ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก

การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก (Hysteroscopy) เป็นหัตถการทางการแพทย์โดยการใช้กล้องส่องผ่านปากมดลูกเพื่อเข้าไปดูพยาธิสภาพที่คอปากมดลูก และพยาธิสภาพในโพรงมดลูกโดยตรง หรือดูในบริเวณรูเปิดของท่อนำไข่เข้าสู่โพรงมดลูก

การตรวจวิธีนี้มีข้อเด่นที่ดีกว่าการขูดมดลูก คือ แพทย์สามารถเห็นพยาธิสภาพของโพรงมดลูกได้โดยตรง ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยรายที่มีพยาธิสภาพอยู่กันเป็นกระจุก (Focal lesion) ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำหรับวินิจฉัยโรค และยังสามารถให้การรักษาโรคไปพร้อมกันในครั้งเดียว เช่น การตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูก การตัดเนื้องอกมดลูก หรือการเอาห่วงอนามัยที่ติดค้างในโพรงมดลูกออก แต่ข้อจำกัดของการใช้กล้องส่องโพรงมดลูก คือจะไม่สามารถวินิจฉัยโรคที่อยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก หรือ ในท่อนำไข่ได้ แพทย์มีการแนะนำให้ทำการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกในผู้ป่วยที่มีอาการ ดังต่อไปนี้

  1. สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีเลือดประจำเดือนออกผิดปกติ ทั้งในด้านปริมาณ และ/หรือระยะเวลา

  2. สตรีที่ได้รับการตรวจอัลตร้าซาวนด์มดลูกแล้วสงสัยว่ามี เนื้องอก หรือ มีติ่งเนื้อภายในโพรงมดลูก

  3. สตรีวัยหมดประจำเดือนที่มีเลือดออกจากโพรงมดลูก (เลือดออกทางช่องคลอด) และหลังได้ทำการดูดชิ้นเนื้อโพรงมดลูก หรือขูดมดลูกแล้ว ยังมีเลือดออกอีกหลังการรักษา

  4. สตรีที่มีมดลูกผิดปกติ เช่น มีผนังกั้นในโพรงมดลูก (Septate uterus)

  5. สตรีที่มีประจำเดือนออกมาก โดยไม่พบพยาธิสภาพจากการตรวจภายนอกมดลูก แพทย์สามารถส่องกล้องเข้าไปในโพรงมดลูกและทำการทำลายเยื่อบุโพรงมดลูก หรือตัดเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อไม่ให้มีประจำเดือน

  6. สตรีที่มีบุตรยากร่วมกับประวัติมีประจำเดือนมาน้อยมาก หรือไม่มีประจำเดือน หลังจากได้รับการขูดมดลูก คาดว่าน่าจะเกิดมีพังผืดในโพรงมดลูก (Asherman’s syndrome)

  7. สตรีที่ใส่ห่วงอนามัยมานานและไม่สามารถดึงสายห่วงออกได้ตามปกติ ซึ่งอาจเกิดจากมีเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกไปหุ้มห่วง หรือมีบางส่วนของห่วงทะลุผนังมดลูก แพทย์จึงต้องส่องกล้องเข้าไปคีบเอาห่วงอนามัยออกมา

  8. สตรีที่มีภาวะแท้งบุตร แท้งซ้ำ ร่วมกับตรวจทางอัลตร้าซาวนด์มดลูกพบว่ามีเนื้องอกหรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก

การเตรียมตัวก่อนไปส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก

ในการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกเพื่อการวินิจฉัยโรคอย่างเดียว หรือเพื่อหาสาเหตุของโรค สามารถทำที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกนรีเวชได้ ไม่ต้องงดข้าว งดน้ำ เพราะอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อวินิจฉัย จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของกล้องเล็กกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่าตัด


แต่หากแพทย์ต้องทำการผ่าตัดพยาธิสภาพในโพรงมดลูก ผู้ป่วยจำเป็นต้อง งดข้าว งดน้ำ 6 ชั่วโมงก่อนไปทำการรักษาด้วยการส่องกล้องตรวจทางโพรงมดลูก ระยะเวลาในการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกขึ้นกับหัตถการที่ทำ หากเป็นการส่องกล้องเพื่อการวินิจฉัยโรค จะใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 10-30 นาที หากเป็นการผ่าตัด ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความยากง่าย ขนาดของเนื้องอก หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ การผ่าตัดจะใช้เวลานานกว่า โดยทั่วไประยะเวลาเมื่อนับเฉพาะตอนผ่าตัด (ไม่นับรวมการเตรียมอุปกรณ์ การขยายปากมดลูก) มักจะทำหัตถการนานไม่เกิน 1 ชั่วโมง

