ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ตรวจสุขภาพร่างกายประจำปีสำคัญอย่างไร



ปัจจุบัน ผู้คนดำรงชีวิตในสภาวะที่เต็มไปด้วยมลภาวะความเครียดและการทำงาน ที่ต้องแข่งกับเวลา และการรับประทานอาหารที่เร่งรีบ การดูแลเอาใจใส่สภาพร่างกายเป็นอย่างดีตามสภาพและเวลาที่เหมาะสมย่อมดีกว่าการปล่อยให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บแล้วทำการรักษาในภายหลัง การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้ค้นพบปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค ช่วยให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรค การให้วัคซีน ยาหรือสารเคมีบางชนิดเพื่อป้องกันโรค การตรวจสุขภาพที่ให้ประโยชน์คุ้มค่า จะต้องเป็นการตรวจที่มีจุดประสงค์ มุ่งป้องกันมากกว่ามุ่งการรักษา ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับผู้ที่มารับการตรวจอย่างแท้จริง ทั้งยังสามารถบอกความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายได้เป็นอย่าง

หลักเบื้องต้นของการมีสุขภาพดีนั้นมีวิธีการง่ายๆ เริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องตั้งแต่เรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การพักผ่อน การป้องกันโรค การตรวจสุขภาพประจำปี และการลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ซึ่งอาจรวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม รอบบ้านรอบตัวให้สะอาด ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี การปฏิบัติตามแนวทางนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย สามารถหลีกเลี่ยงโรคที่ป้องกันได้และอายุยืนยาวขึ้น

ตรวจสุขภาพประจำปี สิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักจะละเลย เพราะอย่าลืมว่าร่างกายของคนเรานั้นไม่มีแม้แต่นาทีเดียวที่จะได้หยุดพักผ่อน เวลานอนหลับ อวัยวะทุกส่วนต้องทำงานตลอดเวลา การตรวจสุขภาพประจำปีจึงมีความจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย ในวัยเด็กหรือวัยรุ่น ก็อาจตรวจสุขภาพทั่วๆ ไปและตรวจสุขภาพฟัน แต่ในวัยทำงานอาจจะต้องตรวจการทำงานของปอด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะเพื่อดูสภาพเบื้องต้น สำหรับคนที่อายุ 35 ปี ขึ้นไปก็ต้องตรวจสุขภาพให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เช่น ตรวจดูการเต้นของหัวใจ ตรวจการทำงานของตับ หาระดับไขมันในเส้นเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ผู้หญิงต้องเพิ่มการตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม เป็นต้น นอกจากนี้ ในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคชนิดใดชนิดหนึ่งสูงกว่าปกติ เช่น ถ้าเป็นคนอ้วน มีประวัติเบาหวานในครอบครัว ประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจของญาติสายตรง ไขมันสูงในครอบครัว เป็นมะเร็งชนิดต่างๆ หรือเจ็บป่วยบ่อยก็อาจจะเริ่มต้นตรวจที่อายุน้อยกว่า 35 ปีเป็นอย่างน้อย

ตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ

อายุ 20-30 ปี จากวัยเด็ก เติบโตเป็นวัยผู้ใหญ่ เริ่มทำงาน คนมักจะสนใจในการเริ่มต้นชีวิตทำงานจนลืมเรื่องการดูแลสุขภาพ คนในวัยนี้ส่วนใหญ่จะแข็งแรงและยังไม่ค่อยมีการเจ็บป่วยแต่ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เพราะโรคภัยที่เกิดขึ้นมักจะเริ่มต้นจากช่วงอายุนี้และไปมีผลในช่วงอายุต่อไป เช่น การเริ่มต้นสะสมของไขมันในเลือดซึ่งการมีระดับโคเลสเตอรอลสูงจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงได้ จึงแนะนำว่าถ้าอายุ 20 ปีขึ้นไปก็ควรตรวจโคเลสเตอรอลทุกๆ 5 ปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งในปัจจุบันเรามักพบว่าวัยรุ่นหลายๆคนมีไขมันในเลือดสูง อาจเป็นเพราะคิดว่าอายุยังน้อยเลยไม่ค่อยได้ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินและมักละเลยเรื่องการออกกำลังกาย สำหรับเพศหญิงก็จะมีการตกไข่ การมีประจำเดือน การมีเพศสัมพันธ์ และปัจจุบันก็พบว่าโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่นการติดเชื้อ HPVก็เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นไม่ว่าจะอายุน้อยแค่ไหนก็ตามเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ถึงแม้จะยังไม่มีปัญหาอะไร ก็ควรเริ่มตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจดูว่ายังมีภูมิคุ้มกันโรคบางโรคอยู่หรือไม่เช่นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบชนิดบีเพราะการขาดการฉีดกระตุ้นวัคซีนที่เหมาะสมอาจนำไปสู่การป่วยเป็นโรคในเวลาต่อมาได้ นอกจากนี้ในช่วงวัยนี้ยังมีการตรวจเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการมีชีวิตคู่ เพื่อดูความสมบูรณ์ของสุขภาพ และการป้องกัน โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งบางโรคสามารถฉีดวัคซีนได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น (สำหรับสุภาพสตรีก็ควรฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ก่อน มีเพศสัมพันธ์)หรือโรคที่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ไปสู่บุตรได้เพื่อวางแผนในการป้องกัน และรับคำปรึกษาจากแพทย์

อายุ 30-50 ปี เน้นการตรวจร่างกายสำหรับวัยทำงาน หรือผู้บริหาร ซึ่งวัยนี้ โดยทั่วๆไปมักทำงานหนักและมักลืมแบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังกาย หรือดูแลสุขภาพจึงควรการตรวจร่างกายประจำปีเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานของสภาพร่างกาย ที่ต้องเฝ้าระวังเช่นระบบหัวใจหลอดเลือด ไขมัน เบาหวาน เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อายุสี่สิบขึ้นไป มักสะสมความเครียดทั้งจากการทำงานและชีวิตครอบครัวรวมทั้งเกิดโรคสารพัดที่เกิดจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ผิดๆ จนอาจจะเกิดเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน มะเร็งปอด มะเร็งตับ การตรวจสุขภาพของคนวัยนี้จึงต้องเจาะจงไปที่การคัดกรองโรคเหล่านี้ ควบคู่กับการวางแผนปรับวิถีชีวิตให้ถูกต้อง เพื่อเตรียมพร้อมกับการก้าวสู่วัยทอง ที่สมบูรณ์แข็งแรง ในผู้หญิงอายุระหว่าง 40-60 ปี มักจะมีระดับโคเลสเตอรอลสูงขึ้นจากระดับเดิมได้ง่ายขึ้น เพราะการขาดเอสโตรเจนในช่วงหลังจากหมดประจำเดือนนั่นเอง ดังนั้นควรตรวจเลือดหาระดับโคเลสเตอรอลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ในวัยนี้ควรมีการตรวจหามะเร็งที่เต้านมซึ่งถ้าตรวจพบได้ตั้งแต่ที่ก้อนยังเล็กๆ อยู่นั้นจะทำให้การรักษาได้ผลดีกว่านอกจากนี้การทำ Mammogram จะทำให้พอแยกแยะได้ว่าก้อนที่เต้านมที่เกิดขึ้นนั้นมีลักษณะในทางที่บ่งบอกว่าน่าจะเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ และเราจะสามารถตรวจพบมันได้ แม้ว่าก้อนจะเล็กจนคลำไม่พบด้วยมือก็ตาม ดังนั้นควรทำทุกๆ 1-2 ปี และเพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ควรทำตอนที่เต้านมไม่คัดตึง คือช่วงปลายสัปดาห์ที่ 2 ของรอบเดือนนับจากวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเสมอและสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือการตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก สตรีทุกท่านควรบันทึกการมีประจำเดือนไว้เสมอว่า วันแรกของทุกครั้งมาวันที่เท่าไหร่ มากี่วัน ใช้ผ้าอนามัยวันละกี่ผืน มีเลือดเป็นก้อนออกมาหรือไม่ เพื่อความง่ายและถูกต้องแม่นยำในการค้นหาสาเหตุของโรค นอกจากนี้ปัญหาเรื่องสายตายาวมักเกิดขึ้นในวัยนี้ เมื่อเริ่มอ่านหนังสือไม่เห็นในระดับความห่างเท่าเดิม นั่นแหละสายตายาวแล้ว เมื่อเริ่มมีปัญหาควรตรวจได้เลย แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ควรตรวจทุกๆ 2 ปีเป็นอย่างน้อย ควรตรวจผิวหนังปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย เพื่อค้นหามะเร็งผิวหนังที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับผิวสีที่คล้ำผิดปกติ หรือไฝที่โตอย่างรวดเร็ว โรคเหงือกบางชนิดอาจเกิดได้บ่อยขึ้นจึงไม่ควรละเว้นที่จะตรวจฟันปีละ 2 ครั้ง

อายุ 50-70 ปี เน้นการตรวจร่างกายและการทำงานอวัยวะต่างๆ อย่างละเอียด และรับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางระบบที่สำคัญ และมีการเข้าเครื่องตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ หลายระบบ เพราะวัยนี้ถือเป็นวัยทอง เป็นวัยที่ร่างกายถดถอย จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพที่ดีสะสมมาจากช่วงวัยทำงาน ในวัยนี้ การตรวจสุขภาพต้องเน้นไปที่โรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆเช่น หัวใจ ไต สมอง ช่องท้อง มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ ทุกๆ ปีเป็นอย่างน้อยควรตรวจอุจจาระเพื่อดูว่ามีเลือดปนเปื้อนออกมาหรือเปล่า และตรวจทางทวารหนักด้วย นอกจากนี้แล้วควรตรวจ Sigmoidoscopy หรือ Colonoscopy คือการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กโค้งงอได้ที่ปลายกล้องมีเลนส์ขยายภาพปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงแล้วส่งภาพมายังจอรับภาพส่องเข้าไปทางทวารหนักเพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนกลางส่วนต้นและลำไส้เล็กส่วนปลาย ควรทำทุกๆ 5 ปี (ถ้าหากมีประวัติการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ในครอบครัวอาจต้องตรวจเร็วกว่านี้เช่นอายุประมาณ 40 ปีก็ควรจะเริ่มตรวจได้แล้ว)และต้องตรวจสอบความครบถ้วนของวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ เช่นวัคซีนป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หรือแม้กระทั่ง บาดทะยักซึ่งมักกลับมาเป็นในผู้สูงอายุ สำหรับคุณผู้ชายสิ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ คือ มะเร็งต่อมลูกหมากและในคุณผู้หญิง สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ คือควรตรวจ Mammogram ตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก ถึงแม้จะลดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ลงแล้ว แต่ก็ยังต้องตรวจภายในทุกปี ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย โรคหัวใจขาดเลือด(หลังจากหมดประจำเดือนปริมาณเอสโตรเจนลดลงจะทำให้สมดุลของไขมันในเลือดผิดไปจากเดิม ทำให้เส้นเลือดอุดตันได้ง่ายขึ้น) และทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายวัยทองควรตรวจความหนาแน่นของกระดูกทุกปี เพราะพบว่าประมาณ50% ของผู้ที่อายุเกิน 50 พบว่ากระดูกจะเสื่อม ผุกร่อน บางลง ทำให้กระดูกหักง่ายและต่อติดได้ยาก

กล่าวโดยสรุปแล้วการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ยังมีความจำเป็นในการดูแลรักษาสุขภาพ เพราะจะช่วยให้เราค้นพบปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค ช่วยให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรค การให้วัคซีน ยาหรือสารเคมีบางชนิดเพื่อป้องกันโรค การตรวจสุขภาพที่มีประโยชน์ คุ้มค่า จะต้องเป็นการตรวจที่มีจุดประสงค์มุ่งป้องกัน มากกว่ามุ่งการรักษาซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ที่มารับการตรวจอย่างแท้จริง

 




พันโทนายแพทย์ ณัฏฐ์พีรยช มรกตพรรณ
แพทย์ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 3
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)


Rate this article : ตรวจสุขภาพร่างกายประจำปีสำคัญอย่างไร

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง