ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

CT 6000 iCT เพิ่มความปลอดภัย ให้ผลการสแกนแบบ 3D


CT 6000 iCT เพิ่มความปลอดภัย ให้ผลการสแกนแบบ 3D


หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การตรวจค้นหาโรคในปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ทำให้เราสามารถค้นพบโรคได้รวดเร็วขึ้น และนั่นก็ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย และหนึ่งในเทคโนโลยีที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ “CT SCAN” อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติของร่างกายที่ซุกซ่อนอยู่ได้อย่างตรงจุด

CT SCAN และ MRI เลือกแบบไหนตรงใจที่สุด

จริงๆ แล้วทั้ง CT SCAN และ MRI ก็คือการตรวจค้นหารอยโรคที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้ง 2 ชนิดต้องอาศัยการฉีดสีเข้าร่างกายของผู้ป่วยเพื่อเพิ่มความคมชัดของภาพในการแสดงผล เพียงแต่ชนิดของสีที่ฉีดมีส่วนผสมที่แตกต่างกันไปเท่านั้น แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรเลือดตรวจแบบไหนจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด อันนี้ขอบอกว่าขึ้นอยู่กับอาการที่ปรากฎ CT และ MRI จะมีข้อดี-ข้อด้วย สำหรับตรวจอวัยวะต่างๆ แตกต่างกันไป เช่น กระดูก ในรายที่ตรวจกระดูกหัก เพื่อประเมินวางแผนการรักษา ก็มักใช้เครื่อง CT แต่หากเป็นการแตกหักของกระดูกที่รอยเล็กมากๆ ที่ CT ไม่อาจมองเห็น การทำ MRI ก็จะช่วยให้สามารถเจอรอยการแตกหัก รวมทั้งเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ไขกระดูกได้ แต่อย่างไรก็ตามแพทย์จะทำการพิจารณาเลือกตรวจด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด และปลอดภัยที่สุดเสมอ

ดียิ่งกว่า ตรวจชัด แม่นยำ ด้วย CT 256 Slice

ล่าสุดทางโรงพยาบาลพญาไท 3 ได้มีการนำเอาเครื่อง CT SCAN รุ่นใหม่ CT 6000 iCT มาให้บริการผู้ป่วย เพื่อยกระดับการตรวจรักษาด้วยเครื่อง CT ให้ปลอดภัยกับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีเพิ่มพื้นที่รับภาพให้มีขนาดกว้างขึ้น 1 เท่าตัว และความเร็วในการเก็บภาพต่อ 1 รอบเพียง 0.27 วินาที ซึ่งเร็วกว่าเครื่อง CT SCAN รุ่นเก่าถึง 2 เท่า จึงใช้เวลาในการตรวจลดลง ปริมาณรังสีที่สัมผัสตัวผู้ป่วยก็ลดลงไปด้วย แต่ได้ภาพคมชัดขึ้น 36% หรือเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าการทำ CT SCAN ด้วยเครื่องรุ่นเดิม ผู้ป่วยจะได้รับปริมาณรังสีเทียบเท่าการเอ็กซเรย์ปอดประมาณ 100 แผ่น แต่การตรวจด้วย CT 6000 iCT จะได้รับรังสีเทียบเท่าการเอ็กซเรย์ปอด 3 แผ่นเท่านั้น



ผลการตรวจแบบ 3D ช่วยวางแผนการรักษาตรงจุด

เครื่อง CT SCAN รุ่นใหม่นี้ จะแสดงผลการตรวจในรูปแบบ 3D ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนจำลองก่อนการรักษาจริงได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจกระบวนการรักษาได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบการประมวลผลที่ช่วย ลดสัญญาณรบกวนจากเหล็กที่อยู่ในตัวผู้ป่วย ทำให้ความคลาดเคลื่อนในการตรวจลดน้อยลง เพราะการตรวจด้วยเครื่อง CT SCAN จะต้องอาศัยลำแสงเอ็กซเรย์ในการสะท้อนภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดตรงที่รังสีเอ็กซเรย์จะไม่สามารถส่องผ่านโลหะได้ ผลการสแกนอวัยวะหรือกระดูกที่อยู่ใกล้เหล็ก จึงจะมีภาพคมชัดน้อย และมีโอกาสเกิดคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าวลง


CT SCAN รุ่นใหม่กับการวินิจฉัยโรคต่างๆ

  • ตรวจความผิดปกติของสมองและระบบประสาท : ใช้เวลาในการตรวจไม่เกิน 3 วินาที จึงลดผลกระทบในผู้ที่กลัวที่แคบได้
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด : ส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาทำในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุ 55-74 และมีประวัติสูบบุหรี่ หรือ มีผู้ใกล้ชิดสูบ ซึ่งเครื่องรุ่นใหม่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีลดลง 39%
  • ตรวจความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด : ประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ สามารถสแกนเส้นเลือดหัวใจในเวลาเพียง 4-5 วิ ซึ่งจากเดิมคนไข้ต้องกลั้นหายใจสแกน 11-12 วินาที และใช้เวลาในการสแกนแบบ HeadToToe เพียงประมาน 21 วินาทีเท่านั้น และด้วยความเร็วในการจับภาพที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้สามารถตรวจในผู้ที่มีอัตราการเต้นของหัวใจสูงกว่าปกติได้
  • ตรวจกระดูก : ด้วยผลการตรวจแบบ 3D จึงช่วยให้ประเมินการรักษาได้ง่ายยิ่งขึ้นว่าต้องได้รับการผ่าตัด หรือแค่ใส่เฝือกให้กระดูกสมานตัวก็เพียงพอ
  • ตรวจหาเนื้องอกในระบบต่างๆ : เพื่อค้นหาโรค ประเมินการรักษา รวมทั้งติดตามผลการรักษา



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
พญ.พิชญ์วดี โตวณะบุตร
รังสีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัย
โรงพยาบาลพญาไท 3


Rate this article : CT 6000 iCT เพิ่มความปลอดภัย ให้ผลการสแกนแบบ 3D

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง