ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับการรักษาในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน


เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับการรักษาในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน


โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองอย่างช้าๆ มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยอาการของโรคพาร์กินสันจะแบ่งออกเป็นลักษณะอาการเกี่ยวกับระบบประสาทสั่งการ, อาการทางจิตประสาท เช่น ซึมเศร้า และอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เป็นต้น

โดยในกรณีนี้ เราจะพูดถึงการรักษาอาการของผู้ป่วยพาร์กินสันในแง่ของการที่ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ ทำให้มีอาการเคลื่อนไหวช้าหรือน้อยลงกว่าปกติ ซึ่งมักเป็นลักษณะอาการ 1 ใน 3 อย่างนี้

  • แขน ขา มือ ขากรรไกร ใบหน้ามีอาการสั่น  

  • แขน ขา ลำตัว มีอาการแข็งเกร็งทั้งตัว

  • การทรงตัวไม่มั่นคง

การรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูในผู้ป่วยพาร์กินสัน

ในอดีตการรักษาจะเน้นการใช้ยาเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้รับความนิยมมากขึ้น  เพราะมีผลวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่ามีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น การทรงตัวดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการล้ม ใช้ชีวิตประจำวันได้มากขึ้น กลืนอาหารได้ และเปล่งเสียงพูดได้ดีขึ้น ตลอดจนช่วยด้านจิตใจ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งวิธีการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู  สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • ให้ผู้ป่วยนอนบนเตียงที่ฟูกแน่นแข็ง เพื่อลดการหดรั้งยึดติด และช่วยให้พลิกตะแคงตัวบนเตียงได้ง่าย

  • ให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อและยืดกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันข้อยึดติด หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ เดิน ขี่จักรยาน

  • ฝึกผู้ป่วยเดิน โดยอาจจะใช้ที่ช่วยเดิน

  • ฝึกการย้ายลำตัว และเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัยให้กับผู้ป่วย

  • ฝึกกระตุ้นการเคลื่อนไหวของปากและหลอดอาหาร

  • กิจกรรมนันทนาการ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วย

การฟื้นฟูการเดินและป้องกันการล้ม

ผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาในเรื่องการเดิน โดยเฉพาะการเดินที่ติดขัดนั้น ผู้ป่วยจะสามารถเดินได้ดีขึ้นเมื่อมีสิ่งมานำทางภายนอก ไม่ว่าจะทางสายตา การได้ยิน หรือทางสัมผัส โดยสิ่งนำทางภายนอก (cueing) จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นชั่วคราวในกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคพาร์กินสันนั้นเดินได้ดีขึ้น และงานวิจัยยังพบว่าการฝึกขึ้นลงบันได ช่วยเพิ่มความเร็วในการเดิน ระยะก้าวเดินเมื่อเทียบกับการฝึกเดินบนทางราบแบบดั้งเดิม สมมติฐานคือการเดินขึ้นลงบันไดเป็นการเคลื่อนไหวแบบเป็นจังหวะ เป็นการเรียนรู้ใหม่ของระบบสั่งการเดิน และขั้นบันได ยังเปรียบเสมือนสิ่งนำทางสายตา นอกจากนี้การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการทรงตัว ป้องกันการล้ม เพิ่มความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดที่เกี่ยวข้องกับการเดินและการทรงตัว ที่สำคัญ ได้แก่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อกลุ่มเหยียดสะโพก กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง กล้ามเนื้อน่องกล้ามเนื้อกระดกข้อเท้า รวมทั้งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเพื่อเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ หลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกชนิดใดก็ได้ที่ผู้ป่วยชอบเช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดิน เป็นต้น

การรักษาแบบกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้ากระแสตรงผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial Direct Current Stimulation: tDCS) และเครื่องกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก ( Transcranial Magnetic Stimulation:TMS) พบว่าช่วยลดความผิดปกติด้านเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ความเร็วในการเดินเพิ่มขึ้น และมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้การเคลื่อนไหวลำตัว มือ และแขนส่วนบนดีขึ้นด้วย



ศ.พญ.อารีรัตน์ สุพุทธิธาดา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะปวด,
โรคระบบประสาทและโรคเรื้อรังต่างๆ ศูนย์กระดูกสันหลังและระบบประสาท
โรงพยาบาล พญาไท นวมินทร์
โทร 02-9447111 ต่อ 1327#

Rate this article : เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับการรักษาในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง