ชื่อเข้าระบบ
รหัสผ่าน
 
+ ลืมรหัสผ่าน
+ สมัครสมาชิกใหม่
SPECIAL CENTER
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ
ศูนย์ความงาม
ศูนย์ตรวจสุขภาพ
ศูนย์รักษ์เต้านม
ศูนย์ทันตกรรม
ศูนย์มะเร็ง
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ศูนย์โรคไต
ศูนย์เลสิค
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพหญิง
ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพแห่งการใช้ชีวิต
ศูนย์หัวใจ
ศูนย์ห้องปฏิบัติการ
คลินิกความอ้วน
คลินิกตา
คลินิกเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
คลินิกผิวหนัง
คลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ
คลินิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
คลินิกภูมิแพ้
คลินิกหู คอ จมูก
คลินิกศัลยกรรม
คลินิกอายุรกรรม
PACKAGES & PROMOTIONS
FACILITIES
PHYATHAI MEMBERSHIP CARD
ศูนย์มะเร็ง

สถิติมะเร็งเต้านมในสตรีไทยเพิ่มมากขึ้น

ตอนที่ 1 : ความรู้ทั่วไปกับมะเร็งเต้านม

     ผู้หญิงไทยมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูงขึ้นทุกวัน ในเมืองใหญ่ หลายๆ เมือง เช่น กรุงเทพฯ, ขอนแก่น, เชียงใหม่ และลำปาง ก้าวแซงมะเร็งปากมดลูกมาเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรี  และในอีกไม่นานภาพรวมทั้งประเทศ มะเร็งเต้านมน่าจะเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งของหญิงไทยแน่นอน  ความเชื่อเดิม เราคิดว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคของผู้หญิงสูงวัย, หญิงวัยทอง จากการศึกษาของกลุ่มศัลยแพทย์ในประเทศไทยพบว่า อายุเฉลี่ยโดยประมาณที่เริ่มเป็นมะเร็งเต้านมอยู่ที่ 40 ปี น้อยกว่าตัวเลขของต่างชาติถึง 10 ปี ในคนอายุน้อยพบมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดพบว่า เด็กหญิงอายุ 16 ปี ก็เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว คงต้องกลับมาดูว่าอะไรเป็นตัวที่เพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ปัจจัยทางด้านกรรมพันธุ์  พบประมาณ 5-10% การกินอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับฮอร์โมนภายนอกเป็นเวลานานกว่า 5-10 ปี ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด  ฮอร์โมนทดแทนในวัยทอง  ล้วนแต่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงได้ มีหลายคำถามที่สงสัยกันว่าการใส่เสื้อชั้นในมีโครงเหล็ก การใช้โรลออลส์ทารักแร้ การผ่าตัดเสริมเต้านม ดื่มนมถั่วเหลือง ล้วนแต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์
ที่ชัดเจนว่าเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านม แม้แต่การมีซีสต์ในเต้านมก็ยังไม่
มีข้อบ่งชี้ว่าเพิ่มความเสี่ยง

     เราป้องกันมะเร็งเต้านมได้ ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที ประมาณสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป ไม่บริโภคอาหารไขมันสูง ระมัดระวังการใช้ฮอร์โมนภายนอก นอกจากนี้ผู้หญิงทุกคน ควรที่จะฝึกคลำเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และการตรวจอื่นๆ มีแนวทางดังนี้

  1. ตรวจเต้านมด้วยตนเอง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป
  2. ตรวจเต้านมโดยแพทย์ ทุก 3 ปี ตั้งแต่ อายุ 20 ปี เป็นต้นไป หลังจากอายุ 40 ปี ควรได้รับการตรวจทุก 1 ปี
  3. ควรทำแมมโมแกรม และ/หรือ อัลตราซาวน์ในช่วงอายุ 35-40 ปี 1 ครั้ง  หลังจากอายุ 40 ปี เป็นต้นไปควรทำทุก 1-2 ปี
  4. ในผู้ป่วยที่มีประวัติ ญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ควรเริ่มทำการตรวจตั้งแต่อายุที่ญาติเป็น ลบออก 5 ปี

    สิ่งที่ตรวจพบที่ต้องระวังและมาพบแพทย์ คือถ้าเจออาการต่อไปนี้ ก้อน หรือ เนื้อเต้านมหนากว่าปกติ ผิวหนังแดง หรือร้อน รูขุมขนใหญ่ขึ้นเหมือนผิวส้ม ผิวหนังบุ๋ม หรือมีการหดรั้งมีการนูนของผิว ปวดกว่าปกติที่เคย คัน มีผื่น โดยเฉพาะบริเวณหัวนม และฐานรอบหัวนม หัวนมบุ๋ม การชี้ของหัวนมเปลี่ยนทิศทาง เลือดไหลออกจากหัวนม หรือมีแผลที่หายยากของเต้านม หัวนม เมื่อมาพบแพทย์ การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมในปัจจุบันก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเจ็บตัวหรือมีแผลขนาดใหญ่ๆ จากการผ่าตัด หลังจากที่มีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญแล้ว แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ ในปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิตอล แมมโมแกรมทำให้ภาพที่เห็นมีความชัดมากขึ้นกว่าเดิมที่เป็นระบบอนาล็อค ในรายที่มีเนื้อเต้านมแน่นมาก หรือมีความเสี่ยงสูง การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพบรอยโรคที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์ก็จะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กเพียง 1.5 มม.
มาทำการเจาะตรวจชิ้นเนื้อ แม้ในรายที่คลำก้อนไม่ได้ ก็สามารถใช้แมมโมแกรม อัลตราซาวน์ หรือ MRI มาเป็นตัวนำทางให้เข็มไปเจาะถูกตำแหน่งที่สงสัยได้อย่างแม่นยำ เมื่อได้ชิ้นเนื้อ พยาธิแพทย์ก็จะดูผลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ถ้าท่านเป็นมะเร็งก็ไม่ต้องตกใจ เพราะปัจจุบัน วิวัฒนาการด้านการรักษา ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การรักษาด้วยฮอร์โมน การฉายแสง หรือการรักษาแบบพุ่งเป้า (Target therapy) ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดี สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัดมีความทันสมัยมากขึ้น ปัญหาแทรกซ้อนน้อยลง เต้านมยังมีความสวยงามใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องทุกข์ทรมานจากแขนที่บวมเนื่องมาจากการเลาะต่อมนำเหลืองรักแร้

     ข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเยาวนุช คงด่าน ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี



หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
9 ธ.ค.50