ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

โรคชิคุนกุนยาในเด็ก...ภัยร้ายจากยุงลายที่พ่อแม่ต้องระวัง


โรคชิคุนกุนยาในเด็ก...ภัยร้ายจากยุงลายที่พ่อแม่ต้องระวัง


โรคติดเชื้อชิคุนกุนยา เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ ชิคุนกุนยาไวรัส โดยมีพาหะนำโรค คือยุงลาย ได้แก่ ยุงลายสวน (Aedes albopictus) และยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) ส่วนมากมีระยะฟักตัว 3-7 วัน (อยู่ในช่วง1-14 วัน) ซึ่งหลังจากการติดเชื้อมักทำให้เกิดอาการไข้ร่วมกับปวดข้อหรือข้ออักเสบ เราจึงมักได้ยินชื่อในภาษาไทยว่า “ไข้ปวดข้อยุงลาย” นั่นเอง

ลักษณะอาการของโรคชิคุนกุนยาเป็นอย่างไรนะ

  • มีไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส สามารถมีไข้ประมาณ 3-5 วัน (1-10วัน)
  • มีอาการปวดข้อ โดยส่วนมากผู้ป่วยมีอาการปวดข้อได้ถึงร้อยละ 70 มักมีอาการปวดข้อ มากกว่า 1 ข้อหรือปวดหลายข้อพร้อมกันได้ โดยเริ่มมีอาการบริเวณข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ข้อเท้า ไปจนถึงข้อใหญ่ๆ ตามร่างกาย อาจมีอาการข้อบวมอักเสบ มักเป็นบริเวณข้อทั้ง 2 ข้าง และอาจมีอาการปวดข้อได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน นับตั้งแต่เริ่มมีอาการ
  • พบอาการทางผิวหนังร่วม ได้ถึงร้อยละ40-70 ในวันที่ 3-7 หลังเริ่มมีอาการป่วย โดยมีลักษณะเป็นจุดผื่นแดงทั้งนูนและเรียบ เริ่มขึ้นกระจายตามบริเวณ ลำตัว แขนขา ส่วนมากผื่นไม่คัน หรืออาจพบอาการคันได้ประมาณร้อยละ 25-50 และผื่นสามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน ส่วนลักษณะผื่นอื่นๆ ที่พบได้ไม่บ่อยนักแต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ คือตุ่มน้ำใส
  • อาการและภาวะอื่นที่พบได้ในโรคชิคุนกุนยา ได้แก่ อาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ตาแดง ตาอักเสบ อาการทางระบบทางเดินอาหาร ต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติ สมองอักเสบ ซึมสับสน และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

โรคชิคุนกุนยา แตกต่างจากไข้เลือดออกอย่างไร

โรคชิคุนกุนยา มักจะไม่มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำอย่างมากจนมีเลือดออกรุนแรงเหมือนกับโรคไข้เลือดออก และไม่มีผนังเส้นเลือดฝอยผิดปกติอย่างมากจนมีสารน้ำรั่วจากเส้นเลือดอย่างรุนแรง จนความดันโลหิตต่ำ และทำให้เกิดภาวะช็อค อย่างโรคไข้เลือดออก

แต่โรคชิคุนกุนยา มักมีลักษณะของอาการปวดข้อที่เด่นกว่าโรคไข้เลือด อย่างไรก็ตามอาการทางคลินิกสามารถบอกการวินิจฉัยในเบื้องต้นเท่านั้น การยืนยันการติดเชื้อต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

ติดเชื้อไวรัส...โรคชิคุนกุนยาหรือไม่? รู้ได้ด้วยวิธีการตรวจนี้

การวินิจฉัยที่ดีที่สุด คือ จะต้องมีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย ซึ่งมีหลายวิธี เช่น

  • การเพาะเชื้อไวรัสจากเลือดผู้ป่วย โดยที่แพทย์จะเจาะเลือดผู้ป่วย ส่งเพาะหาเชื้อไวรัส หากเพาะได้เชื้อไวรัสโรคชิคุนกุนยา ก็จะวินิจฉัยได้แน่นอน แต่เนื่องจากโอกาสเพาะเชื้อได้ต่ำ จึงไม่นิยมทำ
  • การตรวจสารพันธุกรรมโดยใช้วิธี PCR จากเลือดผู้ป่วย โดยที่แพทย์จะเจาะเลือดผู้ป่วย ส่งให้ห้องปฏิบัติการใช้วิธี PCR เพื่อตรวจหาชิ้นส่วนของเชื้อไวรัสโรคชิคุนกุนยา
  • การตรวจซีโรโลยี่จากเลือดผู้ป่วย โดยที่แพทย์จะเจาะเลือดผู้ป่วย ส่งให้ห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจหาโปรตีนของร่างกายที่มีการสร้างขึ้น หลังจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสโรคชิคุนกุนยา และโปรตีนนั้นเป็นโปรตีนที่จำเพาะต่อเชื้อไวรัสโรคชิคุนกุนยา

ถ้าเป็นโรคชิคุนกุนยาแล้ว รักษาได้อย่างไร

เนื่องจากไม่มียาเฉพาะสำหรับการรักษาผู้ติดเชื้อชิคุนกุนยา การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เพื่อลดอาการของผู้ป่วย เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด เพื่อลดไข้ ลดอาการปวดตามข้อ รวมถึงเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อชิคุนกุนยา

ไม่อยากติดเชื้อ! โรคชิคุนกุนยา...ป้องกันได้

เพราะโรคชิคุนกุนยามียุงลายเป็นพาหะ การไม่ให้ถูกยุงลายกัดจึงเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด ทำได้โดยนอนกางมุ้ง หรือ นอนในห้องมีมุ้งลวด นอกจากนี้ การใส่เสื้อแขนยาว ใช้ยาทากันยุง ก็จะช่วยป้องกันการถูกยุงกัดได้ดี รวมไปถึงการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น กำจัดหลุมบ่อที่อาจมีน้ำขัง





แพทย์หญิงเรณุกา จรัสพงศ์พิสุทธิ์
แพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อในเด็ก
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 โทร 02 617-2444 ต่อ 3219-3220
นัดหมายแพทย์

Rate this article : โรคชิคุนกุนยาในเด็ก...ภัยร้ายจากยุงลายที่พ่อแม่ต้องระวัง

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง