ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ลูกติดเกมส์...พ่อแม่ช่วยได้


ลูกติดเกมส์...พ่อแม่ช่วยได้


คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมีคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกติดเกม หรือหมกมุ่นอยู่กับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์แทปเลท พฤติกรรมติดเกมสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กมีโอกาสรู้จักและเข้าไปสัมผัสกับเกม ไม่ว่าจะเป็นเกมจากโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ถึงสัญญาณของการเริ่มติดเกมคือ เด็กจะใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับเกมส์โดยไม่รู้เวลาหรือมากกว่าที่ตั้งใจไม่สามารถควบคุมตนเองให้เลิกเล่นได้ พยายามดิ้นรนที่จะใฝ่หาการเล่นเกมมากขึ้น เมื่อผู้ปกครองบอกให้หยุดเล่นเกมก็จะแสดงอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย บางครั้งถึงกับอาละวาดก้าวร้าว เกิดปัญหาทางอารมณ์ และการเล่นเกมส์จนส่งผลกระทบต่อร่างกาย การเรียน สัมพันธภาพกับคนรอบข้าง

สิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กติดเกมส์

ปัญหาเด็กติดเกมเกิดขึ้นได้จากปัจจัยหลัก 3 สิ่งด้วยกัน คือ ปัจจัยจากตัวเด็ก ครอบครัว และสิ่งแวดล้อม

  • ตัวเด็ก เด็กที่มีโอกาสเสี่ยงในการติดเกมได้มาก เช่น ในเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น มีความอดทนน้อย ขาดการควบคุมตนเอง ในเด็กที่มีปัญหาอารมณ์ซึมเศร้า เครียด อาจใช้เกมเพื่อช่วยคลายเครียด สร้างความสุข เด็กที่ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง (Low self esteem) ขาดทักษะทางสังคม หรือมีปัญหาการเรียน อาจใช้เกมเป็นสิ่งที่ทำให้เพิ่มความสามารถและความภาคภูมิใจ ได้รับการยอมรับในสังคมได้

  • ครอบครัว สิ่งสำคัญคือการเลี้ยงดูที่ขาดระเบียบวินัย กฎกติกา หรือตามใจเด็กมากเกินไป ทำให้เด็กขาดการควบคุมตัวเองในการเล่นเกม ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่ หรือความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่เอง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดความเครียดได้ บางครอบครัวใช้อารมณ์กับลูกหรือไม่มีเวลาให้เด็ก ขาดการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ทำให้เด็กเกิดความเหงา ความเบื่อหน่าย เด็กจึงต้องหากิจกรรมอื่นเพื่อทำให้ตัวเองสนุก ซึ่งก็คือการเล่นเกม หรือบางครั้งครอบครัวก็ใช้เกมส์เพื่อช่วยให้เด็กนิ่ง สงบ ไม่รบกวนการทำงานของครอบครัว

  • สิ่งแวดล้อม ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กเข้าถึงเกมได้ง่าย เช่น การที่พ่อแม่หยิบยื่นอุปกรณ์ที่ทำให้เด็กเข้าถึงเกมมากเกินไป ในสังคมมีกลุ่มเพื่อนที่มีการพูดคุยเรื่องเกม โรงเรียน หรือบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ร้านเกมก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กติดเกมได้ง่ายขึ้น

พฤติกรรมแบบไหนที่เข้าข่ายเด็กติดเกม

พฤติกรรมที่สะท้อนว่าเด็กติดเกมเข้าขั้นรุนแรง จะแสดงออกได้ทางร่างกาย เด็กจะเล่นเกมจนมีปัญหาสุขภาพร่างกาย ปวดหลัง ปวดหัว ไม่สนใจเรียนจนส่งผลกระทบต่อผลการเรียน มีภาวะแยกตัวไม่เข้าสังสม หมกมุ่นอยู่กับเกม แสดงออกทางอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมกับพ่อแม่ ใช้แบบอย่างจากเกมที่มีความรุนแรง จนแสดงออกทางอารมณ์ฉุนเฉียว ก้าวร้าว ซึมเศร้าหากมีอาการเหล่านี้จะเข้าข่ายขั้นรุนแรงมากขึ้น

พ่อแม่ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นเกม เล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องเพียงลำพัง ควรสอดส่องพฤติกรรมของลูก สังเกตว่าลูกเล่นเกมอะไร เพื่อเป็นการเฝ้าดูการเล่นเกมที่ไม่เหมาะสมกับวัย ที่สำคัญพ่อแม่ควรศึกษาเทรนด์หรือเกมที่เด็กเล่นอยู่เพื่อให้แนะนำและเป็นวิธีสร้างสัมพันธภาพกับลูก เข้าใจลูกเพิ่มขึ้น รู้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลง

การสังเกตถึงพฤติกรรมการติดเกมของลูกนั้น พ่อแม่สามารถสังเกตถึงความรุนแรงของการแสดงออกทางอารมณ์เมื่อบอกให้เลิกเล่นเกม การปฏิบัติตามกฎในการเล่นเกมที่พ่อแม่ตั้งไว้ กิจวัตรประจำวันหรือกิจกรรมของลูก ผลการเรียน และความสัมพันธ์ระหว่างครู เพื่อน และครอบครัว ที่เปลี่ยนแปลงไป จะช่วยประเมินปัญหาติดเกมในเบื้องต้นได้

ธรรมชาติของพ่อแม่อาจทำร้ายลูก

การเลี้ยงดูที่ตามใจมากเกินไปโดยไม่ได้สร้างระเบียบวินัยให้กับเด็กก็อาจสร้างปัญหาให้เด็กได้ อีกประการคือ การปล่อยปะละเลยไม่สนใจในตัวเด็ก ไม่มีเวลาให้ลูก หรือพ่อแม่บางคนมีปัญหาส่วนตัวด้านอารมณ์ ทะเลาะกันให้เห็นจนเด็กเกิดความเครียดก็จะทำให้เด็กหาทางออกโดยการเล่นเกม เพราะไม่อยากเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันก็อาจเป็นผลเสียต่อเด็กได้

ลูกติดเกม...พ่อแม่ช่วยได้!

พ่อแม่สามารถแก้ปัญหาลูกติดเกมได้ด้วยตัวเอง

  • สิ่งแรกพ่อแม่ต้องค้นพบให้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเข้าข่ายติดเกม โดย “การสังเกต” ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวลูกและทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก พ่อแม่ควรมองย้อนกลับไปหาต้นตอที่ทำให้ลูกติดเกม จาก 3 ปัจจัยหลักให้ครบ เช่น Self-Esteem ของเด็กเป็นอย่างไร พ่อแม่มีเวลาให้ลูกมากพอหรือไม่ ครอบครัวมีระเบียบวินัยมากน้อยแค่ไหน รวมถึงสังคมภายนอกที่เป็นปัจจัยให้เด็กติดเกมส์ได้ ซึ่งหากพ่อแม่สังเกตเห็นและแก้ไขสาเหตุนั้นได้ ก็จะสามารถช่วยให้เด็กหายจากพฤติกรรมติดเกมได้อย่างมาก

  • ประการที่สองคือ การเข้าไปรู้จักกับเกมที่เด็กเล่น เพราะต้องยอมรับว่าเกมไม่ได้ส่งผลเสียต่อเด็กทุกเกม บางเกมสามารถส่งเสริมพัฒนาการได้ การเข้าไปทำความรู้จักกับเกมเพื่อหาโอกาสคุยกับลูกได้มากขึ้นจะเป็นการ “สร้างสัมพันธภาพ” ที่ดีที่พ่อแม่จะได้เข้าไปคุยกับลูก รู้จักในสิ่งที่ลูกชอบ สามารถชวนมาทำกิจกรรมอื่นๆ ในลักษณะที่ลูกชอบร่วมกัน และเพื่อที่จะเลือกเกมได้เหมาะสมกับตัวลูกได้ด้วย

  • ประการที่สาม การอนุญาตหรือตั้งกฎในการเล่นเกมใหม่ พ่อแม่อาจกลับมาตั้งกฎในการเกมให้ลูกเล่นเกมเป็นเวลา ให้ลูกมีส่วนร่วมในการตั้งกฏกติกา และให้รางวัล ชมเชยเมื่อลูกสามารถทำได้ตามกฎที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นเกมหากมีเป็นส่วนตัวโอกาสที่จะติดเกมก็เพิ่มขึ้น พ่อแม่อาจติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้บริเวณห้องนั่งเล่น ห้องดูหนัง หรือพื้นที่ส่วนรวมของบ้านเพื่อตรวจสอบได้ง่าย

กิจกรรมในครอบครัวเป็นยา

จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาพฤติกรรมติดเกมส์ในครอบครัว คุณหมอมักได้รับคำตอบว่า ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีอะไรทำ เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กติดเกมได้ง่าย พ่อแม่สามารถมองหาจุดเด่นเพื่อส่งเสริมความมั่นใจ (Self-Esteem) และสนับสนุนกิจกรรมทดแทนการเล่นเกม อาทิ ดนตรี ศิลปะ กิจกรรมร่วมกันในครอบครัวก็จะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กเข้าถึงอุปกรณ์ที่จะเล่นเกมได้น้อยลง นอกจากนี้ พ่อแม่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้ หากพ่อแม่เล่นเกม หรือเล่นโทรศัพท์ โซเชียลให้ลูกเห็นก็อาจทำให้เด็กนำมาเปรียบเทียบกับตนเอง และคิดว่าตัวเองมีสิทธิที่จะทำตามแบบอย่างนั้นได้

การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ที่มีความรู้เข้าใจในพฤติกรรมติดเกม เมื่อการติดเกมได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อมของเด็ก หรือหลังจากที่พ่อแม่ได้ทดลองแก้ปัญหาลูกติดเกมตามคำแนะนำข้างต้นแล้วรู้สึกว่ายังไม่สามารถปรับพฤติกรรมของลูกได้ จึงตัดสินใจเข้ารับคำปรึกษา ซึ่งแพทย์จะประเมินสาเหตุและวางแผนช่วยเหลือร่วมกับเด็กและครอบครัว เพื่อวางแผนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมกับตัวเด็ก ครอบครัว และสิ่งแวดล้อมของเด็กเอง หรืออาจพิจารณาให้การรักษาในโรงพยาบาลในกรณีที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่รุนแรงเพื่อเตรียมความพร้อมของครอบครัวและรักษาเด็ก

พญ.ถิรพร ตั้งจิตติพร
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

ศูนย์สุขภาพเด็ก รพ.พญาไท 3

Rate this article : ลูกติดเกมส์...พ่อแม่ช่วยได้

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง