ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ฟังคำตอบจากคุณหมอ! คุณกำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงานหรือเปล่า


ฟังคำตอบจากคุณหมอ! คุณกำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงานหรือเปล่า


ภาวะหมดไฟในการทำงานคืออะไร? ทำไมช่วงนี้เรามักเห็นคำนี้ในโซเชียลอยู่บ่อย ๆ แต่ถึงแม้จะยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริง หลาย ๆ คนก็ยังแอบเผลอยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว! เอ๊ะ แล้วคำที่มันช่างตรงกับชีวิตของตัวเราเองนี้จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ถึงขั้นต้องรักษาเลยหรือไม่ แล้วภาวะนี้จะเป็นเพียงแค่ความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่บางคนเข้าใจหรือเปล่า เรามีคำตอบจาก นพ.พิชญ์ พิเศษสิทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน พรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์ รพ.พญาไท 2 มาฝากกัน

Q: ภาวะหมดไฟในการทำงานคืออะไร

นพ.พิชญ์ : “Burnout Syndrome” หรือ ภาวะหมดไฟในการทำงาน เกิดจากความเครียดสะสมเรื้อรังจากการทำงาน โดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม เป็นเหตุให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ อารมณ์ และอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายตามมาได้ เช่น ปวดศีรษะ มีปัญหาในการนอน เป็นต้น

Q: ลักษณะอาการของภาวะนี้มีอะไรบ้าง

นพ.พิชญ์ : มีหลายอาการเลยครับ สามารถแบ่งได้ดังนี้

  • Exhaustion รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

  • Negativism มองโลกในแง่ลบ เบื่องาน ขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน

  • Professional Efficacy ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

Q: สาเหตุของภาวะหมดไฟในการทำงาน

นพ.พิชญ์ : สำหรับภาวะหมดไฟในการทำงานมักเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

    ปัจจัยส่วนบุคคล

  • เป็นคนที่จริงจังเกินไป ขาดความยืดหยุ่น ยึดติดในความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism)

  • มีความคาดหวังสูง ไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และพยายามควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามต้องการ

  • มีปัญหาภายในครอบครัว เช่น คู่สมรสมีความขัดแย้งจนถึงขั้นหย่าร้างกัน ทำให้เกิดความเครียดสะสม

  • ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน เนื่องจากมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่างนอกจากเรื่องงาน เช่น การดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยชราภาพ การส่งเสียเลี้ยงดูบุตร การผ่อนชำระหนี้สินของครอบครัว ฯลฯ

  • ปัจจัยจากงาน

  • ทำงานที่ไม่ถนัด ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวคนเดียวโดยขาดที่ปรึกษา ทำให้เกิดความเครียดเรื้อรังตามมา

  • มีปริมาณงานไม่สอดคล้องกับจำนวนบุคลากร เช่น มีงานที่ต้องรับผิดชอบมาก ในระยะเวลาที่จำกัด แต่มีบุคลากรน้อย รวมถึงขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่าง ๆ ในการทำงาน ทำให้เกิดภาวะเครียดสะสมขึ้น

  • ไม่ได้รับการยอมรับ รู้สึกว่าถูกละเลย และได้รับค่าตอบแทนน้อย ไม่เหมาะสมกับภาระงานที่ตนเองรับผิดชอบ

  • มีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างาน ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานมีความตึงเครียด

  • อยู่ในองค์กรที่ขาดความมั่นคง หรือมีระบบงานที่ขาดประสิทธิภาพ

Q: ถ้ามีปัญหาภาวะหมดไฟในการทำงาน ควรแก้ไขเช่นไร

นพ.พิชญ์ : การรักษานั้นเราคงต้องบอกว่าจะต้องย้อนกลับไปแก้ไขยังสาเหตุที่ทำให้คุณเกิดภาวะ Burnout ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละราย ร่วมกับการปรับพฤติกรรม ดังนี้

  • เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่สำคัญนั่นคือ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดทุกชนิด

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที ประมาณ 3-4 วัน/สัปดาห์

  • ปรับพฤติกรรมการนอน ไม่นอนดึกจนเกินไป ให้ความสำคัญทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพของการนอน

  • เรียนรู้ที่จะยืดหยุ่นในสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

  • ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

  • ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และมองหาแรงบันดาลใจ เช่น อ่านหนังสือที่ช่วยสร้างเสริมกำลังใจ

  • จัดระเบียบการทำงานใหม่ ควรเรียงลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำก่อนหลัง และหากไม่จำเป็น พยายามอย่านำงานกลับมาทำต่อที่บ้าน ควรมีเวลาให้กับตนเองและครอบครัวบ้าง หลังจากเลิกงานในแต่ละวัน

  • ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือคนรอบข้าง หากรู้สึกไม่ไหวหรือเหนื่อยเกินไป

  • ฝึกคิดบวก รู้จักชมเชย เห็นคุณค่าในตัวเอง มองหาโอกาสในวิกฤติ และหาข้อดีในสิ่งที่เราให้ความหมายว่าไม่ดี

  • ลดความยึดมั่นถือมั่น และความคาดหวังในสิ่งต่างๆ ลง ควรใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความเป็นจริง

  • หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำในยามว่าง เช่น การเล่นดนตรี การนั่งสมาธิ หรือปฏิบัติธรรม เป็นต้น

  • อาจขอลาพักร้อนออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด

ภาวะหมดไฟในการทำงาน ไม่ใช่โรคซึมเศร้า ดังนั้น หากอาการไม่รุนแรง สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ

Q: เมื่อรักษาและปรับแก้ไขต้องใช้ระยะเวลานานเพียงใด

นพ.พิชญ์ : ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะ Burnout ที่เป็น รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความร่วมมือในการปรับพฤติกรรม พื้นฐานของจิตใจ รวมถึงกำลังใจจากครอบครัว และคนรอบข้างด้วย

เห็นไหมล่ะครับ ทุกสิ่งมีทางออกเสมอ และสิ่งสำคัญที่สุดของหลายๆ ปัญหาเพียงเราพยายามเริ่มต้นแก้ไขจากตัวเอง ก็จะทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายไปได้อย่างดี ขอเพียงเรามองทุกอย่างตามความเป็นจริงด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง เช่นเดียวกับภาวะหมดไฟในการทำงาน ถ้าคุณยอมรับว่าตนเองกำลังรู้สึกเช่นนั้น และแก้ไขด้วยวิธีที่เหมาะสม คนที่มีความสุขที่สุดย่อมไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวคุณเอง...ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ



นพ. พิชญ์ พิเศษสิทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาตร์ป้องกัน 
พรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์ รพ. พญาไท 2
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
โทร 02-617-2444 9 ต่อ 3857 หรือ Call center 1772

Rate this article : ฟังคำตอบจากคุณหมอ! คุณกำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟในการทำงานหรือเปล่า

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง