ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ถอดรหัส “โรคหลอดเลือดหัวใจ”


ถอดรหัส “โรคหลอดเลือดหัวใจ”


หากพูดถึงโรคที่เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตฉับพลันอันดับต้นๆ ของคนไทย ก็ต้องยกให้โรคหลอดเลือดหัวใจขึ้นแท่นอันดับ 1 เพราะคร่าชีวิตคนไทยไปถึง 20,855 คน ต่อปี หรือคิดเป็นชั่วโมงละ 2 คน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคหลอดเลือดหัวใจจึงไม่ใช่โรคที่ไกลตัวเราเลย

โรคหลอดเลือดหัวใจ คืออะไร

โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นโรคที่เกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบแคบลง เนื่องจากมีคราบไขมันมาเกาะตัวสะสมกันภายในผนังหลอดเลือด จนขัดขวางทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้อย่างเต็มที่ ยิ่งหากเกิดการทับถมกันเป็นจำนวนมาก คราบไขมันก็อาจหลุดลอกไปอุดตันเส้นเลือดอื่นๆ ภายในหัวใจ เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอาจส่งผลให้หัวใจวายได้ในที่สุด

อาการแบบไหนต้อง “ระวัง”

แม้จะเป็นโรคที่อันตราย แต่โรคหลอดเลือดหัวใจกลับเป็นภัยแฝงที่ไม่ค่อยแสดงอาการ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็น โดยผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการแน่นหน้าอกเวลาที่ออกกำลังกายหรือทำงานหนัก แต่เมื่อนั่งพักอาการก็จะหายไป ในบางรายอาจมีอาการเจ็บร้าวที่หน้าอกเหมือนถูกบีบเค้นอย่างรุนแรง หายใจเหนื่อยหอบ และมีเหงื่อออกร่วมด้วย ถ้าพบอาการแบบนี้เมื่อไหร่ก็ควรรีบไปพบแพทย์

ปัจจัย “เสี่ยง” เลี่ยงไม่ได้

อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่มักมีโรคต่างๆ ร่วมด้วยก็จะทำให้รักษาได้ยากขึ้น และความอันตรายของโรคก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่อายุก็ไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียว ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคยังผันแปรตามพันธุกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้ที่มีคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจจะยิ่งมีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้เพศชายยังมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าเพศหญิง แต่เมื่อประจำเดือนหมดเพศหญิงจะมีโอกาสเป็นได้พอๆ กับเพศชาย

5 พฤติกรรม ยิ่งทำ ยิ่งเสี่ยง!

  • สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ชอบรับประทานอาหาร หวาน มัน เค็ม
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • อ้วน หรือ น้ำหนักเกินมาตรฐาน
  • เครียด และพักผ่อนไม่เพียงพอ

พฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ก็เป็นปัจจัยที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ต้องหันหลังให้ไกลจากพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพเหล่านี้

นวัตกรรมเพื่อการรักษา

โรคหลอดเลือดหัวใจ ปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วย “การผ่าตัดทำทางเบี่ยงของหลอดเลือดหัวใจ” หรือ บายพาส โดยศัลยแพทย์จะนำเอาเส้นเลือดแดงใต้กระดูกหน้าอก เส้นเลือดดำที่ขา และ/หรือ เส้นเลือดแดงที่แขน มาต่อข้ามเส้นเลือดเดิมที่ตีบตัน ด้วยการนำปลายข้างหนึ่งของหลอดเลือดใหม่ต่อเข้าใต้เส้นเลือดเดิมที่ตีบตัน แล้วนำปลายอีกข้างหนึ่งต่อเหนือเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจที่ตีบตัน สร้างเส้นทางเดินของเลือดใหม่ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น

ที่ผ่านมา การผ่าตัดอาจจะต้องใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม (On-Pump Coronary Artery Bypass Grafting) มาทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายในขณะที่หัวใจหยุดเต้น เพื่อให้ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น แต่การใช้เครื่องปอดหัวใจเทียมนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีคือเมื่อหัวใจหยุดเต้น ศัลยแพทย์จะสามารถทำการต่อหลอดเลือดใหม่ได้ง่าย ส่วนข้อเสียคืออาจทำให้เกิดการอักเสบขึ้นทั่วร่างกาย เนื่องจากเลือดทั้งหมดในร่างกายต้องออกมาผ่านเครื่องปอดหัวใจเทียมเพื่อเติมออกซิเจนแล้วให้กลับไปในตัวผู้ป่วย และยังอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติหลังผ่าตัด รวมทั้งอาจทำให้การฟื้นตัวและการทำงานของหัวใจลดลงหลังการผ่าตัด

ปัจจุบันจึงมีการคิดค้นวิธีการรักษาที่เป็นทางเลือกใหม่ คือ การผ่าตัดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน แบบไม่ต้องใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม (Off-Pump Coronary Artery Bypass Grafting) หรือการผ่าตัดขณะที่หัวใจไม่หยุดเต้น โดยใช้เครื่องมือช่วยให้หัวใจบริเวณที่ต้องผ่าตัดหยุดนิ่งพอที่ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดได้ ซึ่งศัลยแพทย์จะเป็นผู้ที่เลือกชนิดของการผ่าตัดให้เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย

ไม่เพียงแต่การผ่าตัดบายพาสเท่านั้น โรคหลอดเลือดหัวใจยังรักษาได้ด้วย “การสวนหลอดเลือดหัวใจ” (Coronary Artery Angiography: CAG) ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการส่วนผ่านขาหนีบ และการสวนผ่านข้อมือ ส่วนจะใช้วิธีใดก็ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของแพทย์เป็นหลัก เพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 3
โทร 0-2467-1111 ต่อ 3290


Rate this article : ถอดรหัส “โรคหลอดเลือดหัวใจ”

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง