ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ปวดคอ ปวดไหล่เรื้อรัง อาการปวดแบบมัยโอแฟสเชียล...จากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน


ปวดคอ ปวดไหล่เรื้อรัง อาการปวดแบบมัยโอแฟสเชียล...จากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน


เคยสังเกตไหม? เวลาที่เรานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ มักจะมีอาการปวดบริเวณคอ ไหล่ และสะบัก เมื่อมีอาการปวดเหล่านี้เกิดขึ้นสะสมเป็นเวลานานๆ ก็จะกลายเป็นอาการปวดแบบเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งจนไปทับเส้นประสาทซึ่งสามารถส่งผลถึงสมองได้ อาการปวดเหล่านี้ เรียกว่า อาการปวดแบบมัยโอแฟสเซียล(Myofascial pain syndrome) จัดอยู่ในกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม โดยส่วนมากจะปวดบริเวณจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อที่เรียกว่า ทริกเกอร์พอยต์ (Trigger point) ที่อยู่บริเวณรอบๆ กล้ามเนื้อคอ บ่า และสะบัก

สาเหตุของอาการปวดแบบมัยโอแฟสเซียล (Myofascial pain syndrome)

  • เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมากกว่า 2 ชม.

  • ตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ แป้นพิมพ์ และเม้าส์ อยู่สูงหรือต่ำเกินไป

  • ท่านั่งการใช้คอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกต้อง

อาการปวดแบบมัยโอแฟสเซียล (Myofascial pain syndrome) มีลักษณะเด่น ดังนี้

  • มีอาการปวดร้าวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย

  • ปวดแบบตื้อๆ ปวดลึกๆ บางครั้งจะมีความรู้สึกไม่สบายตัว

  • ปวดศีรษะบ่อย

  • ผู้ป่วยจะมีอาการร้าวไปตามแนวกล้ามเนื้อแต่ละมัด เช่น

    • กล้ามเนื้อคอ ร้าวขึ้นศีรษะ หรือบางทีก็ร้าวลงสะบัก

    • กล้ามเนื้อสะบัก ร้าวลงมาที่แขน หรือปลายนิ้วมือ

    • กล้ามเนื้อส่วนหลังบริเวณเอว ร้าวมาที่สะโพก

    • กล้ามเนื้อน่อง ร้าวลงมาถึงปลายเท้า

หากมีอาการปวดดังกล่าว แล้วปล่อยไว้ไม่รีบรักษา จะส่งผลให้กล้ามเนื้อ มีอาการเกร็งจนไปทับเส้นประสาท และเกิด อาการชาร้าวลงแขนและขา หากเป็นส่วนคอจะเกิดอาการปวดศีรษะคล้ายไมเกรนได้

การรักษาอาการปวดแบบมัยโอแฟสเซียล (Myofascial pain syndrome)

  1. การรักษาด้วยยา ได้แก่ ยาต้านการอักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อ การให้ยานี้จะให้เพียงระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากต้องระวังฤทธิ์ข้างเคียงของยาแต่ละชนิด

  2. การคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุดด้วยปลายเข็ม ในกรณีที่มีกล้ามเนื้อเฉพาะมัดเกร็งจนเป็นจุดกดเจ็บปวดหรือเป็นก้อน ซึ่ง สามารถทําได้บ่อย จนกระทั่งใยกล้ามเนื้อที่หดตัวแข็งเป็นจุดกดเจ็บปวดหรือก้อนกล้ามเนื้อนั้นคลายตัวออกหมด

  3. การใช้เครื่องมือกายภาพบําบัด ได้แก่ แผ่นเย็น แผ่นร้อน อัลตร้าซาวด์ หรือคลื่นไฟฟ้ากระตุ้น เพื่อช่วยลดปวด และลดอักเสบ คลายการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทําให้ข้อต่อยืดหยุ่นได้ดีขึ้น ในกรณีกระดูกคอเสื่อม การดึงคอช่วยแยกเอาหินปูนที่กดรากประสาทหรือเนื้อเยื่อ รอบๆ ออกจากกัน และในปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า คลื่นกระแทก หรือ Extracorporeal Shockwave Therapy (ช็อคเวฟ) ซึ่งสามารถสลายจุดกดเจ็บนี้ได้อย่างดี ทําให้กล้ามเนื้อคลายตัว และลดอาการปวดได้ด้วย

  4. ปรับท่าทางในการใช้คอมพิวเตอร์ให้ถูกต้อง

    • เอามือทั้งสองข้างวางไว้บนโต๊ะ หากลอยอยู่กลางอากาศจะมีการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบคอ ไหล่ และสะบักอย่างมาก และเลี่ยงการก้มหนาหรือเงยหน้านานๆ

    • ตําแหน่งที่เหมาะสมในการวางโต๊ะคอมพิวเตอร์และเก้าอี้นั่งนั้น ไม่ควรอยู่ในระดับที่ต่างกันจนเกินไป ทั้งนี้เพราะท่านั่งที่ไม่ถูกต้องจะมีผลต่อกล้ามเนื้อของร่างกาย

    • เมื่อนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจทําให้ปวดข้อต่างๆ ปวดกล้ามเนื้อ และถึงกับเส้นเอ็นอักเสบได้ การพักสายตาเป็นระยะ ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10-20 นาที เป็นสิ่งที่ควรทําอย่างยิ่งเพื่อพัก สายตา และเปลี่ยนอิริยาบถหรือเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลายได้อีกด้วย

    • จัดวางแป้นพิมพ์และเมาส์ให้อยู่ในตําแหน่งที่ถูกต้อง เหมาะสม ควรอยู่ในระดับที่พอดีกับมือ เมื่อมีการงอศอก 90 องศา ต้องไม่ให้มีแรงกดระหว่างข้อมือ แขนส่วนบนไม่เหยียดออกกว้างเกินไป แขนส่วนล่างขนานกับพื้น และไหล่ต้องไม่เกร็ง

  5. ฝึกการบริหารคอเพื่อบำบัดรักษา โดยมีท่าบริหารดังนี้

    • เอามือประสานกันด้านหลังลําตัว ใช้มือข้างตรงข้ามดึงมือข้างที่ต้องการโดยยืดให้ไหล่ค่อยๆ โน้มลง เอียงศีรษะไปด้านตรงข้าม ให้มือข้างตรงข้ามออกแรงดึงจนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อ ค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 ทํารอบละ 20 ครั้ง
    • ตัวอย่างเช่น หากมีอาการปวดคอด้านขวา ให้ใช้มือซ้ายดึงมือขวาเพื่อโน้มไหล่ข้างขวาลง เอียงศีรษะไปทางด้านซ้าย..แล้วออกแรงดึงจนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อ

    • เอามือจับที่เก้าอี้ด้านข้างลําตัว ใช้มือข้างตรงข้ามเอื้อมมาจับข้างศีรษะข้างที่ต้องการยืดและให้ศีรษะเอนไปด้านตรงข้าม มือข้างตรงข้ามออกแรงดึงจนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อ ค้างไว้นับ 1 ถึง 10 ทำรอบละ 20 ครั้ง
    • ตัวอย่างเช่น หากปวดคอด้านขวา ให้ใช้มือขวาจับที่เก้าอี้ จากนั้นใช้มือซ้ายเอื้อมมาจับข้างศีรษะด้านขวา ค่อยๆ ยืดและเอนศีรษะไปทางด้านซ้ายจนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อ

    • เอามือเอื้อมไปจับไหล่(ด้านหลัง)ด้านตรงข้าม ใช้มือด้านตรงข้ามจับบรเวณข้อศอกด้านที่ต้องที่การจะยืด จากนั้นค่อยๆ ดันข้อศอกจนรู้สึกตึงที่สะบักหรือที่กล้ามเนื้อ ค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 ทำรอบละ 20 ครั้ง
    • ตัวอย่างเช่น หากปวดด้านขวา ให้เอื้อมมือขวามาจับบริเวณด้านหลังของไหล่ซ้าย จากนั้นเอื้อมมือซ้ายมาจับข้อศอกขวาแล้วค่อยๆ ออกแรงดันจนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อ

    • วางมือสองข้างที่ระดับเอวโดยให้ฝ่ามือแนบแผ่นหลัง โน้มตัวไปด้านหน้าโดยให้ข้อศอกทิ้งลงพื้น จนกระทั่งรู้สึกว่ากล้ามเนื้อถูกดึงยืด ค้างไว้นับ 1 ถึง 10 ทำรอบละ 20 ครั้ง

    • ยืนหันข้างลําตัวเข้าผนัง ยกแขนยันผนัง ศอกตรง ให้รู้สึกยึดตรงหัวไหล่ และกล้ามเนื้อ ค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 ทำรอบละ 20 ครั้ง

แม้ว่าจะรักษาภาวะปวดจนหายดีแล้ว แต่อาการปวดก็สามารถกลับมาใหม่ได้อีก หากเรายังมีพฤติกรรมแบบเดิม ฉะนั้นควรหมั่นออกกําลังกายและบริหารกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่มักจะหดเกร็ง และอยู่ในท่วงท่าที่ถูกต้องขณะใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันและลดโอกาสการกลับมาปวดซ้ำอีก



ศ.พญ.อารีรัตน์ สุพุทธิธาดา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะปวด,
โรคระบบประสาทและโรคเรื้อรังต่างๆ ศูนย์กระดูกสันหลังและระบบประสาท
โรงพยาบาล พญาไท นวมินทร์
โทร 02-9447111 ต่อ 1327

Rate this article : ปวดคอ ปวดไหล่เรื้อรัง อาการปวดแบบมัยโอแฟสเชียล...จากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง