ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ปวดแผล ผื่นพุพอง ระวัง! โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน...ที่อาจอันตรายถึงชีวิต


ปวดแผล ผื่นพุพอง ระวัง! โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน...ที่อาจอันตรายถึงชีวิต


ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและความชื้น มีส่วนทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย Necrotizing Fasciitis หรือโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน โรคแบคทีเรียกินเนื้อหรือโรคเนื้อเน่า (Necrotizing Fasciitis) เป็นภาวะติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงที่ผิวหนัง กระจายไปยังชั้น subcutaneous tissue ได้แก่ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เนื้อเยื่อพังผืด รวมถึงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ทำให้เกิดการตายของผิวหนังและเนื้อเยื่อ และอาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ รวมถึงเข้ากระแสเลือดจนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

แบคทีเรียเข้าไปกัดกินเนื้อคนได้อย่างไร?

โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน เกิดจากสาเหตุการเดินเท้าเปล่า ลุยโคลน โดนเปลือกหอย หรือเศษไม้ตำเท้า เศษแก้วบาด โดยเชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางผิวหนังหรือกระแสเลือดผ่านทางแผลที่ถูกบาด แผลถลอก รอยข่วน แมลงกัดต่อย บาดแผลไฟไหม้ การใช้เข็มฉีดยา หรือแผลผ่าตัด หากไม่ได้ดูแลรักษาแผลให้ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

อาการของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

  • ผู้ป่วยจะมีอาการร้อนบริเวณผิวหนัง ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง เกิดการบวมอย่างรวดเร็ว

  • รู้สึกปวดบาดแผลมากกว่าปกติ โดยอาการปวดไม่สัมพันธ์กับขนาดแผลที่เกิดขึ้น

  • ปวดแขน/ขา ตึงบริเวณกล้ามเนื้อ

  • มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีเหงื่อออก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ หรือท้องเสีย เป็นต้น

  • เกิดภาวะขาดน้ำ โดยมีอาการ เช่น กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย

  • หากมีไข้สูง มีอาการปวด และกดเจ็บบริเวณแผล มีผื่นพุพอง และผิวหนังบริเวณที่เกิดโรคจะมีม่วงคล้ำ หรือถุงน้ำอย่างรวดเร็ว จะต้องรีบให้การรักษาทันที เพราะอาจทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นนั่นเอง ตำแหน่งของโรคมักเกิดที่ขา เท้า หากลุกลามมากขึ้นจะเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจติดเชื้อในกระแสเลือด หรือไตวายได้

กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

  • พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ เกษตรกรดำนาไม่สวมใส่รองเท้า มีบาดแผลตามร่างกายและได้รับสิ่งสกปรกเข้าไป

  • กลุ่มผู้ที่ใช้ยา Steroid

  • กลุ่มผู้ป่วยโรคผิวหนัง อาจเกิดหลังจากป่วยเป็นโรคไข้สุกใส

  • กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว เช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค เป็นต้น

  • กลุ่มผู้ที่มีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ แล้วไม่มีการทำความสะอาดดูแลแผลให้ดี หรือไม่ถูกต้องจนการติดเชื้อลุกลาม

รู้หรือไม่ เชื้อแบคทีเรียที่เข้าไปในร่างกายเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต !!

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อและหลอดเลือดถูกทำลาย ถึงขั้นตัดอวัยวะทิ้ง หากอวัยวะในร่างกายไม่ตอบสนองก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่รอดชีวิตอาจมีแผลเป็นหรืออาจมีโอกาสพิการแขนขาได้เช่นกัน

หยุดการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่ายๆ แค่รักษาให้ตรงจุด

  • ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยโดยด่วน และทำการรักษาทันที เพื่อตรวจสอบอาการ และผ่าตัดเอาเนื้อที่ติดเชื้อออกให้มากที่สุด เพื่อเอาหนองและตัดเนื้อเยื่อที่ตายออก หากติดเชื้อรุนแรงอาจจำเป็นต้องตัดอวัยวะนั้นออก

  • ผู้ป่วยอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะหลายชนิดร่วมกันทางหลอดเลือดดำ และยาควบคุมความดันโลหิต รวมทั้งสารภูมิคุ้มกันอิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำเพื่อช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อภาวะติดเชื้อ

  • ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่เสียหายหรือตายออก เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ อาจต้องตัดแขนหรือขาหากเชื้อลุกลามขั้นรุนแรง

  • ให้ผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ ในกรณีเชื้อลุกลามเข้ากระแสเลือดจนเกิดภาวะ SHOCK

  • ให้ผู้ป่วยสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% เพื่อช่วยรักษาเนื้อเยื่อที่ปกติ

  • ถ่ายเลือดให้ผู้ป่วย ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้

  • หากมีอาการรุนแรง ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู ซึ่งอาจใช้เวลารักษาตัวนานหลายสัปดาห์ และอาจต้องแยกห้องรักษากับผู้ป่วยอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และหลังการรักษา ผู้ป่วยบางรายที่ต้องตัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกไปปริมาณมากหรือต้องตัดแขนขา อาจต้องผ่าตัดเพื่อตกแต่งบาดแผล และผู้ป่วยที่พิการจะต้องทำกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูสภาพของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทให้กลับมาทำงานใกล้เคียงปกติมากที่สุด

รู้ก่อน ..ป้องกันได้

  • เกษตรกรที่ดำนา หากมีแผลตามร่างกาย ไม่ควรลุยโคลนด้วยเท้าเปล่า ควรดูแลบาดแผลให้สะอาดถูกสุขอนามัย และใส่ยาปฏิชีวนะรักษาแผลตามความเหมาะสม

  • เมื่อมีแผล ต้องทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ซับด้วยผ้าสะอาด

  • ทำความสะอาดแผลทุกวัน และใช้อุปกรณ์ทำแผลที่สะอาด

  • เลี่ยงการใช้สระน้ำ และอ่างอาบน้ำร่วมกัน

  • ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

  • หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เพื่อตรวจรักษาอาการต่อไป

  • หากมีไข้ ปวด บวม แดง แสบร้อน บริเวณที่เป็นแผล ควรรีบพบแพทย์ทันที

โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน เป็นโรคที่พบไม่บ่อยนัก หากคุณหรือคนใกล้ตัวที่คุณรัก เป็นคนแข็งแรง มีภูมิต้านทานปกติ และมีวิธีดูแลแผลอย่างถูกต้อง ก็มีโอกาสน้อยที่จะเป็นโรคนี้ แต่หากมีภาวะความเสี่ยงจะเป็นขั้นรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเชื้อจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และกล้ามเนื้อในร่างกาย อาจเกิดอันตรายถึงกับชีวิตหากรักษาไม่ทันหรือเกิดความพิการตามมาได้ ร่วมกันดูแลและป้องกัน อย่ารอให้โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน เข้ามาทำร้ายคุณ และคนที่คุณรัก

 



พญ.มลเนตร คุณติรานนท์
คลินิกผิวหนัง โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 2 อาคาร A
โทร. 0-2617-2444 ต่อ 4202, 4228
นัดหมายแพทย์

Rate this article : ปวดแผล ผื่นพุพอง ระวัง! โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน...ที่อาจอันตรายถึงชีวิต

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง