ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

“เด็ก” วัยเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า...โรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากสุนัข


“เด็ก” วัยเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า...โรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากสุนัข


โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดเชื้อทางระบบประสาท เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์(Rabies) ติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสู่คน เช่น สุนัข แมว วัว ค้างคาว ลิง หนู กระต่าย กระรอก เป็นต้น ผู้ที่ติดเชื้อโรคนี้เกือบทุกรายเสียชีวิต และปัจจุบันยังไม่มียารักษา โดยเชื้อจะแพร่จากสัตว์สู่คนผ่านการสัมผัสน้ำลายสัตว์ที่การกัด/ข่วนตรงที่มีบาดแผล เลียตรงบริเวณที่เป็นเยื่อบุ เช่น เยื่อบุตา จมูก หรือปาก

“การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2561 มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงการตรวจพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสัตว์ที่เสียชีวิต เช่น สุนัข วัว แมว พบว่ามีอัตราสูงกว่าในปีที่ผ่านมา โดยสุนัขส่วนหนึ่งที่ตรวจพบเชื้อพิษสุนัขบ้าเป็นสุนัขที่มีเจ้าของและเคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน”

อาการโรคพิษสุนัขบ้า

เชื้อพิษสุนัขบ้ามีระยะฟักตัวนานเป็นสัปดาห์จนถึงหลายปี ดังนั้น ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่ 1สัปดาห์จนถึงระยะเวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปีหลังจากสัมผัสเชื้อ โดยผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ไม่ค่อยสบายตัว คันหรือเจ็บบริเวณแผลที่ถูกกัด

  • อาการแสดงระบบประสาท – สับสน กระวนกระวายใจ กลืนลำบาก อยู่ไม่นิ่ง กลัวน้ำ
  • อาการแสดงระบบหัวใจ – เริ่มหัวใจล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตในที่สุด
  • ทำอย่างไรเมื่อถูกสัตว์ ข่วน เลีย กัด?
  1. ล้างแผลด้วยน้ำและน้ำสบู่หลายๆ ครั้ง โดยให้น้ำไหลผ่านเป็นเวลานาน แล้วทายาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-iodine) หรือแอลกอฮอล์
  2. จดจำลักษณะของสัตว์ เพื่อค้นหาเจ้าของและสอบถามประวัติและความเสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้า
  3. พบแพทย์ทันทีเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้เร็วที่สุด หรือพิจารณาให้อิมมูโนโกลบูลิน ในกรณีที่แผลฉีกขาดหรือมีเลือดออก รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
  4. กักสัตว์ตัวที่กัดไว้เพื่อสังเกตอาการ 10 วัน หากสัตว์ตายให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่

“เด็ก” วัยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าสูง

ไม่ว่าวัยไหนก็มีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ แต่สำหรับในเด็กนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าวัยอื่นๆ อาจเป็นเพราะพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย ที่มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบสัตว์ อยากจับ อยากสัมผัส จึงมีโอกาสที่จะถูกสัตว์กัดได้ง่าย และอาจไม่บอกผู้ปกครอง และปล่อยทิ้งไว้จนเกิดแผลติดเชื้อ

พ่อแม่ป้องกันเด็กน้อยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างไร

  • สำหรับเด็กทารก หรือเด็กที่ยังเดินไม่ได้ หากที่บ้านมีสัตว์เลี้ยงจำเป็นต้องมีการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน โดยการจำกัดพื้นที่ของสัตว์เลี้ยง เพราะหากปล่อยให้อยู่รวมกันอาจเกิดอันตรายได้ อีกทั้งเด็กเล็กยังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ หากถูกสัตว์ข่วน เลีย กัด
  • เมื่อเด็กโตขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับเด็กให้เข้าใจในเรื่องอันตรายจากสัตว์ต่างๆ ไม่ควรแหย่ ยั่วโมโหให้สัตว์โกรธ ไม่ควรแยกสัตว์ออกจากกัน ไม่หยิบอาหารของสัตว์ขณะที่สัตว์กำลังกินอาหาร ไม่สัมผัสกับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของหรือสัตว์ตามท้องถนน อีกทั้งต้องกำชับกับเด็กว่า หากถูกสัตว์ข่วน เลีย กัดต้องรีบบอกผู้ปกครองทันที เพื่อทำความสะอาดแผลและสังเกตอาการของเด็กต่อไป

“โรคพิษสุนัขบ้า” การป้องกันสำคัญกว่ารักษา

ไม่ต้องรอให้ถูกสัตว์กัด ก็สามารถมาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์ ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง และเด็กทุกช่วงวัย เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อโดยฉีดวัคซีนทั้งหมด 2เข็ม ห่างกัน 1 สัปดาห์ และหากถูกสัตว์กัด แพทย์จะพิจารณาการฉีดวัคซีนกระตุ้นจากประวัติการฉีดวัคซีน ปริมาณเชื้อที่ได้รับ และตำแหน่งที่เป็นแผล ทำให้อาจได้รับวัคซีนกระตุ้นในปริมาณที่น้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน

ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง อย่าลืมพาพวกเขาไปฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ของสัตวแพทย์และเก็บประวัติการฉีดวัคซีนไว้ให้ดี รวมถึงสังเกตพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงของคุณอยู่เสมอ และไม่ว่าจะวัยไหนก็ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดสัตว์จรจัดหรือสัตว์ไม่มีเจ้าของ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
พญ.เรณุกา จรัสพงศ์พิสุทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเชื้อในเด็ก
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 โทร.02-617-2444 ต่อ 3219-3220

Rate this article : “เด็ก” วัยเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า...โรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากสุนัข

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง