หน้าที่ของหมอหัวใจก็คือ ทำให้คนไข้หายเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอาการเจ็บหน้าอกนั้นเกิดจาก
ความผิดปกติของหัวใจ เพราะถ้าหัวใจผิดปกติ อวัยวะระบบอื่นๆ ก็จะแย่ตามไปด้วย
วิธีการรักษาอาการเจ็บหน้าอกนั้นมีหลายวิธีครับ ซึ่งก็คงจะต้องเริ่มตั้งแต่วินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าอาการเจ็บที่ ว่านั้นมาจากหัวใจ...หรือไม่ ก็ตั้งต้นด้วยการซักถามอาการให้ละเอียด ตรวจร่างกาย เจาะเลือด ตรวจคลื่น
ไฟฟ้าหัวใจ ตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ตรวจคลื่นสะท้อนความถี่สูง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
และสำหรับคนไข้บางคน อาจจะฉีดสีดูสภาพของหลอดเลือดหัวใจ ก่อนที่จะพิจารณาว่าควรจะขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนหรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหัวใจดี!!!

ทำเป็นขั้นเป็นตอน มากบ้างน้อยบ้างต่างกันออกไป ไม่จำเป็นต้องรีบด่วน (หมอที่ดีและคนไข้ที่น่ารัก จะไม่ข้ามขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของคนไข้แต่ละคนเหมือนกัน) โดยทั่วไปแล้ว ทั้งหมอและคนไข้มีเป้าหมายตรงกันคือ ทำให้อาการเจ็บหน้าอกหายไป และไม่มีคนไข้เสียชีวิตจากโรคนี้
ที่ต้องทำการตรวจมามากมาย แทนที่จะให้แค่ยารักษาอาการเจ็บหน้าอกเท่านั้น ก็เนื่องจากอาการเจ็บหน้าอกจากหลอดเลือดหัวใจที่ตีบนั้น บางครั้งแค่ให้ยาบรรเทาอาการอาจจะไม่พอ เพราะหลอดเลือดที่ยังตีบอยู่จะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้!
แต่ทุกอย่างก็ไม่แน่นอนครับ ไม่ว่าหมอจะรักษาอย่างไร จะมีคนไข้กลุ่มหนึ่งที่หลอดเลือดหัวใจที่ตีบ เป็น
หลอดเลือดเล็กๆ ไม่เหมาะสมกับการทำบอลลูนหรือผ่าตัด หรือแม้แต่จะทำบอลลูนขยายหลอดเลือดใสขด
ลวดถ่างหลอดเลือดไว้แล้ว หรือแม้กระทั่งผ่าตัด ทำทางเบี่ยง(บายพาส) ให้หลอดเลือดหัวใจแล้วก็ตาม คนไข้บางคนก็ยังกลับมามีอาการเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยได้ใหม่ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะการที่หลอดเลือดหัวใจ
ตีบเป็นมากขึ้นก็เป็นไปได้ หรือมีการตีบในหลอดเลือดเส้นใหม่ หรือเส้นที่ทำการผ่าตัดหรือบอลลูนไว้แล้วก็ได้
ในอดีตที่ผ่านมา ถ้าเจอคนไข้กลุ่มนี้ หมอก็ต้องกลับมาดูกันว่าจะรักษาอาการเจ็บหน้าอกหรืออาการเหนื่อยที่กลับมาเป็นใหม่ได้อย่างไร บางคนต้อง
ทำบอลลูนซ้ำ หรือหนักไปกว่านั้นคือผ่าตัดซ้ำ ร่วมไปกับการรับประทานยาย ซึ่งก็แล้วแต่ว่าหลอดเลือดที่เป็น
โรคมีลักษณะอย่างไร
แต่ทุกวิธีการดังกล่าวก็เป็นวิธีแบบ invasive (มีความเสี่ยง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดที่ต้องเปิดทรวงอก
ผ่ากันอีกครั้ง คนไข้ส่วนใหญ่มักจะลังเล (เช่นเดียวกับหมอ) เพราะความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!!
น่าดีใจที่ปัจจุบันมีวิธีการรักษาคนไข้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกดังกล่าว (ที่เส้นเลือดไม่เหมาะสมต่อการผ่าตัด
หรือทำบอลลูน) ซึ่งสามารถทำให้คนไข้หายจากอาการเจ็บหน้าอก(หรือทุเลาลง) ได้ถึงรอยละ ๗๐-๘๐ และมีการใช้ยาอมใต้ลิ้นหรือยาพ่นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกลดลงได้อย่างชัดเจนอีกด้วย การรักษาแบบนี้ไม่ได้ทำให้หลอดเลือดที่ตีบหายตีบไป!!! แต่ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ โดยที่
ทำให้เกิดหลอดเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มมากขึ้น
การรักษานี้ผมตั้งชื่อเองว่า เครื่องนวดหัวใจ ฝรั่งเรียกเครื่องนี้ว่า Enhanced External Counterpulsation
หรือ EECP เครื่องมือนี้ได้รับการประดิษฐ์ครั้งแรกเมื่อ ๕๐ ปีก่อน ได้รับการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จากประเทศจีน จนล่าสุดได้รับการวิจัยผลเป็นที่รับรองในอเมริกาและยุโรปและมีการนำไปใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจในสหรัฐอเมริกา
ตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๙๒
เครื่องนี้ทำงานโดยการปั๊มลมจากเครื่องเข้าสู่แถบรัดที่พันอยู่รอบขาทั้งสองข้างในขณะที่คนไข้นอนพักอยู่
บนเตียง การปั๊มลมเข้าจะทำตามจังหวะการเต้นของหัวใจ โดยจะเริ่มบีบ(นวด) จากปลายขา บริเวณน่อง ต้นขา
และสะโพกตามลำดับ ในช่วงที่หัวใจคลายตัว(ซึ่งเป็นช่วงที่เลือดไหลกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากที่สุด)ทำ
ให้เพิ่มปริมาณเลือดที่ ไปเลี้ยงหัวใจมากขึ้นก็ได้
และแถบรัดนี้จะคล้ายตัวออกก่อนหัวใจบีบตัวฉีดเลือดออกจากหัวใจ เพื่อทำให้มีการขยายตัวของหลอด
เลือดส่วนปลาย หัวใจจึงทำงานได้เบาลง ไม่ต้องการออกซิเจนและเลือดมากนัก
คำว่า External แปลว่าภายนอก บ่งว่าการรักษาแบบนี้เป็นการรักษาที่ทำกับร่างกายจากภายนอก จึงมีอันตรายน้อยมาก ผลข้างเคียงที่พบบ่อยปละรุนแรงที่สุดคือ เป็นรอยผื่น หรือแผลถลอกที่เกิดจากแถบรัด!!
คนที่สามารถรักษาด้วยเครื่องนี้คือ (ไม่ใช่คนขี้เมื่อยนะครับ!!!)
- มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- ยังมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหรือเหนื่อยจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่ได้รับยาเต็มที่ หรือได้รับ
การขยายหลอดเลือดหัวใจ ใส่ขดลวดหรือทำการผ่าตัดยาบพาสมาแล้ว
- ไม่สามารถ (หรือคนไข้ไม่อยาก!!!) ทำการรักษาด้วยวิธีการขยายหลอดเลือดหรือทำบายพาสได้ เนื่องจากสภาพร่างกายหรือสภาพหลอดเลือดไม่เหมาะสมกับการรักษา
- มีภาวะหัวใจล้มเหลวจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือกล้ามเนื้อผิดปกติ
คนไข้เหล่านี้เมื่อได้ใช้ เครื่องนวด แล้วพบว่าที่หัวใจจะเกิดมีแขนงหลอดเลือดฝอยต่างๆ ไปเลี้ยงกล้าม
เนื้อหัวใจมากขึ้น และยังมีผลดีที่เกิดกับหัวใจคล้ายๆ กับผลดีที่ได้จากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ในหลายๆ รายพบว่าระบบการทำงานที่เกี่ยวข้องกับหัวใจดีขึ้น และในรายที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว การใช้เครื่อง นวดนี้ก็จะทำให้การสูบฉีดเลือดของหัวใจเป็นไปได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องใช้แรงบีบตัวมากนัก เรียกว่าทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหายเมื่อยได้ก็แล้วกัน!!
แต่เครื่อง นวด นี้ไม่ทำให้ใครที่ปวดที่เมื่อยตามแขนตามขาหรือหลัง คอ และไหล่ หายเมื่อยได้นะครับ!!
มีคนไข้ผู้ชายอายุประมาณ ๗๐ ปีเศษๆ เคยได้รับผ่าตัดทำบายพาสเพื่อตัดต่อรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบ
ตันเมื่อ ๖-๗ ปีก่อน กลับมาหาผมอีกครั้งด้วยเรื่องอาการเหนื่อยง่าย และบางครั้งอึดอัดหายใจลำบากเวลาออกแรงหลังอาหารหรือเดินขึ้นบันได เมื่อมาตรวจฉีดสีดูก็พบว่าหลอดเลือดที่ใช้ทำบายพาสไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อนตีบตันไปเกือบหมดแล้ว แถมมีกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงเนื่องจากมีกล้ามเนื้อหัวใจตายเกิดขึ้นจากการที่มีเส้นเลือดตีบตัน ลักษณะของหลอดเลือดทำบอลลูนก็ไม่ได้ จะผ่าตัดคนไข้ก็ไม่ยอมบอกว่าเข็ดแล้วเรื่องเจ็บตัวจากการทำบายพาสหนก่อน แล้วกว่าจะฟื้นตัวก็ก็ใช้เวลาหลายเดือน
ผมได้อธิบายเรื่องเครื่อง นวดให้คนไข้ฟัง เพราะคิดว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งร่วมกับการใช้ยาและควบคุมปัจจัยเสี่ยงแทนการออกกำลังกาย
คนไข้ขอกลับบ้านเพื่อไปเตรียมตัว เพราะเวลามาใช้เครื่องนี้ต้องขับรถไปมาโรงพยาบาลทุกๆ วัน
วันละ ๑ ชั่วโมง เพื่อรักษาอยู่ในคอร์สรวมแล้วเกือบ ๒ เดือนครับ
จากหนังสือ... ครอบครัวหัวใจแข็งแรง
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์
|