ขนาดตัวอักษร :  
  บันทึกหน้านี้เป็นรายการโปรด

  บทความทางการแพทย์  >
 
 การตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น ด้วยวิธีส่องกล้อง 

1.การตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ด้วยการส่องกล้อง

 การปฏิบัติตัวสำหรับผู้เข้ารับการตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยการส่องกล้องตรวจ
เมื่อรับประทานอาหาร อาหารจะถูกย่อยในกระเพาะอาหารและถูกดูดซึมในลำไส้เล็กแล้ว เศษอาหารจะเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ มีความยาวประมาณ 5 ฟุต ลำไส้ใหญ่ไม่มีหน้าที่ดูดซึมอาหาร ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำจากลำไส้เล็ก ทำให้กากอาหารมีลักษณะแข็งและผ่านเข้าสู่ทวารหนักก่อนขับออกจากร่างกาย

 วิธีการตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยกล้องส่องตรวจมี 2 ชนิด
  1.ชนิดโลหะ (Sigmoidoscopy, Proctoscope) ท่อโลหะกลวงเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. ยาว 25 ซม. ใช้ส่องกล้องตรวจทางทวารหนัก
  2.ชนิดพิเศษ (Colonoscope, Flexible Sigmoidoscope) ท่อขนาดเล็กโค้งงอได้ ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสง ส่งภาพไปยังจอรับภาพ มองเห็นภาพการตรวจได้

artical_colorac007_01 วิธีการส่องกล้องตรวจ ควรทำในผู้ที่มีอาการ ดังนี้
ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียและอุจจาระมีเลือดปน เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมา มีเลือดออก มีอาการแน่นท้อง ท้องอืดเหมือนมีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย

 การเตรียมตัวก่อนตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด
   1.งดอาหารมีเส้นใยหรือผัก 1-2 วัน ก่อนมารับบริการตรวจ
   2.รับประทานยา เพื่อระบายอุจจาระออกให้หมดจากลำไส้ใหญ่ เพื่อแพทย์จะได้มองเห็นได้ชัดเจน
   3.ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดยาให้หลับและไม่รู้สึกตัว ขณะได้รับการตรวจ
   4.ควรมีญาติมาด้วย
   5.ถ้ามีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

 ขั้นตอนการตรวจด้วยกล้อง
   1.ผู้ที่ถูกตรวจนอนตะแคงซ้าย ก้นชิดติดเตียงตรวจงอเข่าชิดอก แพทย์จะใส่กล้องตรวจเข้าทางทวารหนัก การตรวจวิธีนี้จะไม่เจ็บปวดและต้องวางยาสลบ
   2.ถ้าพบสิ่งผิดปกติแพทย์จะตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา

 สิ่งผิดปกติที่ตรวจพบได้จากการส่องกล้อง
    ริดสีดวงทวาร
    ลำไส้อักเสบ
    ติ่งเนื้อ (Polyp)
    ถุงโป่งจากลำไส้ใหญ่
    เนื้องอก


 อาการที่พบได้ภายหลังการส่องกล้องตรวจ
แน่นอึดอัดท้อง จะทุเลาลงเมื่อได้ผายลม เจ็บบริเวณทวารหนักหรือท้องน้อย อาการจะทุเลาและหายไป

 การปฏิบัติตัวภายหลังการตรวจด้วยการส่องกล้อง
1.สังเกตอุจจาระ อาจมีเลือดปนบ้างเล็กน้อย ถ้ามีเลือดออกมากผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์
2.ถ้ามีอาการผิดปกติ ปวดท้องมาก ท้องแข็ง ให้รีบมาพบแพทย์ทันที
3.ให้มาพบแพทย์ ตามวันเวลาที่แพทย์นัด

2.การตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น ด้วยการส่องกล้อง

 การปฏิบัติตัว สำหรับผู้เข้ารับการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้นด้วยกล้องส่องตรวจ
ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น สามารถวินิจฉัยได้ด้วยวิธีการส่องกล้องตรวจ ซึ่งจะสามารถทราบได้ว่ามีความผิดปกติอย่างไร, ส่วนไหนของทางเดินอาหารส่วนต้นซึ่งประกอบด้วยหลอดอาหาร, กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

 การเตรียมตัวก่อนตรวจ
   1.ควรงดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมง ก่อนมาตรวจเป็นการเตรียมกระเพาะอาหารให้ว่างไม่มีเศษอาหาร เพื่อป้องกันการสำลักเศษอาหารลงไปในปอด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปอดอักเสบได้และเพื่อให้ผลการตรวจมีประสิทธิภาพ
   2.ถ้ามีฟันปลอมชนิดถอดได้ ควรถอดออกก่ออน
   3.ควรมีญาติมาด้วย
   4.ถ้ามีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ

 วิธีการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น (Esophagogastro Duodenoscopy-EGD)
กล้องที่ใช้ส่องตรวจจะมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กปรับโค้งงอได้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ยาว 100 ซม. ที่ปลายกล้องมีเลนส์ขยายภาพและปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงเพื่อทำการส่งภาพมายังจอรับภาพ

artical_colorac007_02 ขั้นตอนการตรวจด้วยกล้องส่อง
1.ผู้รับการตรวจจะได้รับการพ่นยาชาเฉพาะที่บริเวณลำคอ
2.ผู้รับการตรวจต้องนอนตะแคงซ้าย
3.แพทย์จะใส่กล้องส่องเข้าทางปากโดยผู้รับการตรวจต้องช่วยกลืนซึ่งจะทำให้การส่องกล้องง่ายขึ้น
4.ขณะตรวจอาจมีน้ำลายไหลออกมา พยาบาลจะทำการดูดน้ำลายให้เป็นระยะๆ เพื่อที่น้ำลายจะไม่ไหลเข้าไปในปอด

 ผู้ใดบ้างควรได้รับการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น
ผู้ที่อาการกลืนอาหารลำบาก, กลืนติดหรือกลืนแล้วมีอาการเจ็บ มีอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระดำ, มีอาเจียนมากหลังรับประทานอาหาร, มีอาการปวดท้องจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ เป็นๆ หายๆ อยู่บ่อยๆ หรือรับประทานยารักษากระเพาะอาหารอักเสบ แต่อาการไม่ทุเลาหรือมีน้ำหนักลด, ท้องเสียเป็นประจำเป็นต้น ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้อย่างหนึ่งอย่างใด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ

 วัตถุประสงค์ของการส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนต้น
   1.เพื่อการวินิจฉัยโรคในหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เช่น มีการอักเสบเป็นแผล มีเนื้องอกหรือมีการตีบตันของอวัยวะเหล่านี้
   2.เพื่อรักษาโดยการใส่เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางกล้องส่องตรวจ เช่น เครื่องมือขยายหลอดอาหาร, อุปกรณ์ตัดติ่งเนื้อในกระเพาะอาหาร, อุปกรณ์ฉีดยาหรือรัดหลอดเลือดโป่งพองของหลอดอาหาร และอุปกรณ์สำหรับทำให้เลือดหยุดในกรณีที่มีแผลเลือดออก ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น

 การปฏิบัติตนหลังการส่องกล้องตรวจ
   1.นอนพักเพื่อสังเกตอาการผิดปกติ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
   2.ห้ามดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารจนกว่าคอจะหายชา เมื่อหายชาแล้ว ให้ทอลองจิบน้ำถ้าไม่สำลักจึงดื่มน้ำได้
   3.สังเกตน้ำลายที่บ้วนออกมาอาจมีเลือดปนเล็กน้อยแต่ถ้ามีเลือดออกมามากผิดปกติให้รายงานแพทย์
   4.หลังจากตรวจอาจมีอาการเจ็บบริเวณลำคอ
     4.1 ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรืออาหารร้อน
     4.2 ควรรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนรสไม่จัด
     4.3 ออกกำลังกายหรือทำงานตามปกติ
   5.ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น มีอาการปวดมากบริเวณลำคอ หน้าอก ท้อง หายใจลำบาก มีไข้สูง ควรรีบมาพบแพทย์
   6.มาพบแพทย์ตามวันและเวลานัด
 

 

 บทความโดย นพ.จักรพันธ์ โอแสงธรรมนนท์ 


 พิมพ์หน้านี้    ส่งหน้านี้ให้เพื่อน  
    (1)