ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่

PERFECTHEART TOPIC
โรคหัวใจสำคัญอย่างไร?
ความรู้ทางการแพทย์
FAQs
แนะนำแพทย์
Contact Us

กลั้นใจ (1)

     คงต้องมีสักวันที่คนเราต้อง “กลั้นใจ” ทำอะไรสักอย่าง

     อย่างเช่น คุณวรรณ ที่เธอพาร่างอันเกินท้วม(ไปมาก) มาหาผมตามนัด พร้อมกับรอยยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ

     เมื่อเปิดแฟ้มผู้ป่วย เห็นน้ำหนักที่พยาบาลผู้ช่วยลงบันทึกไว้ให้ว่า ๘๖.๕ กิโลกรัม!!! (ซึ่งเกินไปมากกับความสูง ๑๖๒ เซนติเมตร) ผมกำลังจะเอ่ยปาก (ด้วยความรักและห่วงใย) ถึงน้ำหนักที่เกินอยู่มากแต่อดใจ (หรือกลั้นใจ) ไว้ได้ พลิกแฟ้มประวัติย้อนหลังกลับไปดูเมื่อ ๑ เดือนที่แล้ว ปรากฏว่าน้ำหนักเธอเมื่อเดือนที่แล้ว ๙๑ กิโลกรัม!

     “ โอ้โห ไปทำอะไรมาครับเนี่ย หายไปตั้งหลายกิโล” (โชคดีจริงๆ ที่ผมไม่ทันเอ่ยปากตำหนิถึงน้ำหนักเธอไปซะก่อน ของอย่างนี้มันต้องคิดในแง่ดี (positive thinking) ไม่ใช่คิดแต่แง่ลบ (negative thinking) โดยตำหนิอย่างเดียว “ความดันโลหิตก็ดีขึ้นด้วยนะครับ...ไม่น่าเชื่อเลย!!”

     “โอ้ย! แทบตายแน่ะค่ะ กลัวว่ามาเจอคุณหมอครั้งนี้จะโดนว่าอีก ดิฉันก็เลยทำตามที่คลินิกลดน้ำหนักแนะนำ รู้ไหมคะ แทบจะ ‘กลั้นใจ’ ตาย...วันๆ หนึ่งต้องต้องจดละเอียดยิบว่ารับประทานอะไรบ้างถึงได้รู้ว่าเรารับประทานเยอะมาก เดี๋ยวนี้จะหยับอะไรเข้าปากก็กลัวไปเสียหมดของอร่อยๆ ที่เคยชอบก็อด (ไว้บ้าง-หมอคิด) แล้วยังต้องไปเดินออกกำลังกายอีก แต่ตอนนี้คุ้นแล้วคะ รู้สึกดีด้วย วันไหนไม่ได้ออกกำลังกาย รู้สึกหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำไป”

     เห็นไหมครับ การ “กลั้นใจ” บางครั้งก็ได้ประโยชน์ แต่การกระทำบางอย่าง เมื่อมีการกลั้นใจก็จะก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัด

     อย่างคนไข้อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ ๖๕ ปี มีโรคประจำตัวหลายโรค ตั้งแต่เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และอ้วน ไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อย วิ่งสายพานตรวจสมรรถภาพหัวใจ พบว่ามีความผิดปกติที่บ่งชี้ว่าอาจจะมีหัวใจขาดเลือดระดับปานกลาง ผมแนะนำให้ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูหลอดเลือดหรือฉีดสีดูหลอดเลือด คนไข้ขอตัดสินใจก่อน เพราะปกติแล้ว(เธอคิดว่า) แข็งแรงดีเล่นกอล์ฟได้ เพียงแค่หลังจากที่ไปช่วยคนที่บ้านย้ายเฟอร์นิเจอร์ เกิดเจ็บหน้าอกกะทันหัน หน้ามืดจะเป็นลม ญาติจึงพาส่งโรงพยาบาล

     เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้บ่อยทีเดียว คนไข้ไม่น้อยที่เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบตอนที่ยกของหนัก (เช่นยกเฟอร์นิเจอร์ในคนไข้รายนี้) หรือตอนเบ่งถ่าย ในต่างประเทศเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้บ่อย ในหน้าหนาวที่ต้องมีการขุดหิมะ ทั้งหนาวด้วย ใช้แรงในการขุดหิมะด้วย อาการหัวใจกำเริบได้ จนแพทย์ต้องออกมาเตือนผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจให้ระมัดระวังการกระทำดัง
กล่าว หรือพวกที่เดินทางต้องถือกระเป๋าหนักๆ ออกมาจากสายพานกับกระเป๋า

     ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น...นี่คือตัวอย่างหนึ่งของการ “กลั้นใจ” ที่ไม่เป็นผลดีต่อระบบหัวใจและหลอเลือดของเรา การยกของหนัก การไอ การเบ่งขณะที่เรากระทำกิริยาดังกล่าว จะต้องมีการ “กลั้น(ลมหาย)ใจ” อาจจะลองทดสอบดูง่ายๆ เวลาที่เราจะไอเราต้องหายใจเข้าเสียก่อนแล้วตามมาด้วยการ “กลั้น(ลมหาย)ใจ” ก่อนที่จะปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเร็วและแรง(คือการไอ)นั่นเอง!

     สิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับที่เรา “กลั้น(ลมหาย)ใจ” ก็คือ ความดันในช่องทรวงอกและช่องท้องจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน และหลอเลือดดำที่นำเลือดกลับไปสู่หัวใจถูกกดจากแรงดันที่เพิ่มขึ้น ผลคือเลือดกลับไปสู่หัวใจลดลง จึงทำให้อาการหัวใจขาดเลือดกำเริบขึ้นได้ และหลังจากการ “กลั้น(ลมหาย)ใจ” นั้นแล้ว เช่น เมื่อหยุดเบ่งถ่าย (เวลาท้องผูกมากๆ) ความดันที่เพิ่มขึ้นสูงจะลดลงทันที ซึ่งส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง จึงเกิดอาการหน้ามืดจะเป็นลมได้

     อาการ “กลั้นใจ” ดังกล่าวจึงเป็นอันตรายต่อหัวใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เช่นเดียวกับการยกน้ำหนักขณะออกกำลังกาย เช่นเดียวกัน ต้องทำให้ถูกต้องไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาจากการกลั้นใจขณะยกน้ำหนักได้

     ดังนั้น คุณหมอหัวใจมักจะต้องถามผู้ป่วยอยู่เสมอๆ นอกเหนือไปจากเรื่องหัวใจ เช่น นอนไม่หลับ ท้องผูกหรือป่าว ถ้าท้องผูกก็ต้องแนะนำหรือให้ยาระบาย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะไม่อยากให้เกิดการ “กลั้นใจ” จนเป็นปัญหาต่อหัวใจที่รักของเราได้

     นอกจากนี้นะครับ การออกกำลังกายที่ถูกวิธีนั้นจะต้องหายใจให้ถูกจังหวะ การออกกำลังต้องมีการบริหารที่ต้องยืดและผ่อนกล้ามเนื้อ (stretching) ก่อน การยกน้ำหนักเบาๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนั้น การหายใจ (และการกลั้นใจ) ที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก!!

     คนไข้โรคหลอดเลือดหัวใจตีบมักชอบกลั้นใจผิดๆ อยู่หลายเรื่อง เช่น บางคนอาจมีอาการเหนื่อยหรือแน่นหน้าอกเกิดขึ้นขณะที่เดินขึ้นบันใดหรือขึ้นเนินก็มักจะกลั้นใจเดินต่อ เพื่อให้ขึ้นไปให้ถึงข้างบนตามจุดหมาย โดยไม่พักเสียทันทีในขณะที่มีอาการแน่นหน้าอก!!

     การกลั้นใจแบบนี้ตายมาหลายรายแล้วครับ!?!?

     อีกคน มีอาการแน่นหน้าอก จุกที่ลิ้นปี่หลังรับประทานอาหารค่ำ กลั้นใจรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร นั่งพักแล้วก็ไม่หาย จึงกลั้นใจ (ทำใจ) เข้าไปนอน คิด(เอาเอง)ว่าถ้าพรุ่งนี้ยังมีอาการอยู่อีกจึงจะไปหาหมอ!!

     กลั้นใจแบบนี้ก็ได้หลับสบายตลอดไป ไม่ตื่นมาพบหมอ...แล้วเหมือนกัน!!!


  
   
จากหนังสือ... ครอบครัวหัวใจแข็งแรง
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์