ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ลดน้ำหนัก ลดเสี่ยง...นิ่วในถุงน้ำดี! โรคที่แฝงมากับภาวะอ้วน


ลดน้ำหนัก ลดเสี่ยง...นิ่วในถุงน้ำดี! โรคที่แฝงมากับภาวะอ้วน


นิ่วในถุงน้ำดี โรคที่เดิมทีพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ! แต่ปัจจุบันเราพบว่า... อายุของผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีกลับค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคนิ่วในถุงน้ำดีถูกพบได้แม้ในคนอายุน้อย มาจากพฤติกรรมการทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือในผู้ที่มี “ภาวะอ้วน” แล้วเพราะอะไรที่ทำให้ผู้ป่วยโรคอ้วนเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี เรามีคำตอบพร้อมวิธีการลดน้ำหนักแบบถูกต้อง เพื่อให้คุณป้องกัน...ก่อนนิ่วในถุงน้ำดีมาเยือน!!

ไขมันส่วนเกิน...ปัจจัยสำคัญ เพิ่มโอกาสเสี่ยง “โรคนิ่วในถุงน้ำดี”

โดยปกติแล้ว เมื่อร่างกายได้รับไขมันจากการทานอาหารเข้าไป ตับจะผลิตน้ำดีออกมาเพื่อย่อยสลายไขมัน ซึ่งถ้าเราทานอาหารที่มีไขมันสูง... จนตับไม่สามารถผลิตน้ำดีออกมาได้เพียงพอ ไขมันส่วนเกินที่ยังไม่ถูกย่อยสลายก็จะเกิดการตกตะกอนและจับตัวกันเป็นก้อนนิ่วอยู่ในถุงน้ำดี รวมทั้งภาวะอ้วนยังนำไปสู่การมีระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง จึงเพิ่มโอกาสการเป็น “โรคนิ่วในถุงน้ำดี” ได้โดยที่ไม่ต้องรอให้สูงอายุนั่นเอง

นอกจากน้ำหนักเกินมาตรฐาน...ยังมีปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงอะไรอีกบ้าง

  • ไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบทานผักหรืออาหารที่มีกากใยสูง

  • มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากคนในวัยนี้ ระบบเผาผลาญของร่างกายจะเริ่มทำงานลดลง ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีมีมากขึ้น

  • มักพบโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

  • ผู้หญิงที่มีการทานยาคุมกำเนิกหรือฮอร์โมนทดแทน จะส่งผลให้โอกาสเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดีเพิ่มมากขึ้น

  • คนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี

อยากลดน้ำหนัก...ให้น้ำหนัก (ไขมัน)ลด ต้องหยุดความเข้าใจแบบผิดๆ นี้

หลายคนผ่านการลดน้ำหนักมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะพอลดไปได้ซักพัก... น้ำหนักตัวบนตาชั่งก็เด้งตีกลับ หรือที่เราเรียกว่า “โยโย่” ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับการกินแบบผิดๆ เพื่อหวังให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่คนที่ลดน้ำหนักก็จะมีพฤติกรรมการอดมื้อกินมื้อ การเลือกทานแต่ผักและผลไม้ รวมไปถึงการงดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน และนิสัยการกินเหล่านี้นี่แหละ...ที่ควร “หยุด” ก่อนระบบเผาผลาญจะพัง!

ซึ่งก็เป็นเพราะว่า... ตอนที่เราทานอาหารปริมาณน้อยๆ หรือทานแต่ผัก ระบบย่อยอาหารของเราจะเคยชินกับการย่อยอาหารกลุ่มนี้ในปริมาณเท่านี้ และร่างกายก็จะปรับให้ระบบการเผาผลาญทำงานน้อยลง เมื่อไหร่ที่เรากลับมาทานอาหารกลุ่มพวกคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เพิ่มปริมาณของอาหารหรือหันมาทานอาหารมื้อเย็น น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบเผาผลาญพัง... และกว่าจะกลับมาทำงานเท่าเดิม ก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนาน หลายๆ คนที่เกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์จึงมักจะกลับมาลดน้ำหนักได้ยากขึ้นนั่นเอง

ปรับการกินให้เป็น! นี่แหละวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

  • ควบคุมแคลอรีที่ทานในแต่ละวัน โดยให้ค่อยๆ ลดลงจากเดิมไม่เกิน 500 แคลอรี เมื่อลดน้ำหนักได้สักระยะหนึ่งแล้วจึงค่อยลดจำนวนแคลอรีลงอีกเล็กน้อย อย่าเร่งลดจำนวนแคลอรีมากเกินไป เพราะเมื่อร่างกายเคยได้รับแคลอรีต่อวันมาก แล้วจู่ๆ ปริมาณแคลอรีลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะเกิดการกักตุนไขมันไว้ใช้ ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายต้องการสะสมพลังงานไว้ใช้ในช่วงเวลาที่ได้รับพลังงานน้อยเกินไปมากๆ นั่นเอง

  • ให้ความสำคัญกับการทานโปรตีน เพราะโปรตีนนั้นมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบเผาผลาญ ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับโปรตีน เพียงแต่!! ต้องเลือกเป็นโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ เต้าหู้ ถั่ว หรืออาหารทะเล โดยทานให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม คือ ผู้หญิงควรได้รับโปรตีน 46 กรัมต่อวัน และผู้ชาย 56 กรัมต่อวัน

  • เพิ่มปริมาณอาหารที่มีกากใย เช่น ผักและผลไม้

  • เลี่ยงการทานอาหารคาร์โบไฮเดรตประเภทขัดสี เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว หรือเค้ก เพราะคาร์โบไฮเดรตที่ถูกย่อยเป็นโมเลกุลเล็กๆ กลายเป็นน้ำตาล หรือที่เราเรียกกันว่า “กลูโคส” จะมีส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานตามอวัยวะส่วนต่างๆ และบางส่วนถูกเก็บเอาไว้ในตับและกล้ามเนื้อ ก่อนที่ตับจะเปลี่ยนน้ำตาลนั้นให้เป็นไขมันเพื่อเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง ซึ่งหากเราไม่ได้ใช้... ก็จะเกิดเป็นไขมันสะสมและทำให้อ้วนได้นั่นเอง

  • ทานอาหารเช้าอย่าให้ขาด! เพราะการทานอาหารเช้าจะช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้นตลอดทั้งวัน แต่ทั้งนี้ควรเลือกทานอาหารเช้าที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อุดมไปด้วยโปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ

อย่าลืมว่า.. ไม่ใช่แค่การเลือกทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสม แต่การออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินได้ ที่สำคัญ! การลดน้ำหนัก ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี แต่ยังลดโอกาสเสี่ยงโรคอีกมากมายอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติม
Phyathai Call Center 1772

Rate this article : ลดน้ำหนัก ลดเสี่ยง...นิ่วในถุงน้ำดี! โรคที่แฝงมากับภาวะอ้วน

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง