ค้นหา...แพทย์



ศูนย์การแพทย์

นพ.วรพล รัตนเลิศ

ศูนย์ทางการแพทย์ :คลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง

สาขา  :โรงพยาบาล พญาไท 2

นัดหมายแพทย์


ประวัติการศึกษา

วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา
วุฒิบัตร ศัลยศาสตร์ตกแต่ง (Plastic Surgery)คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วุฒิบัตร ศัลยศาสตร์ (Surgery)คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Internshipsรพ.สงขลานครินทร์
แพทยศาสตรบัณฑิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประวัติการทำงาน

ระยะเวลา ประสบการณ์ทำงาน สถานที่ทำงาน
2562 - 2562อาจารย์พิเศษรพ.จุฬาลงกรณ์

Doctor Talk


ศัลยแพทย์ไทยได้ชื่อว่าเป็นแพทย์ผู้บุกเบิกการผ่าตัดแปลงเพศที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมานานกว่า 30 ปี นอกจากความสำเร็จและความปลอดภัยแล้ว ในปัจจุบันยังมีการพัฒนาในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่ทำได้สวยงาม มีรายละเอียดครบถ้วนมากขึ้น และการสร้างช่องคลอดใหม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ ทำให้สามารถใช้งานได้ดี ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดมาโดยตลอด


นพ.วรพล รัตนเลิศ นอกจากจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ด้วยจบการศึกษาในอนุสาขาศัลยกรรมตกแต่ง จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้ว คุณหมอยังมีความเชี่ยวชาญพิเศษจากการศึกษาและฝึกฝนด้านการผ่าตัดแปลงเพศจากอาจารย์แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้นำทางด้านนี้มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันนอกจากคุณหมอจะปฏิบัติงานเป็นแพทย์วิจัย ณ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสุขภาพคนข้ามเพศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้ว ยังเป็น Research Physician (Transgender Health) ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน มูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี เป็นอาจารย์แพทย์สอนวิชาการศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ และออกตรวจรวมถึงผ่าตัด (ทำศัลยกรรม) ที่ รพ.พญาไท 2 อีกด้วย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมตกแต่งและศัลยกรรมผิวหนัง

ที่ รพ.พญาไท 2 คุณหมอวรพล ทำหน้าที่ดูแลรักษาคนไข้ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาไปจนถึงการทำหัตถการผ่าตัด (ศัลยกรรม) เสริมความงาม เช่น การทำตา 2 ชั้น ผ่าตัดแก้หนังตาตก ศัลยกรรมริมฝีปาก เสริมจมูก ศัลยกรรมใบหน้า เสริมหน้าอก ผ่าตัดแก้ไขรอยแผลเป็น รวมถึงผ่าตัดรักษาแผลที่เคยผ่าตัดจากที่อื่นมาก่อนแต่คนไข้ยังรู้สึกกังวลกับรอยแผลเก่า หรือต้องการแก้ไขใหม่ แก้ไขความพิการบนใบหน้า และตามร่างกาย ทั้งยังเป็นแพทย์ศัลยกรรมโรคทางผิวหนัง ทำการผ่าตัดผิวหนังและก้อนเนื้อต่างๆ รวมถึงผ่าตัดมะเร็งผิวหนังด้วย

เป็นหนึ่งในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการศัลยกรรมแปลงเพศ

ในด้านการผ่าตัดแปลงเพศนั้น คุณหมอบอกว่า... “จริงๆ แล้ว ศัลยแพทย์ตกแต่งทุกคนจะรู้ทราบขั้นตอนและวิธีการผ่าตัดแปลงเพศ เพราะเป็นหนึ่งในวิชาที่เรียนกันมา แต่จะมีศัลยแพทย์จำนวนไม่มากนักที่มุ่งมั่นมาเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดแปลงเพศ เพราะยังต้องอาศัยการฝึกฝนเพิ่มเติม และทักษะการดูแลคนไข้เฉพาะกลุ่ม หมอคิดว่า การผ่าตัดแปลงเพศต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจทางด้านกายวิภาคและสรีระวิทยาของอวัยวะเพศเป็นอย่างดี และประสบการณ์ในการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนรวมถึงการแก้ไขภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ นอกจากนี้การดูแลกลุ่มคนข้ามเพศนั้นต้องการความละเอียดอ่อนในเรื่องเพศสภาพอย่างมาก (gender sensitization)”

“อนึ่ง การผ่าตัดแปลงเพศ เมื่อผ่าแล้วร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ไม่สามารถเปลี่ยนกลับคืนได้ ดังนั้นผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดจะต้องมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อมีคนไข้เข้ามาปรึกษา หมอจะอธิบายให้ทราบถึงขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อการตัดสินใจ และการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน”

ก่อนจะถึงขั้นตอนในการผ่าตัด ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการข้ามเพศ ผู้ที่ต้องการผ่าตัดแปลงเพศทุกรายจะต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้โดยแพทยสภา (THE MEDICAL COUNCIL OF THAILAND) ซึ่งมี 3 ข้อ ได้แก่

  • ต้องดำเนินชีวิตในเพศที่ต้องการตลอด 24 ชั่วโมง อย่างน้อย 1 ปี
  • ต้องได้รับฮอร์โมนข้ามเพศที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยการกำกับดูแลจากแพทย์
  • ต้องได้รับการรับรองจากจิตแพทย์อย่างน้อย 2 ท่าน

ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือในทุกกระบวนการ ต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างคนไข้กับแพทย์ที่ทำการรักษา กล่าวคือ ต้องมีจิตแพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพจิตใจ มีแพทย์สูตินรีเวชหรือแพทย์อายุรกรรมต่อมไร้ท่้อที่ทำหน้าที่ให้ฮอร์โมนเพื่อการปรับสภาพร่างกาย เมื่อคนไข้ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์แต่ละฝ่ายว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน จึงสามารถเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศได้ การผ่าตัดควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างถูกต้อง และทำในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานซึ่งจะมีความปลอดภัยในระดับสูงเหมือนการผ่าตัดชนิดอื่นๆ โดยทั่วไป

ผ่าตัดแปลงเพศด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ในประเทศไทยมีศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ราว 20-30 คน ในการผ่าตัดข้ามเพศจากชายเป็นหญิง หลักใหญ่จะมี 2 แบบ คือ การผ่าตัดแปลงเพศแบบธรรมดา จะใช้ทีมแพทย์ผ่าตัดซึ่งประกอบด้วยศัลยแพทย์และแพทย์ผู้ช่วย ส่วนการผ่าตัดแปลงเพศแบบใช้เทคนิคพิเศษ คือมีการใช้เนื้อเยื่อลำไส้หรือมีการใช้เนื้อเยื่อช่องท้องมาทำช่องคลอด จะต้องอาศัยทีมแพทย์ศัลยกรรมลำไส้ หรือทีมผ่าตัดส่องกล้องเข้าร่วมเสริมกำลังในการผ่าตัด

จากประสบการณ์ของคุณหมอวรพล ในการดูแลรักษาคนไข้ที่ต้องการผ่าตัดแปลงเพศ คุณหมอพบว่า...

“ใช่ว่าคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาจะตัดสินใจแปลงเพศทุกราย บางคนอาจจะแค่อยากแต่งกายเป็นเพศตรงข้าม บางคนก็ต้องการแค่ใช้ยาหรือฮอร์โมนของเพศตรงข้ามเพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์บางส่วน หรือบางคนก็อาจจะต้องการผ่าตัดแค่เฉพาะส่วนบนซึ่งเป็นส่วนที่ซับซ้อนน้อยกว่า บางรายอาจต้องการเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้า หมอก็สามารถทำให้ได้เช่นเดียวกัน ส่วนการผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการแปลงเพศ คนไข้มักจะทำเมื่อมีความมั่นใจแล้วจริงๆ”

คลิกดูรายละเอียด