ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

“ความดันโลหิตสูง” โรคที่ใครๆ ก็เป็น...แต่เราต้องไม่เป็น


“ความดันโลหิตสูง” โรคที่ใครๆ ก็เป็น...แต่เราต้องไม่เป็น

ความดันโลหิตสูง 
เรากำลังพูดถึงโรคความดันโลหิตสูง ที่หลายๆ คนไม่เคยใส่ใจทางการแพทย์เมื่อไหร่ที่เรามีระดับความดันโลหิตอยู่ที่ 140/90 มม.ปรอทหรือมากกว่านั่นแปลว่าเรากำลังเป็นโรคควมดันโลหิตสูง

Category

SBP

-

DBP

Optimal < 120 และ < 80
Normal 120 – 129 และ /หรือ 80 - 84
High Normal 130 – 139 และ /หรือ 85 - 89
Grade 1 Hypertension(mild) 140 – 159; และ /หรือ 90 - 99
Grade 2 Hypertension(moderate) 160 – 179 และ /หรือ 100 - 109
Grade 3 Hypertension(severe) > 180 และ /หรือ > 110
Isolated Systolic Hypertension > 140 และ < 90

หมายเหตุ SBP : Systolic Blood Pressure , DBP : Diastolic Blood Pressure เมื่อความรุ่นแรงของ SBP และ DBP อยู่ต่างระดับกัน ให้ถือระดับที่รุนแรงกว่าเป็นเกณฑ์ สำหรับ Isolated Systolic Hypertension ก็แบ่งระดับความรุนแรงเหมือนกันโดยใช้แต่ SBP

รู้จัก “สาเหตุ” เพื่อหาทางแก้ไข

มากกว่า 90% ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมักจะไม่ค่อยทราบถึงสาเหตุ แต่เราเชื่อว่าเกิดจากปัจจัยใหญ่ๆ อยู่ 2 อย่าง คือ กรรมพันธุ์ ซึ่งพบว่าคนที่มีพ่อหรือแม่เป็นความดันโลหิตสูงมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงได้มากกว่าคนที่ไม่มีพ่อแม่เป็นมาก่อน

อีกอย่างที่เป็นปัจจัยที่ดูเหมือนจะควบคุมได้ก็คือ สิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะโรคอ้วน เบาหวาน การทานอาหารรสเค็ม ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือมีความเครียด

อาการแบบนี้...แสดงว่ามีโอกาส

สำหรับคนที่มีความดันโลหิตสูงในระดับที่อ่อนหรือปานกลาง มักจะไม่ค่อยมีอาการอะไรแสดงออกมา แต่อวัยวะต่างๆ จะค่อยๆถูกทำลายไปเรื่อยๆ จนเกิดผลแทรกซ้อน แต่สำหรับคนที่มีความดันโลหิตสูงในระดับที่รุนแรง อาจสังเกตได้ว่ามีอาการเลือดกำเดาไหล ตามองไม่เห็นชั่วขณะ เหนื่อยง่ายเจ็บหน้าอก เวียนหัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันทุกคน เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ควรที่จะรีบไปพบแพทย์จะดีที่สุด


ผลแทรกซ้อน…อันตรายที่น่ากลัว

นอกจากตัวโรคเองแล้ว ผู้ป่วยอาจมีผลแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ทำให้หัวใจโต หลอดเลือดหัวใจหนาตัวและแข็งตัวขึ้นได้ ทางด้านสมอง อาจทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ และอัมพาท มีผลทำให้ไตเสื่อมสมรรถภาพจนถึงขั้นไตวายเรื้อรัง มีเลือดออกที่จอตา หลอดเลือดเล็กๆ ที่จอตาอุดตัน หรือ จนตาหลุดลอกได้ อาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแคบ หรือโป่งพองได้

นี่คือ...ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

• ระดับความรุนแรงของ SBP และ DBP (ระดับที่ 1-3)

• ระดับของ Pulse pressure (ในผู้สูงอายุ) > 90 มม.ปรอท

• ชายอายุ > 55 ปี / หญิงอายุ > 65 ปี

• สูบบุหรี่

• ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ Total Cholesterol > 190 มก./ดล. หรือ LDL-C > 115 มก./ดล. หรือระดับ HDL-C < 40 มก./ดล. ในชายและ < 46 มก./ดล. ในหญิง หรือระดับ Triglyceride > 150 มก./ดล.

• FPG 100 – 125 มก./ดล.

• Glucose Tolerance Test ผิดปกติ

• ประวัติการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดในบิดา มารดา หรือพี่น้อง ก่อนเวลาอันสมควร (ชายเกิดก่อนอายุ 55 ปี และ หญิงเกิดก่อนอายุ 65 ปี)

• อ้วนลงพุง เส้นรอบเอว > 90 ซม. ในเพศชาย และ > 80 ซม. ในเพศหญิง

การรักษาโรคความดันโลหิตสูง…ทำได้ไม่ยากเลย

อาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แม้แต่ในคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน ก็ทำได้เพื่อป้องกันหรือชะลอการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ สำหรับในคนที่เป็นแล้ว อาจมีการให้ยาลดความดันโลหิตในบางราย เพราะบางรายหากควบคุมระดับความดันโลหิตได้โดยปรับพฤติกรรมก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยา






พญ. นันทพร วงศ์เจริญเกียรติ
อายุรกรรมโรคหัวใจ
โรงพยาบาลพญาไท 3
 

Rate this article : “ความดันโลหิตสูง” โรคที่ใครๆ ก็เป็น...แต่เราต้องไม่เป็น

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง