต้องผ่าตัด หรือผ่าตัดแผลเล็ก 0.9 เซนติเมตร ภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) โดยไม่ต้องดมยาสลบ ประกอบ
กับมีการพัฒนากล้องส่องกระดูกสันหลังขนาดเล็ก 6.9 มิลลิเมตร และล่าสุดขนาด 2 มิลลิเมตร ทำให้การผ่าตัดเล็กลงมาก ผู้ป่วย
จะได้รับการพักฟื้นสังเกตอาการ 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้ด้วยวิธี Selective Nerve Root Block หรือ 1-2 วัน (1 คืน)
ด้วยวิธี Percutaneous Full Endoscopic Lumbar discectomy (PELD) ภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่การรักษาอาการปวดหลัง
ด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด   (Selective Nerve Root Block)
    
ภาวะปวดหลังเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดอาการหนึ่งในผู้ป่วยทั่วไป ทั้งนี้สาเหตุอาจเกิดได้จากโรคต่าง ๆ เช่น หมอนรองกระดูกสัน
หลังทับเส้นประสาทขา กระดูกสันหลังเสื่อมตีบแคบทับเส้นประสาทขาในผู้สูงอายุ ในโรคเหล่านี้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลัง ขาชา
ขาอ่อนแรง เดินลำบาก
 ในบริเวณขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 95 สามารถรักษาได้
โดยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การใช้ยาลดการอักเสบ การทำกายภาพบำบัด ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงท่าทางในชีวิตประจำวัน ซึ่ง
การรักษาเหล่านี้ได้ผลในผู้ป่วยส่วนมาก แต่อย่างไรก็ตามจะมีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่อาการปวดหลังไม่ดีขึ้นจากการรักษาดังกล่าวข้าง
ต้น ทำให้แพทย์ต้องพิจารณาผ่าตัด แต่ผู้ป่วยบางรายอาจอยู่ในภาวะไม่พร้อมทางร่างกายหรือไม่ยินดีเข้ารับการผ่าตัด ทำให้ไม่
สามารถรักษาอาการปวดหลังได้เป็นเหตุให้ผู้ป่วยต้องทนต่ออาการเจ็บปวดและทรมานจากอาการปวดหลัง 
    
ซึ่งในปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง (Selective Nerve Root Block) เป็นวิธีที่สามารถทำให้
ผู้ป่วยลดอาการเจ็บปวดได้ถึงร้อยละ 70-80 ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งก่อนที่จะเลือกเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ผู้ป่วย
ส่วนใหญ่ที่ได้ผลการรักษาดีและพึงพอใจในการระงับความเจ็บปวดจากการทำวิธีนี้อาจหลีกเลี่ยงการรักษาโดยการผ่าตัดได้ โดย
แนะนำวิธีนี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงสูงหากมีการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอันได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
ชนิดต่าง ๆ ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยารุนแรงหลายชนิด
    
อาการที่สามารถเข้ารับการรักษาโดยการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง ได้แก่
  1.มีอาการปวดหลัง
  2.โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีอาการปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง (Herniated disc)
  3.โรคกระดูกสันหลังเสื่อมทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือปวดขา ชาขาทั้งสองข้าง (Lumbar stenosis)
  4.ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ปวดขาจากโรคต่าง ๆ เช่น เนื้องอก ผู้ป่วยมะเร็งกดทับเส้นประสาท วิธีนี้จะช่วยผู้ป่วยบรรเทาอาการ
เจ็บปวดได้มาก และอาจลดปริมาณยาที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้
  5.ผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดบริเวณกระดูกสันหลังแล้วอาการดีขึ้นไม่มาก ยังคงมีอาการอักเสบ อาการปวดหลังเหลืออยู่หลัง
การผ่าตัด

วิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง (Selective Nerve Root Block)
  1.เป็นการใช้ยาฉีดเฉพาะที่ ผู้ป่วยไม่ต้องดมยาสลบหรือระงับความรู้สึกทางประสาทไขสันหลัง
  2.ใช้เครื่องมือเอกซเรย์นำร่องเพื่อบอกตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำในห้องผ่าตัดใช้ เวลาประมาณ 20 นาที
  3.ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวหรือเดินได้ทันทีหลังการฉีดยาระงับปวดเสร็จ
  4.หลังทำวิธีนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ยกเว้นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ
อย่างน้อย 1 วัน

ผลการรักษา
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการปวดหลัง, ขาชา ร้อยละ 80 จะดีขึ้นภายใน 1-3 วัน หลังได้รับการฉีดยาโดยวิธีนี้ และแพทย์จะใช้เวลา
ติดตามผลการรักษาต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยร้อยละ 20 ที่อาการยังไม่ดีขึ้นชัดเจน อาจพิจารณาฉีดยาระงับปวด
ซ้ำได้ เนื่องจากความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัด แต่หากติดตามแล้วอาการปวดหลังไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด
ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง หรือผ่าตัดด้วยวิธีอื่นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วย
แต่ละราย
    
กล่าวโดยสรุป วิธีการรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลังเป็นวิธีที่ปลอดภัยได้ผลดี ไม่ต้อง
ผ่าตัดหรือดมยาสลบ สามารถใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการระงับอาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ  ดังกล่าวข้างต้น
    
ข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์ธเนศ วัฒนะวงษ์ หน่วยกระดูกสันหลัง ภาควิชาออร์โธปิดิคส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล
รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.

 

นพ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์