บางครั้งอาจต้องนัดผู้ป่วยมาทำการผ่าตัดครั้งที่ 2 ในครั้งถัดไป หลังจากการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก ในกรณีที่เป็นการวินิจฉัยโรค ไม่ได้ดมยาสลบ ผู้ป่วยอาจไม่ต้องพักงาน กลับไปทำงาน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากเป็นการผ่าตัด มีการเสียเลือดมาก และต้องดมยาสลบด้วย แพทย์อาจต้องให้ผู้ป่วยพักดูแลตนเองที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้ตรวจรักษาผู้ป่วย จะให้คำแนะนำผู้ป่วยในเรื่องนี้เป็นกรณีๆ ไป

ข้อห้ามหลังการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก

หลังได้รับการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกแล้ว ต้องงดกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบโพรงมดลูก ประมาณ 2 สัปดาห์ จนกว่าจะไม่มีอาการเจ็บปวดที่ช่องคลอด ที่ท้องน้อย ตกขาว และ/หรือเลือดออกทางช่องคลอด กิจกรรมที่ต้องงด ได้แก่

  • สวนล้างช่องคลอด

  • มีเพศสัมพันธ์

  • อาบน้ำในอ่างอาบน้ำ

  • ว่ายน้ำ

  • การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด (Tampon)

ข้อห้ามในการส่องกล้องโพรงมดลูก

อย่างไรก็ตาม การตรวจรักษาด้วยวิธีส่องกล้องโพรงมดลูก จะไม่ทำในกรณีต่อไปนี้ คือ

  • สตรีที่อยู่ในสภาวะการตั้งครรภ์

  • มีการอักเสบในอุ้งเชิงกราน  หรือมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานอย่างรุนแรง

  • พบเชื้อมะเร็งปากมดลูก

การดูแลตนเองหลังจากส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก

หลังได้รับการตรวจด้วยวิธีการส่องกล้องแล้ว ควรสังเกตสิ่งที่จะเกิดขึ้นและสามารถดูแลตนเองได้ ดังนี้

  • การมีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดหลังผ่าตัด/ส่องกล้องฯ ถือเป็นเรื่องปกติ บางครั้งอาจเห็นเศษเนื้อจากที่ทำการผ่าตัดที่ค้างในโพรงมดลูกหลุดออกมาด้วย ซึ่งอาจมีเลือดออกมาได้นาน ประมาณ 5-7 วันหลังการตรวจ

  • อาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณมดลูก ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล ได้

  • ห้ามทำการสวนล้างช่องคลอด

ภาวะแทรกซ้อนจากการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกมีอะไรบ้าง ?

โดยทั่วไปภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกจะเกิดขึ้นน้อยมาก ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น

  • ปากมดลูกฉีกขาด เนื่องจากการขยายปากมดลูก

  • มดลูกทะลุขณะใส่เครื่องมือเข้าไปในโพรงมดลูก หรือ ทะลุขณะผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูก

  • ร่างกายเกิดการเสียสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ ความรุนแรงมีตั้งแต่ในระดับน้อยๆ คือ ไม่มีอาการ จนถึงมีอาการมาก เช่น ชัก หัวใจเต้นผิดปกติ หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้

  • เลือดออกมากจากมดลูก หรือเลือดออกมากทางช่องคลอด

  • มีการติดเชื้อในโพรงมดลูก (เยื่อบุมดลูกอักเสบ)


สุดท้ายนี้แพทย์ขอแนะนำว่า ต้องกลับไปพบแพทย์หรือต้องไปโรงพยาบาลก่อนนัด หากพบว่ามีเลือดออกทางช่องคลอดมากหรือนานกว่าปกติ, ปวดท้องน้อยมากกว่าปกติ, ตกขาวเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น และมีไข้สูง หนาวสั่น เป็นต้น อย่าเพิกเฉยหรือปล่อยทิ้ง หรือทนความเจ็บปวดไว้นานเกินจนกระทั่งลุกลามเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ถ้าหากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยควรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางโรงพยาบาลทันที

 




พล.ร.ต.นพ.โซ่สกุล บุณยะวิโรจ 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดมะเร็งนรีเวช รพ.พญาไท 1
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 3 ชั้น 4 รพ.พญาไท 1
โทร.02-201-4600 ต่อ 3465, 3466

Rate this article : ส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกดีอย่างไร?

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง