ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

อ้วนเมื่อไรเสี่ยงเบาหวานเมื่อนั้น


อ้วนเมื่อไรเสี่ยงเบาหวานเมื่อนั้น


เราทราบกันดีอยู่ว่า โรคอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ เนื่องจากไขมันส่วนเกินภายในร่างกายจะถูกย่อยสลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) กับกลูโคส และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดส่งไปยังอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เมื่อกลูโคสและกรดไขมันอยู่ในกระแสเลือดมากจนเกินไปจะส่งผลให้ตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อช่วยดูดซึมน้ำตาลในเลือดที่ต้องผลิตอินซูลินมากขึ้น ทำให้ตับอ่อนทำงานหนักมากขึ้นและถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตับอ่อนทำงานไม่ไหว ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในที่สุด

ระวังอย่าให้อ้วนลงพุง

ภาวะอ้วนลงพุงหรือภาวะเมทาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) เป็นกลุ่มอาการผิดปกติเกี่ยวกับเมทาบอลิซึมในร่างกาย โดยเซลล์ไขมันบริเวณช่วงเอวหรือช่วงท้องจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีลักษณะอ้วนตรงกลางลำตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดร่วมกับการมีระดับไขมันดี HDL-C (High-Density Lipoprotein Cholesterol) ลดลง และระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) เพิ่มขึ้น ทำให้กลไกการเผาผลาญน้ำตาลผิดปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานมากขึ้น

โดยผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงจะมีองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • รอบเอว ผู้ชายมากกว่าหรือเท่ากับ 90 เซนติเมตร ผู้หญิงมากกว่าหรือเท่ากับ 80 เซนติเมตร
  • ระดับไขมันดี HDL-C ในเลือด ผู้ชายต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิงต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • ระดับความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 130/85 มิลลิเมตรปรอท
  • ระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ต่ำกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ดังนั้นการควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมัน ระดับความดันโลหิต และรอบเอวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติคือสิ่งสำคัญ รวมทั้งควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดความปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

3 หลัก อ. ทำได้ไกลอ้วน

การป้องกันและรักษาโรคอ้วนและโรคเบาหวาน มีหลักการที่คล้ายกันและทำได้ไม่ยาก ดังนี้

  • อาหาร : ลด ละ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกาย : ทำเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ครั้งละ 30 นาที
  • อารมณ์ : บริหารความเครียด ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้คงที่

ผ่าตัดลดน้ำหนักแก้เบาหวาน

ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคอ้วนและมีโรคเบาหวานแทรกซ้อน หากไม่สามารถลดน้ำหนักเองได้ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้โรคเบาหวานทุเลาลงและหายดีได้ เนื่องจากช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมน้ำหนักและปริมาณอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน ส่งผลให้สามารถลดน้ำตาลสะสมได้ บางรายสามารถลดและหยุดยาเบาหวานได้หรือถึงขั้นหายขาดได้ ถ้าผู้ป่วยคุมน้ำตาลสะสมได้น้อยกว่า 6.0-6.5% ติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี โดยไม่ต้องใช้ยาเบาหวานเลย ซึ่งถือว่าเบาหวานหายขาด และจากข้อมูลในการติดตามผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับการผ่าตัดลดน้ำหนักไป 1 - 5 ปีพบว่า โรคเบาหวานจะหายขาดได้ถึง 30-63% หลังผ่าตัดลดน้ำหนัก นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานให้มีอัตราการเสียชีวิตลดลง





พญ.สุนีย์ เจี่ย
หัวหน้าศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ
อายุรแพทย์สาขาโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ
อาคาร 1 ชั้น 1 โทร. 02-201-4600 ต่อ 2257-2258
นัดหมายแพทย์

Rate this article : อ้วนเมื่อไรเสี่ยงเบาหวานเมื่อนั้น

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง