ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ภาวะนอนกรน...โรคป่วนคนนอนหลับ


ใครที่ต้องนอนแนบข้างกับคนเป็นโรคนอนกรนคงรู้ดีว่า... มันรบกวนความสงบสุขในห้วงนิทราอย่างไรบ้าง ไม่ใช่แต่คนที่นอนข้างเคียงเท่านั้นที่ต้องทนทุกข์กับเสียงกรนที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ดังอยู่ในบ้าน แต่เจ้าตัวคนนอนกรนเองก็อาจต้องทุกข์ทรมานในวันข้างหน้า ถ้าไม่ตระหนักถึงภัยที่จะตามมา

ทำไมจึงนอนกรน?

อาการนอนกรนเป็นปัญหาที่เราพบได้บ่อย แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่มีผลเสียอะไร ในทางตรงกันข้ามอาการนอนกรนเป็นอาการเตือนว่าทางเดินหายใจเริ่มมีการตีบแคบลง จนเมื่อมีการตีบแคบมากขึ้นจนปิดสนิทอาการกรนจะหายไปเนื่องจากไม่มีอากาศผ่านไปได้กลายเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ออกซิเจนที่มีอยู่ในเลือดซึ่งมีการใช้ตลอดเวลาแม้ในขณะหลับจะลดต่ำลงจนถึงจุดที่ทำให้มีการกระตุ้นให้สมองตื่นตัวเพื่อกลับมาหายใจเอาออกซิเจนกลับเข้าในร่างกายให้เพียงพอ

การที่สมองถูกกระตุ้นให้มีการตื่นตัวซ้ำๆ ตลอดทั้งคืนจะทำให้คุณภาพการนอนลดลง เมื่อตื่นนอนมาจึงไม่สดชื่น กลางวันง่วง อ่อนเพลีย ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หงุดหงิด ฉุดเฉียวง่าย หากขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรก็จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

เด็กที่เป็นโรคนอนกรนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้ หรือต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์มีขนาดโตกว่าปกติ ในเด็กบางคนอาจเกิดจากการมีโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ เช่น กลุ่มดาวน์ซินโดรม ทั้งนี้ภาวะนอนกรนมีผลกระทบกับเด็กในด้านการพัฒนาการ การเรียนรู้ ความจำ ส่งผลให้การเรียนตกต่ำเนื่องจากความจำไม่ค่อยดี สมาธิสั้น ทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวกว่าเด็กทั่วไป

ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ใหญ่เป็นโรคนอนกรนก็คือ ความอ้วนที่ทำให้มีไขมันส่วนเกินสะสม จนส่งผลให้ผนังช่องคอหนาตัว หรือบางคนเกิดจากพฤติกรรม เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พฤติกรรมเช่นนี้มีผลทำให้กล้ามเนื้อช่องทางเดินหายใจเกิดการหย่อนตัวและบวมหนามากกว่าปกติ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

หากเห็นชัดว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือสงสัยว่าจะมีภาวะดังกล่าว โดยคนข้างเคียงมักจะสังเกตได้ มีอาการง่วงกลางวันแม้จะนอนมาเต็มที่แล้ว หรือบางคนอาจนอนกรนร่วมกับมีโรคประจำตัวด้วย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งโรคนอนกรนหยุดหายใจจะส่งผลให้โรคประจำตัวดังกล่าวแย่ลงหรือควบคุมได้ยาก หากมีอาการดังกล่าวจึงควรไปรีบไปพบแพทย์

หากไม่รักษาแล้วจะเป็นอย่างไร?

  • โรคนอนกรนทำให้มีความเสี่ยงกับโรคอัมพฤต อัมพาตมากกว่าคนปกติหลายเท่า เพราะว่าในช่วงภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ทำให้ออกซิเจนตกลง ในขณะที่สมองยังต้องใช้ออกซิเจนอยู่ รวมทั้งหัวใจก็ต้องใช้ออกซิเจนด้วย เมื่อมีภาวะเช่นนี้จึงทำให้หัวใจต้องบีบตัวหนักเพื่อชดเชยกับภาวะหยุดหายใจในช่วงแรก และขณะที่มีการบีบตัวของหัวใจชดเชยก็จะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นมากกว่าปกติ อาจส่งผลให้หลอดเลือดสมองแตกได้

  • หากไม่รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เป็นรุนแรงจะทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โรคที่เกิดร่วมตามมาได้แก่โรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน สมรรถภาพทางเพศลดลง

นอกจากนี้ การนอนกรนไม่เพียงแต่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วย ยังมีผลต่อคุณภาพการนอนของคู่นอนด้วยเนื่องจากเสียงกรนที่ดังรบกวนทำให้นอนไม่หลับ บางครั้งทำให้ก่อปัญหาในครอบครัวถึงขั้นหย่าร้าง และปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางรถที่เราคาดไม่ถึง เนื่องจากทำให้ง่วงจนการตัดสินใจไม่ทันการณ์เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น มีรถเบรคกระทันหัน

การดูแลโรคนอนกรนเบื้องต้น แพทย์จะแนะนำคนไข้ที่มีน้ำหนักเกินให้ลดความอ้วน ให้เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ งดทานยานอนหลับ งดยากดระบบทางเดินหายใจและเปลี่ยนเป็นนอนตะแคงข้าง

การรักษาเฉพาะ เช่น

  • ใส่เครื่องอัดอากาศ (CPAP) ขณะหลับทุกคืน 

  • การจี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุเพื่อลดขนาดของเพดานอ่อนและโคนลิ้น ไม่ให้ตกไปปิดทางเดินหายใจได้ง่าย

  •  การผ่าตัดตกแต่งลิ้นไก่ เพดานอ่อนและผนังช่องคอรวมถึงการผ่าตัดต่อมทอนซิลที่โตออก

  • ใช้ทันตอุปกรณ์ (oral appliance) ใส่เวลานอน เพื่อช่วยลดอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ

ในรายที่ไม่สามารถทนการใส่เครื่องอัดอากาศต่อเนื่องทุกคืนได้หรือไม่ต้องการใส่ทันตอุปกรณ์ในขณะนอนทุกคืน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดแก้ไขในแบบที่เหมาะสมของตามอาการของแต่ละราย

การป้องกันโรคนอนกรน

ไม่ควรปล่อยให้อ้วนและควรออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อตึงกระชับและช่วยชะลอความหย่อนยานของกล้ามเนื้อ ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น งดดื่มสุรา งดใช้ยานอนหลับ

“โรคนอนกรนไม่ใช่ภาวะปกติที่ใครๆ ก็เป็นกัน คนที่มีภาวะนอนกรนควรได้รับการตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจในระยะยาว เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ มันอาจทำร้ายสุขภาพแบบคาดไม่ถึงได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดตามมาภายหลัง ทั้งนี้โรคนอนกรนสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง การรักษาในปัจจุบันเป็นการรักษาเพื่อทำให้เสียงกรนลดลงหรือหายไป พร้อมกับแก้ไขปัญหาเรื่องหยุดหายใจขณะหลับซึ่งมักแฝงตัวอยู่กับการกรน”

 



แพทย์ หู คอ จมูก, แพทย์ประจำศูนย์ตรวจการนอนหลับ 
โรงพยาบาลพญาไท 1
คลินิกหู คอ จมูก อาคาร 1 ชั้น 3
โทร.02-201-4600 ต่อ 2365-2367

Rate this article : ภาวะนอนกรน...โรคป่วนคนนอนหลับ

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง