ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

“ต่อมลูกหมากโต” เรื่องใกล้ตัวคุณผู้ชาย


 ต่อมลูกหมาก

คุณผู้ชายเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่?
 ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะไม่พุ่ง ถ้ามีอย่ารอช้า! และโดยเฉพาะคุณผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไป รีบมาพบแพทย์โดยด่วน ! เพราะคุณอาจมีภาวะต่อมลูกหมากโต 
ต่อมลูกหมากโต โรคเฉพาะทางที่คุณผู้ชายต้องใส่ใจ 

เชื่อว่าคุณผู้ชายทุกคนย่อมทราบกันดีว่ ต่อมลูกหมาก  เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายที่ทำหน้าที่ผลิตของเหลวหล่อเลี้ยงน้ำอสุจิ คล้ายลูกเกาลัดหรือลูกหมากที่ห่อหุ้มบริเวณรอบท่อปัสสาวะ และสำหรับโรคต่อมลูกหมากโต (BPH - Benign Prostatic Hyperplasia) นั้นเป็นภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ซึ่งพบได้ในเพศชาย โดยโรคนี้สัมพันธ์กับอายุ ซึ่งพบบ่อยในผู้ชายอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป

เปิดโลกใกล้ตัวกับเรื่องราวของต่อมลูกหมากโต

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของต่อมลูกหมากโตให้มากขึ้น เรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะครับว่า ต่อมลูกหมากโต เป็นคนละโรคกับ มะเร็งต่อมลูกหมาก สำหรับต่อมลูกหมากที่โตขึ้นอย่างผิดปกติอาจส่งผลกระทบให้ระบบการขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ ซึ่งมีได้หลายรูปแบบ อาทิ ทำให้ปัสสาวะบ่อย การปัสสาวะแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเบ่งนานกว่าปกติ ปัสสาวะมีขนาดลำเล็กลง ไม่ค่อยพุ่ง ปัสสาวะตอนกลางคืน ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้

คุณรู้หรือไม่ ? เมื่ออายุมากขึ้นโอกาสที่จะเกิดอาการและความรุนแรงก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคแน่ชัด ซึ่งมีเพียงการคาดการณ์ว่าอาจสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศชาย จึงยังไม่มีวิธีการป้องกัน สิ่งที่คุณผู้ชายทุกคนสามารถทำได้เพื่อดูแลตนเองจากต่อมลูกหมากโต คือ การสังเกตความผิดปกติต่างๆ เฝ้าระวัง และตรวจก่อนที่โรคจะถามหา ดังนั้นเราไปศึกษาเรื่องต่อมลูกหมากโตไปพร้อมๆ กัน

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ?

อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัญหาต่อมลูกหมากโต ล้วนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้นการรักษาโรคจึงมีเป้าหมายเพื่อรักษาต่อมลูกหมากโต ลดอาการผิดปกติต่างๆ ของการถ่ายปัสสาวะและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของต่อมลูกหมากโตในอนาคต อาทิ ไตวาย การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

ทางเลือกที่หลากหลาย

คนเราแต่ละคนย่อมมีลักษณะแตกต่างกัน รูปแบบการรักษาต่อมลูกหมากโตในผู้ป่วยแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปตามอาการ เช่น ในผู้ที่มีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน การรักษาอาจทำได้โดยไม่ต้องใช้ยา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่สำหรับผู้ป่วยที่ปัสสาวะไม่ออกและต้องใส่สายสวนปัสสาวะแม้จะรับประทานยาตลอด ลักษณะเช่นนี้ต้องผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยการส่องกล้องเพื่อให้สามารถปัสสาวะได้ ก่อนการรักษาผู้ป่วยและแพทย์จึงต้องร่วมกันวางเป้าหมายร่วมกันนะครับ

เมื่อถึงเวลาต้องรักษาต่อมลูกหมากโต

การรักษาต่อมลูกหมากโต ต้องพิจารณาแนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งสามารถรักษาได้ 3 วิธี คือ การรักษาแบบเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรักษาด้วยยา และการผ่าตัด

        การรักษาแบบเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Watchful waiting)   สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก และโรคไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งประเมินความรุนแรงได้จากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย การวัดแรงดันปัสสาวะ (Uroflowmetry) เพื่อประเมินความรุนแรงความผิดปกติการถ่ายปัสสาวะ (International prostatic symptom score: IPSS) โดยทั่วไปถ้าคะแนนจากแบบสอบถามน้อยกว่าหรือเท่ากับ 7 หมายถึงมีอาการไม่มาก สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้ เพียงแต่ต้องมาตรวจติดตามทุกครั้งที่แพทย์นัด ซึ่ง 85% ของผู้ป่วยที่รักษาวิธีนี้อาการจะคงที่ระยะ 1 ปี และ 65% ใน 5 ปี หากอาการทรุดลงหรือปัสสาวะลำบากมากขึ้น แพทย์จะปรับวิธีการรักษาให้เหมาะสม  

        การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำได้อย่างไร?   อันดับแรก คือ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้ตื่นปัสสาวะกลางดึก หลีกเลี่ยงการรับประทานยารักษาความดันบางชนิดก่อนเข้านอน เพราะยารักษาความดันบางกลุ่มมีผลขับปัสสาวะ ในผู้ที่มีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงและต้องรีบไปปัสสาวะทันที เพราะกลัวปัสสาวะราด แก้ไขได้โดยกำหนดเวลาการเข้าห้องน้ำทุก 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอให้ปวดปัสสาวะ และอีกปัจจัยที่สำคัญ คือ ป้องกันและรักษาภาวะท้องผูก เพราะมีผลทำให้ปัสสาวะบ่อย

        การรักษาด้วยยา (Medical therapy)   เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา ซึ่งจะใช้ในกรณีที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น (IPSS > 7) หรือมีอาการผิดปกติของการปัสสาวะและส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน ยาที่ใช้บ่อยๆ ได้แก่ ยาคลายกล้ามเนื้อเรียบของต่อมลูกหมาก จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ท่อปัสสาวะกว้างขึ้น ปัสสาวะคล่องขึ้น เบ่งปัสสาวะน้อยลง แต่หากจะถามว่ามีผลข้างเคียงบ้างไหม คงต้องตอบว่า มีครับ เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย คัดจมูก สำหรับยาอีก 1 ชนิด ที่ใช้อย่างแพร่หลาย ได้แก่ ยาลดขนาดต่อมลูกหมาก โดยยาจะช่วยให้ขนาดของต่อมลูกหมากค่อยๆ ลดลงประมาณ 20% ในระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือน การปัสสาวะจึงคล่องขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อเรียบต่อมลูกหมากกับผู้ป่วยที่มีขนาดต่อมลูกหมากโตมากกว่า 30-40 กรัมขึ้นไป ซึ่งผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้อาจทำให้ความต้องการและสมรรถภาพทางเพศลดลง และหากกล่าวถึงยาในการรักษา เชื่อว่าบางท่านมีคำถามถึงประสิทธิภาพของยาสมุนไพรที่ขายอยู่ตามร้านทั่วไปว่าเป็นเช่นไร? หมอสามารถบอกได้เพียงว่า ยาสมุนไพรนั้นในปัจจุบันยังไม่มีการวิจัยมากพอที่จะสนับสนุนหรือต่อต้านยาสมุนไพรครับ

        การผ่าตัด (Surgical therapy)   เป็นวิธีที่จะเลือกใช้เมื่อการรักษาทั้ง 2 ส่วน ข้างต้นไม่ได้ผล การผ่าตัดสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะ (Transurethral resection of the prostate) หรือเรียกให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะเพื่อขูดต่อมลูกหมาก เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน ทำให้มีผลการติดตามผู้ป่วยในระยะยาว มีการพัฒนาอุปกรณ์ผ่าตัดที่ทันสมัย จึงเป็นวิธีรักษาที่ได้ผลดี ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้แก่ ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา ผู้ที่ได้รับยาแล้วยังมีอาการปัสสาวะไม่ออกจนต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากต่อมลูกหมากโต เช่น อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ มีปัสสาวะเป็นเลือดจากต่อมลูกหมากโต การทำงานของไตลดลงจากการโตของต่อมลูกหมาก หรือต่อมลูกหมากโตทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

นวัตกรรมแห่งการรักษาต่อมลูกหมากโต 

หลายครั้งที่คนไข้อยากทราบคร่าวๆ ว่าการผ่าตัดจะเป็นไปในลักษณะใด สำหรับการผ่าตัดต่อมลูกหมากโตนั้น ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดยาชาเข้าไขสันหลังหรือดมยาสลบ และแพทย์จะผ่าตัดส่องกล้องเข้าทางท่อปัสสาวะ โดยใช้เครื่องมือเข้าไปขูดต่อมลูกหมาก และนำชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากส่งตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก”

ส่วนการ การผ่าตัดโดยใช้เลเซอร์ (Transurethral laser vaporization of prostate) จะทำให้เนื้อต่อมลูกหมากที่กีดขวางท่อทางเดินปัสสาวะสลายไป เป็นวิธีการผ่าตัดที่ได้ผลดี ผลข้างเคียงน้อย เสียเลือดระหว่างผ่าตัดน้อย มีความปลอดภัย ยาดเจ็บน้อย นอนโรงพยาบาลระยะสั้นเพียง 1-2 วัน เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายชนิด และมีความเสี่ยงในการผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบส่องกล้อง วิธีสุดท้าย คือ การผ่าตัดแบบเปิด (Open prostatectomy) เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษากรณีต่อมลูกหมากโตผิดปกติมาก จึงจำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อนำเนื้อเยื่อส่วนเกินออก ซึ่งวิธีนี้ผู้ป่วยต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 7-10 วัน

ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคใกล้ตัวของคุณผู้ชายทุกคน หมอจึงอยากฝากให้คุณผู้ชายใส่ใจและสังเกตความผิดปกติของตัวเองอยู่เสมอ และถึงแม้จะไม่มีความผิดปกติใดๆ หากอายุ 40 ขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจต่อมลูกหมากเป็นประจำทุกปี และหัวใจหลักที่สำคัญประการหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่ควรตระหนัก คือ “อย่าอายที่จะตรวจ รักษา” เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง



ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ 
ศูนย์ระบบทางเดินปัสสาวะและโรคนิ่ว โรงพยาบาลพญาไท 3 
โทร 0-2467-1111 ต่อ 1837-8

โปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง

Rate this article : “ต่อมลูกหมากโต” เรื่องใกล้ตัวคุณผู้ชาย

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง