ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

ไม่อยากตัดขา “เล็บขบและตาปลา”…ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลให้ถูกวิธี


ไม่อยากตัดขา “เล็บขบและตาปลา”…ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลให้ถูกวิธี


พอพูดถึงโรคเบาหวานทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถดึงเอาน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับน้ำตาลจึงสะสมอยู่ในเลือดมากขึ้น ซึ่งเมื่อน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็จะส่งผลกระทบต่อทั้งระบบของร่างกาย

เบาหวาน กับ การตัดขา มาด้วยกันได้ไง?

หนึ่งในอวัยวะสำคัญที่ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน จนกลายมาเป็นความเชื่อและความเข้าใจว่า “เป็นเบาหวานต้องตัดขา” ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานไม่จำเป็นต้องถูกตัดขาเสมอไป เพียงแต่ว่าปริมาณน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและปลายประสาททำให้เสื่อมสภาพลง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงมีการรับรู้ความรู้สึกได้น้อยกว่าคนทั่วไป ส่วนทำไมมีแค่ “ขาหรือเท้า” เท่านั้นที่ถูกยกมาพูดถึง ก็เพราะว่าเท้าและขาเป็นอวัยวะที่อยู่ไกลสายตา จึงอาจได้รับความสนใจน้อยกว่าอวัยวะอื่นๆ ประกอบกับการที่รับรู้ความรู้สึกได้น้อยลง หรือแทบไม่รู้สึกเลย ผู้ป่วยเบาหวานจึงมีโอกาสมีแผลที่เท้าได้มากขึ้นนั่นเอง

เล็บขบและตาปลา อาจร้ายแรงกับคนเป็นเบาหวาน มากกว่าที่คิด

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า… โดยธรรมชาติของร่างกาย การหายของแผลจะต้องอาศัยการหล่อเลี้ยงของเลือด แต่ผู้ป่วยเบาหวานกลับมีหลอดเลือดที่เสื่อมสภาพ เลือดไหลเวียนมายังแผลได้ไม่ดีเท่าที่ควร ร่วมกับน้ำตาลในเลือดที่มีสูงอยู่ก่อนแล้ว แผลจึงหายช้า เชื้อโรคบุกมาโจมตีร่างกายได้ง่าย เชื้อโรคชอบเลือดหวาน เลือดหวานก็จะบูดเสียง่าย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากแผลจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลบริเวณเท้าที่สัมผัสเชื้อโรคได้ง่าย ดังนั้นแม้แค่เกิดเล็บขบหรือตาปลา แต่หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจเกิดการติดเชื้อลุกลาม จนต้องถูกตัดขาในที่สุด

ดูแลเล็บเท้าโดยผู้เชี่ยวชาญ มั่นใจ ปลอดภัยแน่นอน

แล้วถ้าเกิดเล็บขบ หรือเป็นตาปลาขึ้นมา ผู้ป่วยเบาหวานควรทำอย่างไร? ก็แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีเทคนิคเฉพาะในการดูแลเท้าให้กับผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อประเมินว่าเท้าต้องมีการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งจะแตกต่างจากการทำเล็บตามร้านทั่วไป เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นจะผ่านการฆ่าเชื้อมาโดยเฉพาะ และต้องอาศัยเทคนิคการทำเพื่อลดโอกาสการเกิดแผลด้วยนั่นเอง

ใส่ใจเท้าสักนิด แล้วชีวิตจะไม่เสี่ยง

จะดูแลเท้ายังไงไม่ให้ถูกตัดขาด ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  • ให้สังเกตทุกวันตอนอาบน้ำ ทั้งเช้าและเย็นว่ามีแผลไหม มีสิ่งสกปรกสะสมที่เท้าหรือไม่ หรือมีอะไรทิ่มตำหรือไม่
  • ทำความสะอาดเท้าด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ เพื่อป้องกันการอักเสบของผิว รวมทั้งบริเวณซอกนิ้วและซอกเล็บด้วย
  • ทาโลชั่นบำรุงผิวเท้าเป็นประจำ แต่ควรหลีกเลี่ยงการทาบริเวณซอกนิ้วเพื่อป้องกันความอับชื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อรา และเกิดการติดเชื้อได้
  • น้ำที่ใช้ในการล้างเท้าควรเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง แต่หากจะใช้น้ำอุ่นต้องระมัดระวังเรื่องการควบคุมอุณหภูมิให้ดี
  • ไม่ตัดจมูกเล็บ ไม่ตัดเล็บให้สั้นจนเกินไป และตัดเล็บตามแนวของเล็บ ให้ปลายเล็บเสมอปลายนิ้ว ห้ามตัดเนื้อ ตัดตาปลา ตัดหนังแข็งด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด เพราะจะมีโอกาสติดเชื้อได้มาก เนื่องจากอุปกรณ์อาจไม่เหมาะสม และการตัดอาจไม่ถูกต้อง
  • สวมถุงเท้าเมื่อเท้าเย็นในเวลากลางคืน เพราะอาการเย็นที่เท้าเกิดได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน
  • เลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี เหมาะสมกับรูปเท้า

เพราะเส้นประสาทและเส้นเลือดที่เสื่อมสภาพไปแล้ว เนื่องจากการเป็นเบาหวานเรื้อรัง มีโอกาสฟื้นฟูให้กลับมาดีดังเดิมได้ยาก ผู้ป่วยเบาหวานจึงไม่ควรละเลยที่จะดูแลและหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเท้าอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากพบแล้วรีบรักษา ก็จะลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ไม่ต้องเสี่ยงถูกตัดขาในที่สุด





นพ.รัฐพงศ์ จิวะรังสินี
แพทย์หัวหน้าศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ
โรงพยาบาลพญาไท 3
นัดหมายแพทย์

Rate this article : ไม่อยากตัดขา “เล็บขบและตาปลา”…ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลให้ถูกวิธี

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง