ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่

 

บำำรุงหัวใจ

     ในระยะ 3-5 ปีมานี้ มีคนตั้งข้อสงสัยกันมากว่า การรับประกันทานยาวิตามิน โดยเฉพาะวิตามิน C และวิตามิน E ในขนาดที่สูงกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นจะมีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ และ หลอดเลือดแข็งตัว ได้หรือไม่ เนื่องจากวิตามินทั้งสิ่งชนิดนั้นมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือ ต้านความแก่ นั่นเอง
    วิตามินทั้งสองชนิดนั้นเป็นอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติไม่มีอันตราย  และ เมื่อทำเป็นเม็ดสำเร็จรูปหาได้ในราคาไม่แพงนักจึงมีผู้รับประทานวิตามินกันอย่างแพร่หลาย (คิดว่าเป็นอาหารไม่มีอันตราย) โดยหวังว่าจะทำให้ช่วยในการชะลอความแก่ และลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาโรคหัวใจได้ โดยคนมักจะลืมกันว่าโดยคนมักจะลืมกันว่า การที่เรารับประทันอาหารอะไรเข้าไปมากกว่าที่ควร จะได้รับในปริมารที่มากขนาดนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ตามธรรมชาติทั้งสิ้น
     แต่อย่างไรก็ดี ได้มีการพูดถึงกันมากพิเศษที่จะทำแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจพอที่จะทำการวิจัยอย่างเป็นระบบ จึงได้มีการทำการศึกษาคนที่ได้รับวิตามินทั้งสอง เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานวิตามิน ผลการศึกษาเหล่านั้นเริ่มเห็นผลได้ชัดเจนมากขึ้นภายมนระยะ 10-12 เดือน ว่าวิตามินทั้งสองนั้นไม่มีผลดีใดๆ ทั้งในแง่ของการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ หรือการลดการเกิดปัญหาทางหัวใจต่างๆทั้งสิ้น
      ในทางตรงกันข้าม วิตามิน E นั้นยังทำให้เกิดผลเสียในการรักษาภาวะบางอย่างของโรคหัวใจ โดยเฉพาะ ทำให้ผลของยาลดไขมันลดไขมัน ประเภท statin ซึ่งมีผลดีอย่างยิ่งต่อการป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัวไม่ดีเท่า ที่ควร ดังนั้นถึงปัจจุบันนี้จึงสรุปได้ว่าการได้รับวิตามินโดยเฉพาะวิตามิน C หรือวิตามิน E ที่ใช้กันค่อนข้างมากนั้นไม่มีผลดีใดๆ ต่อการปกป้องกันโรคหัวใจและการป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัวทั้งสิ้นแต่อาจจะกลับเป็นผลเสียด้วยซ้ำ!!!
     เมื่อได้เล่าถึงวิตามินเสริมซึ่งเราเคยคิดว่า “ดี” ก็ต้องพูดต่อเรื่องให้ฮอร์โมนเสริมในผู้หญิง (เพราะคงไม่ต้องให้ผู้ชาย) หลังจากภาวะหมดประจำเดือน เนื่องจากเราคิดตามเหตุผลผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนนั้นฮอร์โมนเพสหญิงลดต่ำลง ในขณะที่โรคหัวใจเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนนั้น ก็พบสูงมากขึ้นเหมือนกับผู้ชายที่อายุน้อย กว่านี้ การให้ฮอร์โมนเสริมจึงน่าจะทำให้ลดการเกิดปัญหาทั้งโรคหัวและลดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวใจในผู้หญิงได้
     แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนหรือที่ เรียกกันว่า “วัยทอง” นั้นมีอาการแปลกๆ อีกหลายอาการที่ไม่สามารถอธิบายได้จากโรคใดโรคหนึ่ง ซึ่งพวกหมอคิดว่าเป็นจาก ภาวะการขาดฮอร์โมน (เพศหญิง) ทดแทนเสริมเข้าไป อาการแปลกเหล่านั้นก็ดีขึ้นด้วย
      ผมเคยมีคนไข้คนหนึ่งเพศหญิง อายุ 52 ปีเศษรูปร่างสมส่วนแข็งแรงสูงโปร่งประมาร 160 กว่าเซนติเมตร น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ท่าทางเป้นคนกระฉับกระเฉง มาพบที่คลินิกด้วยอาการสำคัญรู้สึกใจหวิวและใจสั่นบางครั้ง และ ในเวลาตื่นนอนยังมีอาการเจ็บจี๊ดๆ บริเวณหน้าอกด้านซ้าย อาการดังกว่าไม้สัมพันธ์กับการออกกำลังกาย หรือ การใช้แรงใด ๆ ทั้งสิ้นแต่ทางตรงกันข้าม เธอออกกำลังหายสม่ำเสมอด้วยกาเดินเร็วๆ และวิ่งช้าๆ ประมาณวันละ 30-40 นาทีทุกวัน และ เวลาการออกกำลังการนั้นอาการดังกล่าวก็ดีขึ้น บางครั้งเธอเล่าว่า มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ สลับไปสลับมา บางช่วงก็ง่วงนั่งพักเสียทั้งวันจนทำงานไม่ได้ตามปกติ เดินขึ้นบันไดบางครั้งรู้สึกเหนื่อยหรืออึดอัด แต่ในขณะที่ออกกำลังกายจะรู้สึกสบายดี
      ตรวจร่างกายพบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ ความดันโลหิตของเธออยู่ประมาณ 122/80 มิลลิเมตรปรอท ชีพจรเต้นส่ำเสมอประมาร 80 ครั้ง / นาที ผลจากการตรวจเลือดพบว่า คอเลสเตอรอลในเลือดเธอสูงกว่าปกติเล็กน้อย คือ ประมาณ 230 มิลลิกรัม/ เดซิลิตร ส่วนการตรวจเลือดอื่น ๆ เช่น ระดับน้ำตาล การทำงานของไต รวมทั้งคลื่นหัวใจก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ
      เธอกลัวมากว่าเธอจะต้องเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เนื่องจาก มีคุณพ่อเป็นโรคนี้ และ มีอาการคล้าย ๆ กัน แต่จากการถามประวัติเพิ่มเติมได้ความว่า ประจำเดือนเธอ ซึ่งเคยมาปกติสม่ำเสมอดี ตั้งแต่ เริ่มเข้าวัยสาวนั้น เริ้มมาแบบกระปริบกระปรอยและไม่ตรงเวลานัก บางครั้งน้อยกว่าปกติ บางครั้งมากกว่าปกติ
      เมื่อได้ทราบรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ผมอยากจะเดาบอกเธอไปว่าอาการของเธอนั้น ไม่ใช่อาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดตีบแน่นอน แต่อาการของผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน (จะเรียกว่า “วัยเกือบทอง” หรือ “วัยทอง” ดีหนอ!!! …) ก็ไม่กล้า...เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางนี้ จึงได้ส่งเธอไปให้ทางสูตินรีเวชช่วยดู ได้แต่แนะนำเธอเรื่องการควบคุมอาหารเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลให้ปกติ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซึ่งหลอดเลือดแข็งตัวหรือหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคต เพราะเธอก็ยังคงมีประวัติครอบครัวซึ่งเป็นโรคนี้อยู่ด้วย
      หลังจากนั้นประมาร 2 เดือน เธอกลับมาพบผมอีกครั้งหนึ่ง แจ้งว่าอาการต่างๆ ของเธอดีขึ้นมากหลังจาก ได้ฮอร์โมนทอแทน ( Hormone Replacement Therapy-HRT) มาจากคลินิควัยทอง (ทองของใครไม่ทราบ?) เธออยากจะกลับมาตรวจเรื่องของไขมันในเลือดเพราะเธอได้ควบคุมอาหารเป็นอย่างดี และออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีก
     แต่เป็นที่น่าแปลกใจคือว่า เมื่อผมตรวจระดับไขมันของเธอแล้วพบว่าระดับคอเลสเตอรอลของเธอกลับสูงขึ้นถึง 300 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทั้งๆที่เมื่อได้คุยกับเธอแล้ว ก็แน่ใจว่าเธอก็ควบคุมอาหารถูกต้องตามที่โภชนากรแนะนำอย่างเคร่งครัด ออกกำลังกายก็ได้มากดีกว่าเดิม สิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อพบกันครั้งสุดท้ายคือ เธอได้รับยาฮอร์โมนรักษาสำหรับอาการวัยทองที่เธอนั่นเองเป็นสาเหตุ!!!...         
     เรื่องการให้ฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงกับเรื่องหัวใจ เมื่อก่อนนี้เราคิดว่าการให้ฮอร์โมนทดแทนนั้น อาจจะลดความเสี่ยงของผู้หญิงในการเป็นโรคหัวใจหลังหมดประจำเดือนลงได้ ซึ่งก็เป็นการคิด ( เข้าใจผิด ) ที่มีเหตุผลดี (เพราะเราไม่เคยเข้าใจหัวใจผู้หญิงจริงๆเลย!!) แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านไป ได้มีการศึกษาเปรียบเทียบในผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน และ การเกิดโรคหัวใจ ทำให้ทราบผลอย่างชัดเจนว่า การให้ฮอร์โมนทดแทนนั้น นอกจากจะไม่ทำให้เกิดผลดีกับ ผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนแล้ว ยังทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคกับ ภาวะที่ร้ายแรงต่าง ๆ ตามมาได้หลายอย่าง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะอัมพาต-อัมพฤกษ์นั้นพบได้สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนอย่างชัดเจน สำหรับเรื่องผลโดยตรงต่อโรคหัวใจนั้นก็พบว่า ผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนนั้นจะทำให้ยา ผลของยาที่ควบคุมไขมันที่คนไข้อาจจะได้รับอยู่นั้นมีผลน้อยลง ดังเช่นคนไข้รายที่ยกมาเป็นตัวอย่าง
      ผู้หญิงที่สมควรได้รับฮอร์โมนทดแทนนั้นคือ ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนและมีอาการภาวะวัยทองอย่างมากเท่านั้น ส่วนคนที่มีอาการเล็กๆน้อยๆ การรักษาที่ดีที่สุด คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและในที่สุดอาการก็จะดีขึ้นได้
      คนไข้ที่เล่าให้ฟังข้างบน ผมได้แนะนำให้เธอหยุดการรับประทานฮอร์โมนทดแทนและออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งรับประทานอาหารเช่นผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีก 3-4 เดือนต่อมาอาการต่างๆของเธอก็ดีขึ้น และตรวจเลือดพบว่า ระดับไขมันในเลือดของเธอต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ คือแค่ 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทั้งๆที่ไม่ได้รับประทานยาลดไขมันแต่อย่างใด
         สรุปว่าขณะนี้การรับประทานฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนและการรับประทานวิตามินเสริม โดยเฉพาะวิตามิน C และวิตามิน E ในขนาดสูงนั้น ได้มีการวิจัยและสรุปอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่มีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคหัวใจ และในทางตรงกันข้ามอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากขึ้นด้วย ดังนั้นในคนที่รับประทานยาดังกล่าวอยู่ ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนควรจะปรึกษาแพทย์และขอคำแนะนำที่ถูกต้องในการรักษาอาการที่จำเป็น
      แต่อย่าลืมนะครับ!! การออกกำลังกายเป็นยารักษาโรคที่ดีได้หลายๆโรค ราคาก็ไม่แพง และผลข้างเคียงก็น้อยด้วย...

จากหนังสือเรื่องของโรคหัวใจ(เล่ม 2)...รักษา (หัว) ใจ
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์