ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ติดมือถือ ชอบแชท ชอบช้อปปิ้งถือของหนัก ระวัง “โรคนิ้วล็อค”


ติดมือถือ ชอบแชท ชอบช้อปปิ้งถือของหนัก ระวัง “โรคนิ้วล็อค”


การใช้งานนิ้วมือหนักเกินไป ใช้งานนิ้วมือด้วยท่วงท่าเดิมซ้ำ ๆ หรือใช้นิ้วเกี่ยวของหนัก ๆ มักเป็นสาเหตุของการเกิดโรคนิ้วล็อคได้ ซึ่งไม่ได้เจอแต่เฉพาะตอนทำงานเท่านั้น ตอนที่เราใช้ชีวิตประจำทั่วไป สามารถเป็นได้ เพราะด้วยสังคมปัจจุบันที่เป็นในรูปแบบออนไลน์ส่วนใหญ่ ทำให้คนติดการเล่นมือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบ โรคนิ้วล็อค เพิ่มมากขึ้น

ไม่ใช่เฉพาะติดมือถือ ติดแชทเท่านั้นที่ทำให้เกิด “โรคนิ้วล็อค”

ไม่ใช่เฉพาะติดมือถือ ติดแชทเท่านั้น การไป Supermarket หรือตลาดสด เพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้ และอาหารเป็นจำนวนมาก ที่ต้องทำให้ถือของหนักๆ เป็นประจำ ก็อาจเสี่ยงเป็นโรคนิ้วล็อคได้เช่นกัน ยิ่งติดแชทด้วย อาจจะไปเร่งให้ โรคนิ้วล็อคมีอาการเร็วขึ้นได้ ส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมีแนวโน้มที่จะเกิดในผู้ที่มีอายุ 40-60 ปี

มีอาการปวดโคนนิ้ว นิ้วตึง ข้อนิ้วยึดติด ต้องระวัง!

ถ้ามีอาการปวดโคนนิ้ว นิ้วตึง ข้อนิ้วยึดติด ขัด แข็ง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจหาสาเหตุว่าเกิดจากโรคนิ้วล็อคหรือมีอากาแทรกซ้อนจากโรคอื่น ถ้าพบว่าเป็นโรคนิ้วล็อค แพทย์จะทำการรักษาโดยปัจจุบันจะใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์นำ ทาง โดยจะฉีดยาชาที่มือ และสอดเข็มเข้าไปบริเวณโคนนิ้วที่มีอาการ ใช้ปลายเข็มสะกิดปลอกหุ้มเอ็นนิ้ว ตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นให้ขาดออกจากกัน ใช้เวลาเพียง 5 นาที และพอครบ 24 ชั่วโมง สามารถโดนน้ำได้ตามปกติ






นพ. นรฤทธิ์ ล้วนจำเริญ
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
โทร.02-944-7111 ต่อ 1333
นัดหมายแพทย์

Rate this article : ติดมือถือ ชอบแชท ชอบช้อปปิ้งถือของหนัก ระวัง “โรคนิ้วล็อค”

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง