ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

โปรแกรมประเมินภาวะสุขภาพ 3 ด้าน ช่วยคุณเตรียมพร้อม...ก่อนเป็นโรคร้าย



เพราะผู้คนในปัจจุบันต่างประสบกับปัญหาโรคร้ายต่างๆ กันมาก กว่าจะรู้ตัว...หรือแสดงอาการชัดเจนก็อาจสายเกินไป ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ. พญาไท 2 จึงได้มีการร่วมมือกับ Oregon Health & Science University มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ที่พัฒนาการประเมินภาวะสุขภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์  Let Get Healthy ซึ่งเป็นโปรแกรมประเมินภาวะสุขภาพ 3 ด้าน เพื่อเป็นการตรวจดูความเสี่ยง...ก่อนจะเกิดโรคร้ายแรง!!

โดยโปรแกรมประเมินภาวะสุขภาพ 3 ด้าน แบ่งออกเป็น...

1.การทดสอบการนอนหลับ (Sleep Module)   

- Epworth Sleepiness Scale เป็นแบบทดสอบด้วยการตอบคำถาม เพื่อดูระดับความง่วงในตอนกลางวัน โดยการตอบคำถามด้วยตนเอง เป็นการทดสอบที่นิยมที่สุด มีความแม่นยำสูงและมีการใช้ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยในการวิจัยเรื่องการนอนหลับ โดยมีคะแนน 0-24 และแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

            -คะแนน 0-10 มีความง่วงตอนกลางวันในระดับต่ำ
            -คะแนน 11-15 มีความง่วงตอนกลางวันในระดับสูง
            -คะแนน 16-24 มีความง่วงในตอนกลางวันระดับสูงมาก

ความง่วงในตอนกลางวันอาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน นอนหลับไม่เป็นเวลา อาจทำให้พบโรค อาทิเช่น โรคลมหลับ (Narcolepsy) โรคง่วงนอนอย่างมากโดยไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic hypersomnia ) และโรคหยุดหายใจขณะหลับ ( Obstructive sleep apnea) และความง่วงในตอนกลางวันยังมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานเวลากลางวันเป็นอย่างมาก อาจทำให้เกิดอันตรายในการขับขี่ยานพาหนะหรือควบคุมเครื่องจักรได้

2.การทดสอบความจำ   

- Corsi block test เกมส์ทดสอบความจำ เป็นการทดสอบความจำของสมองโดยการวัดความจำระยะสั้นเกี่ยวกับการระบุตำแหน่งสิ่งของจากการมองเห็น และจัดการข้อมูล (visuo-spartial short term working memory) การวัดนี้คิดค้นขึ้นในปี 1972 ใช้ได้ทุกอายุ ใช้ในการตรวจพัฒนาการด้านความจำของเด็ก ความจำเสื่อมตามอายุ การฟื้นตัวของสมองหลังบาดเจ็บ ซึ่งโดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่จะจำภาพสี่เหลี่ยมได้สูงสุด 4-7 ภาพ ค่าปกติเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6

- เกมส์ทดสอบสมาธิทางสายตา เป็นการคำนวณเวลาตั้งแต่มีสัญญาณ input จนถึงเวลาที่มีการตอบสนอง output ออกมา (Response time = Reaction time + movement time) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ส่วนต่างๆ ของสมองใช้เวลาในการตอบสนองสิ่งต่างๆ ในเวลาแตกต่างกัน

3.Diet พฤติกรรมเสี่ยงด้านการบริโภคอาหาร

การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่มากจนเกินความต้องการของร่างกาย ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และยังส่งผลต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งส่งผลต่อโรคไต เพราะการบริโภคโซเดียมสูงจะเร่งภาวะไตเสื่อม เนื่องจากไตต้องทำงานอย่างหนัก
โดยปกติแล้ว การบริโภค “น้ำตาล” ควรรับประทาน 6-8 ช้อนชา/วัน  การบริโภค “ไขมัน” ไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน และควรมีสัดส่วนไขมันพืช : ไขมันสัตว์ เท่ากับ 3 : 1 หรือ 1 : 1 เป็นอย่างน้อย และการบริโภค “โซเดียม” ประมาณ 2400 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดที่ควรได้รับและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใหญ่ปกติ 

เพราะการมีความรู้เรื่องสุขภาพ...คือเกราะป้องกันโรคในระยะยาว
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ.พญาไท 2 เป็นที่เดียวในไทย ที่เมื่อคุณมาตรวจสุขภาพแล้วจะได้รับความรู้เรื่องสุขภาพกลับไปด้วย เพราะเราอยากให้ผู้รับบริการทุกท่านได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อนำความรู้นี้ไปดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีขึ้นได้ เราจึงได้จัดสรรพื้นที่ในศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ สร้าง Education Hall เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารโภชนาการ การเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย  และวัคซีนที่จำเป็น พร้อมทั้งมี CD ความรู้เรื่องสุขภาพแนบไปให้พร้อมกับผลการตรวจสุขภาพของทุกท่าน เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ในชีวิตเพื่อดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น




สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
นย์ส่งเสริมสุขภาพ  
โรงพยาบาลพญาไท 2 
Phyathai Call Center 1772

Rate this article : โปรแกรมประเมินภาวะสุขภาพ 3 ด้าน ช่วยคุณเตรียมพร้อม...ก่อนเป็นโรคร้าย

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง