ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่

 

ทำให้ผู้หญิงเข้าใจผิด

                เมื่อนึกย้อนไปในอดีต ผมได้ทำคนไข้หัวใจผู้หญิงหลายๆคน เข้าใจผมผิดอย่างมาก
                ผมได้พบคนไข้ทั้งผู้หญิงปละผู้ชายในจำนวนที่ไล่เลี่ยกัน แต่เฉพาะคนไข้ที่เป็นผู้หญิง ทั้งสาวน้อย...สาว(แก่)ใหญ่...โสด...ม่าย...แม่บ้าน...หรือคนทำงาน...หลาย ๆ คนเข้าใจผมผิดโดยที่ผมไม่ได้เจตนา(จริง ๆ)
                เพียงแค่เวลานั่งมองตาคุยกันในห้อง ผมจะใช้คำพูดเรื่อย ๆ (ไม่เปื่อย) ที่ฟังง่าย..ไม่น่ากลัว..พูดไปยิ้มไป..จองมองดูหน้าผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ อย่างไม่กะพริบตา...ดูว่าแววตาเธอตอบสนองผมอย่างไร
               บางคน..เวลาผมไม่ค่อยมีเวลามากนักก็จะต้องพูดไปจับมือเธอไป(ใช้เวลาทุกวินาทีให้เป็นประโยชน์) ในห้องตรวจซึ่งแอร์เย็นเฉียบ ทั้งมือคนจับและคนถูกจับเย็นทั้งคู่ ไม่รู้ว่าใครเย็นกว่ากัน แต่ขณะที่จับมือผมอยู่ก็ต้องพยายามเล่าเรื่องหัวใจให้เธอเหล่านั้นฟัง...ฟูดช้า ๆ ชัด ๆ ให้ฟังดูไม่น่าหลัว ส่วนใหญ่แล้วเมื่อดูแววตาทุกคนกลัวเกือบทั้งสิ้น เพื่อให้คลายความกลัว...ผมจึงยิ้มให้บ่อยมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
                และเมื่อมาคิดย้อน...สงสัยอันนี้แหละ ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนเข้าใจผมผิด...
                บางครั้งถ้ามีเวลามากหน่อย แทนที่จะนั่งคุยไป จับมือไปด้วย ผมก็ขอให้เธอขึ้นบนเตียง(ตรวจ) แล้วเอามือกดที่หน้าขา(แข้ง) พร้อม ๆ กับถามเรื่องของหัวใจเธออีก และเมื่อเสร็จจากการดูขา(แข้งและเข่า) แล้ว ก็ต้องให้เธอปลดกระดุมเสื้อออกเพื่อที่จะได้ดูให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น
                ขอให้เธอนอนตะแคงซ้ายทีขวาทีเพื่อให้แน่ใจว่า...ผมไม่พลาดอะไร หลังจากนั้นจึงขอให้เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง พร้อม ๆ กับพยุงให้เธอกลับมาที่นั่งตามเดิม และเล่าให้เธอฟัง สรุปไปว่า...ผมคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด
                ตรงนี้แหละที่ทำให้ผู้หญิงเข้าใจผมผิดมากยิ่งขึ้น
                หมอที่มีคนไข้ผู้หญิงที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจมาหานั้น เมื่อได้ฟังประวัติอาการ (ซึ่งต้องฟังอย่างตั้งใจ จึงต้องจ้องมองคนไข้ ตาไม่กระพริบ) และตรวจร่างกาย (ก็จับชีพจรขณะที่จับมือเธอนั่นแหละครับ) หรือตรวจดูว่ามีเรื่องหัวใจล้มเหลวจากการกดที่หน้าแข้ง เพื่อดูว่าบวมหรือไม่ และฟังเสียงการเต้นของหัวใจ(ก็ตอนที่ปลดกระดุมเสื้อออก) ตรวจดูการไหลเวียนของเลือดส่วนปลาย(ขณะที่จับชีพจรใต้เข่าและหน้าขา) รวบรวมข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะให้คำวินิจฉัยว่า “คุณผู้หญิงเหล่านั้นเป็นเป็นโรคหัวใจหรือไม่”
                เมื่อก่อนนี้เราคิดว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ชาย คนไข้ผู้หญิงหลาย ๆ คนมักจะมาด้วยอาการที่ไม่ค่อยเหมือนอาการโรคของหัวใจนัก (เคยบอกแล้วว่าหัวใจผู้หญิงนี้ยากแท้หยั่งถึง) หลาย ๆ ครั้งที่มักจะสรุปไปว่า ผู้หญิงที่มาด้วยอาการแปลก ๆ เช่น เจ็บแปลบ ๆ หรือเสียวหน้าอก (ที่เดียวเท่านั้น) ไม่ได้เป็นโรคหัวใจเพราะก่อนหน้านี้เราคิดว่าผู้หญิงนั้นมีโอกาสเป็นโรคหัวใจไม่มาก
                ผมจึงมักจะบอกคนไข้ผู้หญิงไปว่า...”ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยเป็นโรคหัวใจ”
                แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ ความผิดของผมเอง เช่น ผมควรจะพูดว่า...
                “ผู้หญิงนั้นมีโอกาสเป็นโรคหัวใจช้ากว่าผู้ชาย”...เท่านั้นเอง
                คนไข้ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาจะมีอายุ 50,60 หรือ 70 ปีขึ้นไป (จึงต้องพยุงกลับจากเตียงมานั่งที่เดิมนั่นเอง) คนไข้เหล่านี้มีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจไม่ได้น้อยไปกว่าผู้ชายเลย จะแตกต่างกันที่ว่า…
                …ผู้หญิงเป็นโรคหัวใจช้ากว่าผู้ชาย
                ...ผู้หญิงเป็นโรคหัวใจนั้น จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ชาย
                ...ผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจ รักษาให้หายได้ยากกว่า
                ...และเมื่อเป็นโรคหัวใจแล้ว ผู้หญิงก็มักจะเสียชีวิตได้มากกว่าผู้ชาย
                เมื่อตอนต้นปี(2547)ผมอ่านพบรายงานการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคหัวใจ และผู้หญิงจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ชายที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง ในขณะที่ในผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองตีบ แนวโน้มของผู้หญิงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากว่าประชากรมีอายุสูงขึ้น เบาหวานและโรคอ้วนรมทั้งภาวะผิดปกติของระดับไขมันนั้น (ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่รุนแรงต่อการเกิดโรคหัวใจ) พบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในประเทศสหรัฐอเมริกา
                ที่เป็นปัญหามากก็คือว่า ในการศึกษาผลของการรักษาโรคหัวใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา การขยายหลอดเลือดหรือว่าผ่าตัด จะมีจำนวนคนไข้ที่เป็นผู้หญิงที่อยู่ในการศึกษาเหล่านั้นน้อยมาก ๆ เพียงประมาณร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 20 กว่า ๆ เท่านั้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่า การรักษาต่าง ๆ เหล่านั้นที่ว่าเป็นผลดีต่อคนไข้ จะเกิดผลดีกับคนไข้ผู้หญิงเหมือนกับในคนไข้ผู้ชายหรือไม่
                นอกจากนี้ เรื่องที่ทราบกันมาอยู่นานแล้วว่า การตรวจหัวใจบางชนิด เช่น การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดิน(วิ่ง)สายพานนั้น ความแม่นยำจากผลของการตรวจในผู้หญิงจะไม่ดีเท่ากับผลตรวจจากผู้ชาย (ก็บอกแล้วไงว่าผู้หญิงดูใจยากจริง ๆ )และบางครั้งปัจจัยเสี่ยงบางอย่างจะมีผลเสียและมีผลรุนแรงต่อหัวใจของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เช่น ผู้หญิงที่เป็นเบาหวานจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้ชายที่เป็นเบาหวาน (เมื่อเทียบกับเพศเดียวกันและอายุใกล้เคียงกัน)
                อย่างวันก่อน มีคนไข้อายุประมาณ 40 ปีต้น ๆ ท่าทางแข็งแรงดี เล่นเทนนิสเป็นประจำอาทิตย์ละ 4 - 5 ครั้ง อยู่ ๆ ก็เกิดมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้ายแปลบ ๆ ทุกครั้งที่เสิร์ฟลูกแรง ครั้งหนึ่ง 2 – 3 วินาที แต่ก็วิ่งเล่นเทนนิสต่อไปได้จนจบเซ็ตทุกครั้ง เมื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ของโรคหัวใจก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ โดยเฉพาะระดับไขมันในเลือดเท่ากับ 170 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
                ลองให้วิ่งสายพานตรวจดูก็วิ่งได้กว่า 10 นาที โดยที่ตอนทำมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นหัวใจ(ECG) เล็กน้อย ดูไม่ชัดเจนเท่าไร ทีแรกผมบอกเธอไปว่าอาการของเธอน่าจะมาจากกล้ามเนื้อภายนอกมากกว่าเรื่องหัวใจขาดเลือด จึงให้ยาคลายกล้ามเนื้อไป...
                แต่เธอก็ยังกลับมาอีกสิบวันหลังจากนั้นเนื่องจากยังมีอาการอยู่ ทำให้เธอเล่นเทนนิสไม่ได้ (เพราะเสิร์ฟไม่ไหว) ผมจึงได้ส่งเธอไปตรวจเอ็กซเรย์ดูหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcium Score) พบว่า หลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery) ของเธอมีหินปูน เกาะอยู่มาก วัดเป็นตัวเลขความหนาแน่นจากเอ็กซ์เรย์ได้เกิน 1 พัน (คนปกติน่าจะเป็นศูนย์หรือต่ำกว่า 100)...ตัวเลขนี้แปรผลง่ายๆก็คือ ยิ่งมากก็หมายความว่ามีการเสื่อม(สังขาร)ของหลอดเลือดมากนั่นเอง !!
                เมื่อผลออกมาอย่างนั้น ผมจึงยอมตรวจเอ็กซ์เรย์ฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจของเธอ ซึ่งพบว่าการตีบของหลอดเลือดทั้ง 3 เส้นค่อนข้างมาก และเมื่อขยายหลอดเลือดที่ตีบพร้อมใส่ขดลวดเคลือบยาไป อาการต่างๆของเธอก็หายไปโดยสิ้นเชิง เล่นเทนนิสได้ตามปกติ
                จบเรื่องนี้ผมได้เรียนรู้ว่า...

  • นอกจากผมทำให้ผู้หญิงเข้าใจเรื่องหัวใจผมผิดแล้ว...ผมยังไม่รู้ใจผู้หญิงอีกด้วย!!!
  • การตรวจวัดหินปูนที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ...บางครั้งมีความหมายมากกว่าหรือแม่นยำกว่า การตรวจระดับไขมันในเลือดในการตรวจโรคหลอดเลือดหัวใจ!!!


จากหนังสือเรื่องของโรคหัวใจ(เล่ม 2)...
รักษา (หัว) ใจ
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์