ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

กินอย่างไร? เมื่อเป็นเบาหวาน


กินอย่างไร? เมื่อเป็นเบาหวาน


อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน คือ อาหารทั่วไปไม่แตกต่างจากอาหารที่รับประทานจากปกติ แต่เป็นอาหารที่ไม่หวานจัด โดยต้องคำนึงถึงปริมาณและชนิดของแป้งและไขมันเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมถึงการรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารในปริมาณใกล้เคียงกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะปริมาณ คาร์โบไฮเดรตโดยรวม ไม่ต้องงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ให้ลดปริมาณอาหารได้ แต่ไม่ควรงดอาหาร เพราะจะหิวและรับประทานมื้อถัดไปมาก ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นๆ ลงๆ หากต้องการลดน้ำหนัก ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่านก่อนเพราะอาจจะต้องปรับยาเบาหวานร่วมด้วย

อาหารของคนเป็นเบาหวาน แบ่งเป็น

  1. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง ขนมไทย เบเกอรี่ ผลไม้กระป๋อง ผลไม้ดอง หรือผลไม้หวานจัดอื่นๆ

  2. อาหารที่รับประทานได้แต่จำกัดปริมาณ ได้แก่

    • คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าวแป้ง น้ำตาล เผือก มัน ควรรับประทาน 6-11 ส่วนต่อวัน โดยคาร์โบไฮเดรต 1 ส่วนให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี่ เท่ากับปริมาณอาหารดังนี้

    • ข้าวสวย 1 ทัพพีเล็ก (5 ช้อนโต๊ะ)
      ข้าวต้ม ¾ ถ้วยตวง (2 ทัพพี)
      โจ๊ก 1 ถ้วยตวง
      ข้าวเหนียวนึ่ง 3 ก้อนเล็ก (3 ช้อนโต๊ะ)
      บะหมี่ ½ ก้อน
      เส้นก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ และวุ้นเส้น 1 ทัพพี
      ซีเรียลแบบไม่มีน้ำตาล 1 ทัพพี
      ถั่วแดง 1/3 ถ้วยตวง
      ถั่วเขียว, ถั่วดำ ½ ถ้วยตวง
      ข้าวโพดต้ม ½ ฝัก
      มันฝรั่งบด, มันเทศ, เผือก 1 ทัพพี
      มันฝรั่งต้ม ½ หัว
      ฟักทอง 1 ถ้วยตวง
      มันแกว 4 ทัพพี
      ขนมปัง 1 แผ่น (4 x 4 นิ้ว)
      ขนมปังกรอบแผ่น 3 แผ่น
      ข้าวโพดคั่วไม่ใส่เนย 3 ถ้วยตวง

      ควรเลือกรับประทานข้าวซ้อมมือหรือขนมปัง ที่ทำจากแห้งที่ไม่ขัดสี เพื่อให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารมากขึ้น สารให้ความหวานอื่นๆ ที่ทดแทนน้ำตาลทราย ได้แก่ สารให้ความหวานชนิด sugar alcohols (polyols) ได้แก่ ซอร์บิทอล ปมนนิทอล ไซลิทอล ให้พลังงาน 2 กิโลแคลอรี่/กรัม มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่าซูโครสหรือกลูโคส และสารให้ความหวานที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้พลังงานน้อยมากได้แก่ แอสปาแตม ซูคาโลส ผู้เป็นเบาหวานควรทานในปริมาณที่จำกัด

    • ผลไม้ รับประทานได้ 3-4 ส่วนต่อวัน โดยผลไม้ 1 ส่วน ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี่ เท่ากับปริมาณผลไม้ดังนี้

    • กล้วยน้ำว้า, กล้วยไข่ 1 ผล
      กล้วยหอม 1 ผล
      ขนุน 2 ชิ้น
      เงาะ 6 ผล
      ชมพู่ 3 ผล
      ฝรั่ง 1 ผลกลาง
      แตงโม 10 ชิ้นพอคำ
      แคนตาลูป 10 ชิ้นพอคำ
      มะพร้าวอ่อน ½ ถ้วยตวง
      มะม่วงดิบ ½ ผลใหญ่
      มะขามหวาน 2 ฝัก
      มะละกอสุก 8 ชิ้นพอคำ
      มังคุด 4 ผล
      ลองกอง, ลางสาด 8 ผล
      ลำไย ½ ถ้วยตวง
      ลิ้นจี่ 6 ผลกลาง
      ส้มเขียวหวาน 1 ผลกลาง
      สัปปะรด 6 ชิ้นพอคำ
      สตอเบอรี่ 13 ผลเล็ก
      สาลี่ 1 ผลเล็ก
      ส้มโอ 2 กลีบ
      แอปเปิ้ล 1 ผล
      องุ่น 17 ผลเล็ก

      น้ำผลไม้มีเส้นใยน้อย หากอยู่ในขณะลดน้ำหนักไม่ควรดื่ม ควรรับประทานผลไม้สดดีกว่า และควรหลีกเลี่ยงผลไม้เชื่อม ผลไม้กวน ผลไม้บรรจุกระป๋อง เครื่องจิ้มพริก-น้ำตาล-เกลือ น้ำปลาหวาน

    • เนื้อสัตว์ รับประทานวันละ 6-12 ช้อนโต๊ะ แบ่งเป็น

      • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 1 ส่วนมี 35 กิโลแคลอรี่ เช่น ปลา 1 ตัวเล็ก หรือเนื้อปลา 2 ช้อนโต๊ะ เนื้อปู 2 ช้อนโต๊ะ กุ้ง 4-6 ตัว หอยลาย/หอยแครง 10 ตัว ปลาหมึก 1 ตัว (ขนาด 5 นิ้ว) ลูกชิ้น 5-6 ลูก ไข่ขาว 2 ฟอง เป็นต้น

      • เนื้อแดง 1 ส่วน มี 55 กิโลแคลอรี่ เช่น เนื้อสเต๊ก 2 ช้อนโต๊ะ แฮม 1 ชิ้น เนื้อไก่ 2 ช้อนโต๊ะ ปลาทูน่ากระป๋อง 4 ช้อนโต๊ะ ปลาแซลมอน 2 ช้อนโต๊ะ เป็นต้น

      • เนื้อสัตว์ไขมันปานกลาง 1 ส่วน มี 75 กิโลแคลอรี่ เช่น เนื้อบดติดมัน 2 ช้อนโต๊ะ ไก่มีหนัง 2 ช้อนโต๊ะ เนื้อปลาทอด 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ทั้งฟอง 1 ฟอง นมถั่วเหลือง 1 ถ้วยตวง เต้าหู้แข็ง ½ แผ่น

      • เนื้อสัตว์ไขมันสูง 1 ส่วน มี 100 กิโลแคลอรี่ เช่น ซี่โครงหมูบด กุนเชียง 2 ช้อนโต๊ะ ไส้กรอกหมู 1 แท่งยาว เบคอน 3 ชิ้น ไส้กรอกอีสาน 1 แท่ง

      ปริมาณพลังงานข้างต้นเป็นเนื้อสัตว์ที่สุกแล้ว แนะนำเนื้อสัตว์ เช่น ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน ไข่ขาว รับประทานได้ไม่จำกัด เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ควรหลีกเลี่ยง เนยและเนยแข็ง เนื้อสัตว์ติดหนังติดมัน เนื้อสัตว์ทอด/ชุบแป้งทอด เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ไส้กรอก เบคอน กุนเชียง

    • นม  รับประทานวันละ 1-2 แก้วต่อวัน

    • นมไร้ไขมัน                   1 กล่อง       90 กิโลแคลอรี่
      นมพร่องไขมันเนย        1 กล่อง       120 กิโลแคลอรี่
      นมไขมันปกติ               1 กล่อง        150 กิโลแคลอรี่

      ควรเลือกรับประทานนมพร่องไขมันเนย หรือนมขาดไขมัน โยเกิร์ตพร่องมันเนยรสธรรมชาติ  นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ไม่ใส่น้ำตาล หลีกเลี่ยงนมเต็มไขมัน นมหวาน นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตผสมผลไม้ นมเปรี้ยว นมข้นหวาน

    • หมวดไขมัน 1 ส่วน ให้พลังงาน 45 กิโลแคลอรี่ เช่น

    • น้ำมัน 1 ช้อนชา เนยเทียม 1 ช้อนชา
      มายองเนส 1 ช้อนชา น้ำสลัดข้น 1 ช้อนชา
      น้ำสลัดใส 1 ช้อนโต๊ะ งา 1 ช้อนโต๊ะ
      เมล็ดดอกทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสง 20 เมล็ด
      กะทิ 1 ช้อนโต๊ะ วิปครีม 2 ช้อนโต๊ะ

    • แอลกอฮอล์ ผู้เป็นเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ดี สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ในปริมาณจำกัด และควรดื่มพร้อมมื้ออาหาร โดยแอลกอฮอล์ 1 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรี่ จึงไม่ควรดื่มเกินปริมาณที่แนะนำตามเพศ เช่น

    • ประเภท เพศชาย เพศหญิง
      เบียร์ 650 มล. 340 มล.
      ไวน์ 250 มล. 120 มล.
      วิสกี้ 85 มล. 40 มล.

  3. อาหารที่รับประทานได้ไม่จำกัดปริมาณ ได้แก่ ผักสด ควรรับประทาน 4-6 ส่วนต่อวัน โดยผัก 1 ส่วน ให้พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่   เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้ง ตำลึง ผักกาดหอม ผักสลัดแก้ว แตงกวา ไชเท้า เป็นต้น แต่ผักบางชนิดมีแป้งมากและให้พลังงานสูง 1 ถ้วยตวง ให้พลังงานเท่ากับคาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน หรือ 80 กิโลแคลอรี่ เช่น ข้าวโพด เมล็ดถั่วลันเตา ฟักทอง เผือก มัน เป็นต้น



ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ
Diabetic & Endocrine Center
โรงพยาบาลพญาไท 3

Rate this article : กินอย่างไร? เมื่อเป็นเบาหวาน

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง