ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ลดผ่าตัดใหญ่ในการตรวจโรคเยื่อหุ้มปอดด้วยการส่องกล้อง Pleuroscopy


ลดผ่าตัดใหญ่ในการตรวจโรคเยื่อหุ้มปอดด้วยการส่องกล้อง Pleuroscopy


อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเยื่อหุ้มปอดนั้นเป็นหนึ่งในโรคที่ยากแก่การวินิจฉัย หากแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการเจาะตรวจน้ำในช่องทรวงอก(เยื่อหุ้มปอด) อาจต้องทำการผ่าตัดเปิดทรวงอกหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาได้ถูกต้อง ซึ่งมีความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายที่สูง ในปัจจุบันจึงได้มีวิธีการตรวจแบบใหม่ที่เรียกว่า Pleuroscopy หรือการส่องกล้องตรวจภายในช่องทรวงอกเพื่อทำการวินิจฉัยโรคโดยไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดใหญ่ เพื่อผลการตรวจรักษาที่ตรงจุด และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย

Pleuroscopy คืออะไร

Pleuroscopy เป็นวิธีการรักษาด้วยการส่องกล้องตรวจโรคเยื่อหุ้มปอด โดยปกติแล้วปอดของเราจะมีช่องว่างระหว่างปอดกับผนังทรวงอก เวลาที่เราหายใจปอดจะมีพื้นที่ขยายเวลาหายใจ โดยเยื่อหุ้มปอดทำหน้าที่ป้องกันการกระแทกปอด โดยจะมีน้ำเล็กน้อยเพื่อลดการเสียดสีระหว่างเยื่อหุ้มปอด 2 ชั้น

ซึ่งเยื่อหุ้มปอดแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ เยื่อหุ้มปอดบริเวณผนังทรวงอก และเยื่อหุ้มปอดบริเวณเนื้อปอด หากเยื่อหุ้มปอดเกิดความผิดปกติ จะเกิดน้ำสะสมเป็นจำนวนมากที่บริเวณช่องปอด ทำให้คนไข้มีอาการหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย เพราะมีน้ำกดทับปอดและหัวใจ อาจเกิดได้จากโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบมีการติดเชื้อ และโรคมะเร็งที่ลุกลามมาถึงเยื่อหุ้มปอด ซึ่งการส่องกล้อง Pleuroscopy จะทำให้แพทย์พบสาเหตุที่แท้จริงได้ง่ายขึ้น เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ผู้ป่วยกลุ่มใดบ้างที่ควรตรวจด้วยเครื่อง Pleuroscopy

การตรวจด้วยกล้อง Pleuroscopy จะไม่ใช่วิธีการแรกในการตรวจโรคเยื่อหุ้มปอด แต่จะใช้ในกรณีที่การเจาะตรวจน้ำในช่องปอด และการสุ่มตรวจเยื่อหุ้มปอดไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของโรคได้ แพทย์จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการตรวจด้วยกล้อง Pleuroscopy เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นภายในช่องปอดของผู้ป่วย

ในกรณีที่ตรวจพบสาเหตุของโรค และอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ว่าสามารถทำการรักษาได้ทันที แพทย์จะทำการเจาะช่องทรวงอกเพิ่ม เพื่อสอดเครื่องมือเข้าไปทำการรักษาในคราวเดียว

ผู้ป่วยที่ไม่สามารถตรวจรักษาด้วยวิธี Pleuroscopy

  1. ผู้ป่วยไม่สามารถนอนตะแคงได้

  2. การตรวจรักษาด้วยวิธี Pleuroscopy  จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยนอนตะแคงเพื่อเจาะช่องปอดบริเวณชายโครง หากผู้ป่วยมีปัญหาไม่สามารถนอนตะแคง ก็จะไม่สามารถทำการตรวจได้ เพราะการตรวจแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง

  3. ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างทรวงอก

  4. การรักษาด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องมีพื้นที่ว่างในทรวงอกมากพอที่แพทย์จะทำการส่องกล้องเข้าไป หากทรวงอกมีพื้นที่น้อย หรือมีปัญหาพังผืดไม่สามารถส่องกล้องเข้าไปทำการตรวจรักษา ก็ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

  5. ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบความดันโลหิตไม่คงที่

  6. ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบความดันโลหิตไม่คงที่ อาจไม่สามารถทำการรักษาด้วยการส่องกล้องได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา ว่าสามารถจัดยาหรือเตรียมการป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ระหว่างทำการตรวจรักษาได้หรือไม่

ข้อดีของการตรวจรักษาด้วยกล้อง Pleuroscopy

  1. ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวกว่า – เพราะถือเป็นหนึ่งรูปแบบของการผ่าตัดแผลเล็ก ผู้ป่วยจะมีรอยแผลประมาณ 1 เซนติเมตร ประมาณ 1 – 2 แผล และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3 – 5 วันเท่านั้น

  2. มีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดใหญ่ – การรักษาด้วยการส่องกล้อง มีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดทรวงอก ลดการบาดเจ็บต่อเส้นเลือด ระบบประสาท ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเนื้อปอด หากมีการผ่าตัดรักษาจะทำแค่เพียงผิวของเยื่อหุ้มปอดเท่านั้น

  3. ช่วยให้แพทย์หาวิธีการรักษาที่ต้นเหตุได้อย่างตรงจุด ลดเวลาในการรักษาผู้ป่วย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ขึ้นหลังการรักษา

 

นพ.ปุณพงศ์ หาญศิริพันธุ์
แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2  ชั้น 1 อาคาร A
โทร. 02-617-2444 ต่อ 4104, 4106

Rate this article : ลดผ่าตัดใหญ่ในการตรวจโรคเยื่อหุ้มปอดด้วยการส่องกล้อง Pleuroscopy

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง