ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

“ภูมิแพ้” ไม่ใช่โรคร้าย แต่ทำลายคุณภาพชีวิตเราได้



“น้ำมูกไหล จาม คัดจมูกเรื้อรัง ผื่น ปากบวม หน้าบวมหลังกินอาหาร ผื่นคัน หรือลมพิษเรื้อรัง หอบหืดหรือไอเรื้อรัง” แม้อาการเหล่านี้จะไม่ใช่โรคอันตราย แต่ก็สามารถทำลายคุณภาพชีวิตของเราได้ และถ้าเป็นมากๆ ก็อาจทำให้ไม่สามารถทำงานหรือเรียนหนังสือได้ตามปกติ หรือรายที่มีอาการแพ้รุนแรงนั้นบางคนจะหอบหืด จนถึงขั้นหายใจไม่ออก ทำให้ร่างกายมีภาวะขาดออกซิเจนได้

ต้องแก้อาการแพ้ที่สาเหตุและรักษาอย่างถูกวิธี

อาการแพ้ที่เกิดกับร่างกายของเรานั้น เกิดจากร่างกายของเรารับสารกระตุ้นภูมิแพ้ ด้วยการสัมผัสทุกช่องทาง หรือการสูดหายใจเข้าไป ซึ่งสารดังกล่าวจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานและหลั่งสารชื่อฮีสตามีน (Histamine)ออกมา ซึ่งทำให้เกิดอาการแสดงต่างๆ เช่น หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เนื้อเยื่อบวม หรือ คัน เป็นลมพิษ เป็นต้น

ฝุ่นบ้าน ต้นเหตุภูมิแพ้ที่มักถูกมองข้าม

ผู้ที่แพ้จะมีอาการมากน้อยต่างกัน ตั้งแต่คันจมูก คันตา น้ำมูกใส จามบ่อย แน่นจมูก เจ็บคอ รายที่เป็นมาก อาจมีอาการแน่นหน้าอก หอบหืด

ชื่อของการแพ้ก็บอกอยู่แล้ว ว่าเกิดจากฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็น ทำให้เกิดอาการแพ้ คันจมูก น้ำมูกไหล บางรายอาการไม่รุนแรงแต่เรื้อรัง ก่อให้เกิดความรำคาญให้ไม่สะดวกในการทำงาน กลายเป็นโรคประจำตัวไป แพทย์พบว่า หลังจากคนไข้ผ่านการนอนสูดเอาฝุ่นละอองในบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว ตื่นขึ้นมามักมีอาการ แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลได้รับการหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปก็ทำให้อาการดีขึ้น

แพ้ไรฝุ่น สัญญาณเตือนโรคทางเดินหายใจอักเสบและโรคหอบหืด

การที่คนไทยมีการแพ้ฝุ่นบ้านค่อนข้างสูง นอกจากจะพบไรในฝุ่นบ้านแล้ว ยังพบบนพื้นห้อง บนเบาะ ผ้าห่ม หมอน ผ้าปูที่นอน หรือตามผิวหนังของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนก ตัวไรพวกนี้จะกินเศษเนื้อเยื่อผิวหนังที่ตายแล้ว ขี้ไคล และรังแค

เมื่อเราสูดลมหายใจหรือผิวหนังของเราสัมผัสกับตัวไรฝุ่นที่ตายแล้วซึ่งมีโปรตีนจำนวนมาก ร่างกายของเราก็จะสร้างภูมิต้านทาน (antibodies) ซึ่งจะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า ฮีสตามีน ทำให้เกิดการบวมและการระคายเคืองของทางเดินหายใจตอนต้น นั่นก็คืออาการของโรคทางเดินหายใจอักเสบและโรคหอบหืด และภูมิแพ้นี้ยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย เช่น หอบหืด เยื่อจมูกอักเสบ ทำให้เกิดอาการทาง ผิวหนังอย่างรุนแรง มีการขุดเจาะผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มแดงและหนากว่าผิวหนัง ปกติ
สาเหตุอื่นๆ ในบ้านที่มักพบว่าทำให้เกิดการแพ้

  • แมลงสาบ แมลงสาบในบ้านมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคหอบหืด ซึ่งพบว่าโปรตีนในน้ำลายจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าสิ่งขับถ่ายและตัวแมลงสาบ เป็นสารก่อภูมิแพ้ เช่นกัน
  • สุนัขหรือแมว โดยทั่วไปคนเข้าใจว่าโรคภูมิแพ้เกิดจากขนสุนัขหรือแมวนั้นไม่ถูกต้อง สารก่อภูมิแพ้ในสุนัขนั้นคือโปรตีนที่อยู่ในเศษขี้ไคล น้ำลายและฉี่ของสุนัข อาการของการแพ้เช่น ไอ จามคัดจมูก หายใจลำบาก หอบหืด คัน น้ำตาไหล น้ำมูกไหล ผื่นคันที่ใบหน้า คอ แขนขาและลำตัว อาการเหล่านี้มักกำเริบหลังสัมผัสสัตว์เลี้ยงประมาณ 30 นาที พบบ่อยในผู้ที่ชอบนำสัตว์เลี้ยงมาไว้ในห้องนอน ผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้สัตว์ในการทดลอง สัตวแพทย์ ช่างแต่งขนสุนัข
  • เชื้อรา อาการแพ้เชื้อราส่วนใหญ่แสดงอาการทางเดินหายใจ เช่น แน่นจมูก หายใจอึดอัด น้ำมูกไหล หรืออาจมีอาการหืดหอบ บางรายมีอาการรุนแรง หรือเกิดผื่นลมพิษ และเยื่อบุในหลอดลมบวม ใบหน้าบวม

เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแพ้อะไรบ้าง

เราจะรักษาอย่างไรโรคภูมิแพ้อย่างไรก็ต้องทราบก่อนว่าตัวเองแพ้อะไร ซึ่งสามารถทราบด้วยการทดสอบอาการแพ้ การทดสอบภูมิแพ้นั้นแบ่งเป็น 2 วิธี คือ

  • การสะกิด (Skin Prick Test) เป็นการทดสอบโดยหยดน้ำยาลงบนผิวหนังที่แขนและใช้เข็มสะกิดลงบนปลายหยดน้ำยา ซึ่งทำง่าย เร็ว ไม่เจ็บและใช้อุปกรณ์น้อย มีความเสี่ยงต่อการแพ้ทั่วร่างกายน้อย
  • การฉีดเข้าผิวหนัง (Intradermal Test) เป็นการฉีดน้ำยาเข้าผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ ซึ่งทำยากกว่าและเสียเวลามากกว่า เจ็บกว่าและใช้อุปกรณ์มากกว่า ที่สำคัญคือเสี่ยงต่อการแพ้ทั่วร่างกายได้มากกว่าการสะกิดอีกด้วย

โดยสารทดสอบภูมิแพ้ที่แพทย์เลือกใช้ อาทิ American Cockroach (แมลงสาบอเมริกัน) , German Cockroach (แมลงสาบเยอรมัน), Dog Epithelium (สุนัข), Standarded Cat Pelt (แมว), House Dust Concentrate (ฝุ่นในบ้าน), Cotton Linters (สำลี), Kapok (นุ่น), Standarded mite (D.Farinae) ไรฝุ่น, Standarded mite (D.Pleronnyssinus) ไรฝุ่น, Standarded Timothy หญ้า, Standarded bermude Grass หญ้า,  Careless weed Test วัชพืช, Acacia ยางไม้, Candida Albicans เชื้อรา, Mix Aspergillus เชื้อรา, Clad Cladosporiodes เชื้อรา, Mixed Skin Test (Chick Duck goose) เป็ด ห่าน ไก่, Mixed Shellfish หอย กุ้ง ปู กุ้งมังกร, Peanut ถั่ว, Wheat Grain แป้งสาลี, Johnson Grass หญ้าแพรก, Histamine และ NSS/Negative Control

หากใครที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ ควรไปพบแพทย์เพื่อซักประวัติและตรวจร่างกาย พร้อมทั้งวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว เพื่อเป็นแนวทางที่จะทราบถึงสาเหตุของอาการ และดำเนินการรักษาในขั้นต่อไป

ศูนย์รักษาโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เปิดให้คำปรึกษา เพื่อการ ปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ การลดสิ่งก่อกระตุ้นภูมิแพ้ และการปฏิบัติขณะเกิดอาการเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์มาก ที่สุด พร้อมทั้งตอบทุกข้อสงสัยและร่วมกันวางแผนการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

Rate this article : “ภูมิแพ้” ไม่ใช่โรคร้าย แต่ทำลายคุณภาพชีวิตเราได้

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง


Not Found