ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

นอนกรน...ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ


นอนกรน...ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ


เสียงกรนของคนในบ้านดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ทนกันจนเคยชิน น้อยคนนักที่จะตระหนักว่าเสียงกรนมักมาพร้อมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้คุณภาพการนอนย่ำแย่ถึงขนาดเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ โดย นพ.พลพร อภิวัฒนเสวี แพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก และการรักษาอาการนอนกรน ศูนย์ หู คอ จมูก โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ให้ข้อมูลว่า.. มีผู้ที่นอนกรนถึงประมาณร้อยละ 25 ส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ปล่อยไว้จนเริ่มมีผลกระทบต่อร่างกายและการดำเนินชีวิตประจำวันมากๆ กระทั่งทนไม่ไหว จึงค่อยตัดสินใจมาพบแพทย์ โดยคุณหมอพลพรแนะนำให้สังเกตสัญญาณที่บ่งชี้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดังนี้

สัญญาณเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • เสียงกรนสะดุดเป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอ เสียงกรนเงียบไปแล้วกลับมาหายใจเฮือกอีกครั้ง ส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่ช่วงหยุดหายใจขณะหลับ ตนเองและคนรอบข้างอาจไม่ทันรับรู้ เพราะมักเกิดกลางดึกที่ทุกคนหลับไปแล้ว หรือช่วงเช้ามืด ดังนั้นเมื่อมีการนอนกรนให้สงสัยได้ว่าอาจมีการหยุดหายใจขณะหลับ จึงควรสังเกตอาการอื่นๆ ร่วมด้วย
  • ตื่นมาไม่สดชื่น อ่อนเพลีย เหมือนคนอดนอนทั้งที่นอนเต็มที่ตลอดทั้งคืน
  • ง่วงในเวลากลางวัน เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ง่วงระหว่างทำงาน ประชุม ขณะขับรถ
  • อายุน้อยแต่ความความดันโลหิตสูงหาสาเหตุไม่ได้ หรือคนที่ความดันโลหิตสูงอยู่แล้วควบคุมยาก
  • ความจำสั้น ไม่มีสมาธิ หงุดหงิดง่าย การตัดสินใจไม่มีประสิทธิภาพ

ส่วนใหญ่คนอ้วนหรือน้ำหนักเกินจะมีโอกาสนอนกรนได้มากกว่าคนที่รูปร่างผอม เพราะมีไขมันและเนื้อเยื่อเบียดช่องทางเดินหายใจให้ตีบแคบลง โดยเฉพาะคนเอเชียที่อ้วนจะมีโอกาสเกิดการนอนกรนได้ง่ายกว่าชาวตะวันตก เพราะเค้าโครงกระดูกช่วงบริเวณใบหน้าจะเล็กกว่า โพรงจมูกแคบกว่า โอกาสเกิดการตีบแคบจึงมีมากกว่า

รู้ไหม? นอนกรน เสี่ยงสารพัดโรค

คุณหมอพลพร ยังอธิบายถึงอันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับว่า “ในช่วงการนอนหลับสมองไม่ได้หยุดทำงาน แต่เป็นช่วงจัดระเบียบข้อมูลให้เป็นระบบ เชื่อมโยงความจำระยะสั้นให้เป็นระยะยาว จัดระเบียบความคิด การหยุดหายใจขณะหลับทำให้ออกซิเจนในกระแสเลือดลดต่ำลง หล่อเลี้ยงอวัยะต่างๆ ไม่เพียงพอ สมองจะมีการตรวจจับระดับออกซิเจนและสั่งการกระตุ้นให้ตื่นตัว เพื่อให้หายใจรับออกซิเจน ทำให้คนนอนกรนมีช่วงการหลับลึกสั้น เป็นการหลับระยะตื้นๆ อยู่ตลอด หากปล่อยไว้นาน นอกจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง ยังเพิ่มโอกาสการเป็นโรคสมองเสื่อมสูงขึ้น เพราะในช่วงที่ภาวะสมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงอย่างเต็มที่เป็นเวลานาน หลังจากสมองใช้งานมาแล้วตลอดวันจะมีการสะสมเบต้าอะไมลอยด์เปปไทด์ หรือขยะตกค้างในสมอง ซึ่งเป็นตัวการทำลายการทำงานและการสังเคราะห์สารสื่อประสาท สาเหตุสำคัญของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ หากการนอนหลับไม่ดีจะทำให้การขับถ่ายหรือทำลายสารนี้ออกจากสมองทำได้ไม่ดี จึงตกค้างในสมองได้”

อยากรักษาปัญหานอนกรน...ควรทำอย่างไร?

เมื่อตัดสินใจเข้ารับการรักษา เบื้องต้น แพทย์จะซักประวัติ พูดคุยถึงปัญหาที่ทำให้ต้องมาพบแพทย์ เช่น ตื่นมาไม่สดชื่น ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ บางคนเป็นผู้บริหารมีผลต่อการตัดสินใจ หรืออุบัติเหตุขณะขับรถ รวมถึงโรคประจำตัว ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การตรวจร่างกาย และตรวจคุณภาพการนอนหลับด้วยการทำ Sleep Lap เพื่อให้ทราบว่าเป็นรุนแรงระดับไหน สาเหตุจากอะไร ควรใช้วิธีใดรักษา โดยผู้เข้ารับการตรวจจะถูกจัดให้นอนหลับอย่างสบายในห้อง Sleep Lap โดยจะติดเครื่องมือเพื่อตรวจจับสัญญาณจากร่างกายหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับอย่างละเอียด ดังนี้

  • สัญญาณคลื่นไฟฟ้าสมอง
  • เซ็นเซอร์วัดลมหายใจเข้าออก
  • ไมโครโฟนเพื่อวัดระดับเสียงกรน
  • ตรวจวัดระดับออกซิเจน
  • ตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • ตรวจจับสัญญาณการขยายตัวของปอดและท้อง
  • สาเหตุอื่นๆ

นอกจากการทำ Sleep Lap ที่โรงพยาบาลแล้ว ยังมีวิธีตรวจคุณภาพการนอนที่สามารถทำที่บ้าน (Home Sleep Teat)  โดยจะมีเครื่องบันทึกข้อมูลที่สามารถดึงข้อมูลมาอ่านผลโดยผู้เชี่ยวชาญได้ แต่หากมีโรคประจำตัว แนะนำให้ทำ Sleep Lap ในโรงพยาบาล เนื่องจากหากการทำงานของหัวใจไม่ดี อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้น แพทย์และพยาบาลที่ดูแลขณะการทำ Sleep Lap สามารถให้การรักษาในระหว่างการตรวจ ณ ขณะนั้นได้ทันที

เมื่อได้ผลการตรวจที่ชัดเจนแล้ว แพทย์และผู้เข้ารับการรักษาจะนำผลที่ได้มาประเมินร่วมกัน และหาแนวทางการรักษาที่เฉพาะเจาะจง เช่น ใช้เครื่องช่วยขยายทางเดินหายใจ กรณีที่ทางเดินหายใจตีบแคบ ควบคู่กับการวางแผนลดน้ำหนัก หรือกรณีที่ช่องทางเดินหายใจหย่อนทำการรักษาด้วยเทคนิคกระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดกรณีที่มีสาเหตุหลักจากโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนใดเป็นต้นเหตุ ก็สามารถทำได้

นพ.พลพร ย้ำว่า.. “การนอนกรน เป็นความผิดปกติที่ต้องรักษา เพราะนำมาซึ่งปัญหาทางสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิต นอนกรนสามารถรักษาและควบคุมให้การนอนหลับมีคุณภาพและเป็นปกติได้ โอกาสลงเอยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และอัลไซเมอร์ ก็ลดลง การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดีได้ยาวนานขึ้นด้วย”


นพ.พลพร อภิวัฒนเสวี
แพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก และการรักษาอาการนอนกรน
ศูนย์ หู คอ จมูก โรงพยาบาลพญาไท 2
โทรศัพท์ 02-617-2444 ต่อ 1235, 1236

Rate this article : นอนกรน...ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง