ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ความเสี่ยงโรคข้อสะโพกเสื่อม เขาว่า..ยิ่งใช้มากยิ่งพังเร็ว!


ความเสี่ยงโรคข้อสะโพกเสื่อม เขาว่า..ยิ่งใช้มากยิ่งพังเร็ว!


โรคข้อสะโพกเสื่อม (Osteoarthritis of the hip) เป็นหนึ่งในความเสื่อมตามวัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็สามารถเกิดได้จากความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย โดยพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่มักมาด้วยอาการผิดปกติของข้อสะโพกนำมาก่อน หรือมีการพัฒนาของกระดูกที่ผิดเพี้ยนไป โรคประจำตัวบางชนิด และผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากจนเกินไป ที่ล้วนมีผลต่อความเสื่อมของกระดูกสะโพกอย่างมีนัยสำคัญ

“ข้อสะโพกเสื่อม” ยิ่งใช้มากยิ่งพังเร็ว แถมเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้างได้?

ขึ้นชื่อว่า “ข้อ...” ย่อมมีความสำคัญ โดยเฉพาะข้อสะโพกซึ่งมีขนาดใหญ่และมีหน้าที่สำคัญในการรับน้ำหนักตัว ข้อสะโพกจะถูกเชื่อมด้วยกระดูก 2 ชิ้น คือ กระดูกส่วนหัวสะโพก (Femoral head) และส่วนเบ้าสะโพก (Acetabulum) เหมือนกันทั้งสองข้าง

โรคข้อสะโพกเสื่อม สามารถเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้างได้ แต่มักจะมาในระยะที่ไม่พร้อมกัน ซึ่งโรคข้อสะโพกเสื่อม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ข้อสะโพกเสื่อมปฐมภูมิ หรือ ข้อสะโพกเสื่อมตามอายุ (Primary Osteoarthritis of Hip) พบได้ในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเริ่มสะสมอาการมาเรื่อยๆ ซ้ำๆ พบได้ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือเกิดจากการใช้งานแบบสะสมตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว จนเข้าสู่วัยกลางคนก็จะเริ่มมีอาการแสดงออกมา แต่พบได้น้อยในกลุ่มประชากรชาวไทย เมื่อเทียบกับชาวตะวันตก

  • ข้อสะโพกเสื่อมทุติยภูมิ หรือ ข้อสะโพกเสื่อมจากสาเหตุอื่นๆ (Secondary Osteoarthritis of Hip) เช่น อาการผิดปกติของกระดูกสะโพก (Developmental Hip Dysplasia : DDH) ที่เกิดจากการพัฒนาของกระดูกที่ผิดเพี้ยนสะสมมาเรื่อยๆ จนทำให้ทรงกระดูกไม่ปกติ โรคข้อหรือภาวะการอักเสบเรื้อรังของสะโพก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไข้ต้องเข้ารับการรักษากันมากที่สุด ตลอดจนการบาดเจ็บจากกิจกรรมหรืออุบัติเหตุ

4 กลุ่มสำคัญ... มักรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก (Total Hip Replacement) คือ เทคนิครักษาข้อสะโพกด้วยการใช้วัสดุข้อสะโพกเทียมเข้าไปทดแทนข้อสะโพกเดิม เป็นเทคนิคที่ช่วยให้คนไข้หายจากอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดไม่ได้ผล และเหมาะกับ 4 กลุ่มสำคัญ ดังนี้

  • ผู้ที่มีอาการสะโพกผิดปกติโดยตรง เช่น การพัฒนาของกระดูกที่ผิดปกติ (DDH) และข้อสะโพกขาดเลือด (Osteonecrosis of the hip : ONFH หรือ Avascular Necrosis : AVN) พบได้ประมาณ 50-80% ทำให้กระดูกสะโพกค่อยๆ ตาย เพราะผิวข้อสะโพกเสื่อมจนเสียไป และกระทบต่อการเคลื่อนไหวของคนไข้ในที่สุด

  • กลุ่มโรคประจำตัวบางชนิด ซึ่งมีภาวะอักเสบเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)  ซึ่งคนไข้มักได้รับการรักษาเชิงอนุรักษ์ (ยารับประทาน) ไปแล้ว แต่เมื่อหยุดยาอาการปวดเดิมๆ ก็ย้อนกลับมา ท้ายสุดทำให้คนไข้ต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

  • ข้อสะโพกหักในของผู้สูงวัย กรณีคนไข้สูงอายุ แพทย์ต้องประเมินสุขภาพและลักษณะการใช้ชีวิตทั่วไปของคนไข้มาประกอบการตัดสินใจ หากคนไข้ยังเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว หรือเดินเป็นประจำ แพทย์มักรักษาโดยการเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมทั้งหมด เว้นแต่ในผู้ที่สูงอายุมากๆ ที่มีข้อจำกัดในการยืนหรือเดิน แพทย์อาจใช้การใส่ข้อสะโพกเทียมเพียงบางส่วน (ไม่เปลี่ยนเบ้าสะโพก)

  • ผู้ที่เป็นข้อสะโพกเสื่อมตามอายุ (Primary Osteoarthritis of Hip) แนวทางการรักษาของผู้ที่เป็นข้อสะโพกเสื่อม มักเริ่มด้วยการรักษาเชิงอนุรักษ์ (รับประทานยา) ก่อน แต่หากคนไข้ไม่มีการตอบสนองต่อการรักษา (Failed conservative treatment) ท้ายสุดแพทย์ก็จะแนะนำให้คนไข้ทำการผ่าตัดรักษา

ฉะนั้นเมื่อคนไข้รู้ตัวว่าเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เชื่อมโยงต่อการเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมได้ง่าย การดูแลตัวเองและเคลื่อนไหวใช้งานข้อสะโพกอย่างทะนุถนอม การพบแพทย์เพื่อรักษาโรคประจำตัวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคให้น้อยลงได้ และเมื่อใดที่การรักษาเชิงอนุรักษ์ไม่ได้ผล การพบศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เพื่อพิจารณาข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมอย่างเหมาะสม จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้งานข้อสะโพกได้อย่างดีต่อไป

ผ่าตัดลดเสี่ยง ไม่เสื่อมเพิ่ม!

การผ่าตัดรักษาโรคข้อสะโพกในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาและออกแบบโดยคำนึงถึงคนไข้มากยิ่งขึ้น โดยมีประสิทธิภาพที่ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ ควบคุมการเสียเลือดและความเจ็บปวดจากการผ่าตัดได้ดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อการฟื้นตัวของคนไข้ค่อนข้างมาก

รวมถึงการผ่าตัดแบบ One Day Surgery ที่สามารถรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมได้ โดยคนไข้จะใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังผ่าตัด และสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อได้ ซึ่งการผ่าตัดดังกล่าวต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมสหวิชาชีพช่วยประเมินความพร้อม เพื่อเลือกวิธีและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคนไข้มากที่สุด



นพ.สารเดช เขื่องศิริกุล
ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อสะโพก
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ โรงพยาบาลพญาไท1
โทร.02-2014600 ต่อ 3220, 3222

Rate this article : ความเสี่ยงโรคข้อสะโพกเสื่อม เขาว่า..ยิ่งใช้มากยิ่งพังเร็ว!

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง