ค้นหา...แพทย์



ศูนย์การแพทย์

นพ.โกมล ปรีชาสนองกิจ

ศูนย์ทางการแพทย์ :คลินิกรักษ์เต้านม

สาขา  :โรงพยาบาล พญาไท 2

นัดหมายแพทย์


ประวัติการศึกษา

วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา
ว.ศัลยศาสตร์รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล
แพทยศาสตร์บัณฑิตรพ.รามาธิบดี ม.มหิดล

ตารางการออกตรวจ

วัน เวลาคลินิก ออกตรวจสัปดาห์/เดือน สถานที่ออกตรวจ
วันจันทร์09:00-15:00ทุกสัปดาห์คลินิกรักษ์เต้านม
วันอังคาร09:00-15:00ทุกสัปดาห์คลินิกรักษ์เต้านม
วันพุธ09:00-15:00ทุกสัปดาห์คลินิกรักษ์เต้านม
วันพฤหัส09:00-15:00ทุกสัปดาห์คลินิกรักษ์เต้านม
วันศุกร์09:00-15:00ทุกสัปดาห์คลินิกรักษ์เต้านม
วันเสาร์13:00-15:00ทุกสัปดาห์คลินิกรักษ์เต้านม

Note: This schedule is based on normal doctor clinic hours. As there may be changes to the schedule from time to time, please wait for our contact center to confirm your appointment timing.

Doctor Talk


หมอเป็นศัลยแพทย์ ตรวจรักษาเรื่องโรคทางเต้านมและมะเร็งเต้านมเป็นหลัก ที่ รพ.พญาไท 2 นี้ หมอเป็นหัวหน้าคลินิกรักษ์เต้านม โดยคลินิกนี้จะดูแลตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยวิธีการตรวจแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์เต้านม หรือการตรวจเฉพาะการทำอัลตร้าซาวด์เต้านม โดยแบ่งเกณฑ์ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ ร่วมถึงการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งที่นี่เป็นคลินิกแห่งแรกๆ ที่มีการตั้งศูนย์เฉพาะทางเพื่อให้การดูแลสุขภาพทางเต้านม โดยทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจในการเข้ามารับบริการรักษาที่คลินิกรักษ์เต้านม รพ.พญาไท2 ซึ่งจะได้รับการดูแลอย่างตรงจุด ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย


หลังจาก นพ.โกมล ปรีชาสนองกิจ จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว ก็มีความสนใจศึกษาต่อเฉพาะทางด้านศัลยกรรม หลังสำเร็จการศึกษาแล้วจึงได้กลับมาเป็นแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

ในขณะที่เป็นศัลยแพทย์ใหม่ๆ นั้น คุณหมอพบว่ามีคนไข้เป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งพบทั้งในคนที่อายุน้อยและคนที่อยู่ในวัยเสี่ยงสูง ในเวลานั้นเองที่ รพ.พญาไท 2 ได้เปิดศูนย์รักษ์เต้านมขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยคุณหมอมีความสนใจในการรักษาโรคด้านนี้อยู่แล้ว จึงได้มาร่วมงานกับทางอาจารย์แพทย์จากรพ.รามาธิบดี ที่ รพ.พญาไท 2 แห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2550 ถึงตอนนี้ปี 2564 รวมๆ แล้วก็ประมาณ 13-14 ปี

พบแพทย์เฉพาะทางที่ศูนย์รักษ์เต้านม รู้ผลเร็ว ตรวจเพิ่มได้ รีบให้การรักษา

นอกจาก คุณหมอโกมล จะเป็นแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยแล้ว คุณหมอยังทำหน้าที่บริหารศูนย์รักษ์เต้านม รพ.พญาไท 2 ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) หรือราว 13 ปีมาแล้ว ศูนย์แห่งนี้นับเป็นคลินิกเฉพาะทางในการดูแลรักษาโรคทางเต้านมแห่งแรกๆของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์และความมุ่นมั่นในการสร้างมาตรฐานการรักษาและการดูแลคนไข้โรคเต้านมอย่างมีประสิทธิภาพ หากนับถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2564) ทีมแพทย์ศูนย์รักษ์เต้านมแห่งนี้ ได้ให้การรักษาคนไข้ด้วยการผ่าตัดรักษาเต้านมมาแล้วไม่น้อยกว่า 2,810 ราย

ที่ศูนย์รักษ์เต้านม นอกจากจะรวมทุกๆ อย่างเกี่ยวกับการรักษามะเร็งเต้านมไว้แล้ว ยังมีแพทย์เฉพาะทางในหลายสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์เอกซเรย์ แพทย์แมมโมแกรม วิสัญญีแพทย์ ศัลยแพทย์ แพทย์เจาะชิ้นเนื้อ แพทย์รังสีรักษา แพทย์เคมีบำบัด เป็นต้น การที่มีแพทย์และสหสาขาวิชาชีพที่หลากหลายนั้นเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อให้คนไข้มีความสะดวก และได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว ซึ่งคุณหมอบอกว่า...

“เมื่อคนไข้เข้ามาตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและทำแมมโมแกรมแล้ว จะได้พบแพทย์เฉพาะทางในทันที คนไข้จะได้ทราบผลการตรวจ และทราบว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ ไม่ต้องกลับไปรอผล อันจะสร้างความกังวลใจว่าตนเองจะเป็นมะเร็งหรือไม่ ที่ รพ.พญาไท 2 เราจะวิเคราะห์ได้เลยว่า ควรจะต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเลยไหม และต้องติดตามนัดหมายมาตรวจเพิ่มทุกๆ กี่เดือน และหากพบว่าไม่มีความเสี่ยงก็สามารถเว้นระยะเวลาไปได้เป็นปีค่อยมาตรวจใหม่ แต่หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือพบโรคก็สามารถเริ่มรักษาได้ทันที”

นอกจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบธรรมดา และการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ที่นี่ยังมีการผ่าตัดพร้อมการเสริมสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ให้สวยงาม ซึ่งจะทำการผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความสามารถแต่ละด้านมาช่วยกันดูแลผู้ป่วยอีกด้วย

เทคโนโลยีการเจาะชิ้นเนื้อ

ในการวินิจฉัยโรค ที่ รพ. พญาไท 2 จะมีเครื่องมือเจาะชิ้นเนื้อที่ทันสมัย นับเป็นโรงพยาบาลแรกๆ ของภาคเอกชนที่มีเครื่องมือเจาะหินปูน เพราะปกติแล้วในสมัยก่อน การเจาะหาหินปูนจะมีเฉพาะในโรงเรียนแพทย์

“บางครั้ง หลังจากการทำแมมโมแกรมแล้ว หากเราสงสัยว่าอาจจะมีกลุ่มหินปูนผิดปกติที่คลำไม่เจอ ซึ่งการตรวจเจอหินปูนมักจะพบในคนไข้โรคมะเร็งที่อยู่ในระยะเริ่มแรกมากๆ การเจาะหาความผิดปกติของหินปูนต้องมีเครื่องมือที่พร้อม เพื่อให้รู้ว่าตรงไหนที่ผิดปกติ สมัยก่อนที่ยังไม่มีเครื่องมือนี้ คนไข้จะต้องถูกเจาะถูกผ่าตัดมากมาย แต่ปัจจุบันด้วยนวัตกรรมของเครื่องมือ ทำให้เราดูหินปูนได้ชัดเจน เราก็จะนัดหมอเอกซเรย์เจาะให้เลยภายในเวลาที่รวดเร็ว เครื่องนี้จะเป็นเครื่องสำหรับทำหัตถการคือเอาไว้เจาะ ซึ่งจะเป็นคนละเครื่องกับเครื่องตรวจแมมโมแกรมที่เอาไว้สำหรับตรวจหามะเร็ง”

ความภาคภูมิใจในการรักษามะเร็งเต้านม

“การรักษาที่ดีที่สุด อาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละคน หมอจะรักษาแบบตัดเสื้อโหลไม่ได้ เพราะแต่ละคนก็มีปัจจัยที่ไม่เหมือนกัน ทั้งตัวโรค ระยะของโรค และตำแหน่งของโรค ความจำเป็นของการรักษาของแต่ละคนก็ต่างกัน ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุดจะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับคนไข้เฉพาะบุคคล เสมือนการตัดเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างของคนคนนั้นๆ มากที่สุด”

การรักษามะเร็งเต้านม นอกจากการผ่าตัดแล้ว หลังการผ่าตัดจะต้องติดตามผลเป็นเวลายาวนาน คนไข้มะเร็งมักกลัวและกังวลใจเกี่ยวกับการทำเคมีบำบัด คุณหมอจะมีวิธีรักษาและดูแลจิตใจของคนไข้ให้ไม่ต้องกังวล บางคนอาจจะต้องกลับมาตรวจติดตามทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ถ้าหายดี คือหลัง 5 ปีไม่พบมะเร็งแล้ว ก็จะนัดตรวจให้ห่างออกไป

“ความภาคภูมิใจของหมอ คือการที่คนไข้ให้ความไว้ใจในการดูแลรักษา ปฏิบัติตามคำแนะนำ การที่ได้ดูแลคนไข้ในระยะยาวก็เหมือนเราได้ดูแลเขาอย่างต่อเนื่องจนเหมือนเป็นเพื่อน เป็นญาติพี่น้องของเรา มีความสนิทสนมที่สามารถพูดคุยให้คำปรึกษาได้เสมอ”

ความรู้ความเข้าใจของคนไข้คือสิ่งสำคัญ

ผู้ป่วยมะเร็งส่วนหนึ่งมักท้อแท้และปฏิเสธการรักษา โดยเฉพาะการไม่ยอมรับการให้เคมีบำบัดอันเกิดจากความกลัวหรือความเชื่อในอดีต ซึ่งคุณหมอบอกว่า การรักษาของคุณหมอจะเป็นการรักษาคนไข้แบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล เป็นการรักษาแบบมุ่งเป้า โดยวินิจฉัยจากตัวโรคและองค์ประกอบของคนไข้รายนั้นๆ ทั้งยังเป็นการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลาม หรือชะลอการกลับมาเป็นใหม่

ในการรักษาคุณหมอจะให้ทั้งความรู้และเสริมสร้างกำลังใจให้กับคนไข้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและต่อสู้สู่เป้าหมายเดียวกัน คือความสำเร็จในการรักษา ทั้งนี้ด้วยความพร้อมของทีมแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วย จึงทำให้คนไข้จะได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน

เรื่องของมะเร็งเต้านม การรณรงค์ให้ได้รับการตรวจยังคงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการพบโรคเร็วที่สุดย่อมรักษาได้ผลดีกว่า คือถ้าเป็นในระยะเริ่มต้นก็มักจะจบลงแค่การผ่าตัด ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออกทั้งเต้า และไม่จำเป็นต้องทำเคมีบำบัด

ดังนั้น สตรีในวัย 40 ปีขึ้นไปจึงควรได้รับการตรวจแมมโมแกรมทุกปี ทำอัลตราซาวด์เพื่อหามะเร็งระยะเริ่มต้น ในส่วนของเรื่องอาหารการกิน ในปัจจุบันทั้งอาหารทั่วไปและอาหารเสริมมักมีฮอร์โมนเยอะ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง ต้องพยายามทานให้น้อยที่สุด หรือหากจะทานอาหารเสริมอะไรก็ควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า

คลิกดูรายละเอียด