ค้นหา...แพทย์



ศูนย์การแพทย์

นพ.วรากร เทียมทัด

ศูนย์ทางการแพทย์ :คลินิก ตา

สาขา  :โรงพยาบาล พญาไท 2

นัดหมายแพทย์


ตารางการออกตรวจ

วัน เวลาคลินิก ออกตรวจสัปดาห์/เดือน สถานที่ออกตรวจ
วันอาทิตย์14:00-18:00ทุกสัปดาห์คลินิก ตา
วันอังคาร17:00-19:00ทุกสัปดาห์คลินิก ตา

Note: This schedule is based on normal doctor clinic hours. As there may be changes to the schedule from time to time, please wait for our contact center to confirm your appointment timing.

Doctor Talk

ทำไมถึงอยากเป็นหมอ

ถ้าเลือกได้ใครก็คงไม่อยากเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นด้วยโรคอะไรก็ตาม แต่ทั้งนี้ เราทุกคนก็ไม่อาจหลีกหนีโรคภัยไข้เจ็บได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนอกเหนือไปจากการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจเชคสุขภาพเป็นประจำทุกปีแล้ว การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ก็ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะอาการผิดปกติเหล่านั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนจากปัญหาโรคร้ายที่จะนำอันตรายมาสู่เราก็ได้ อย่างเช่น อาการ "พูดไม่ชัด พูดช้า พูดไม่ออก" ที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดทางสมอง ซึ่งควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ตอนเรียนจริงๆ มีรายละเอียดเยอะ เรียนไม่ยาก ได้เรียนทุกอย่าง แม้จะมีที่ยากบ้างแต่นั่นเพราะว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา อะไรที่เราไม่เคยก็รู้สึกว่ายากตลอด เมื่อปรับตัวได้ คุ้นเคย ชิน จึงไม่ยาก และการเรียนหมอยังหัดให้เราได้จัดลำดับความสำคัญว่าสิ่งใดเราควรทำก่อน-หลัง เมื่อเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายทั้งปีที่มี 365 วัน ต้องกินและนอนอยู่ในโรงพยาบาลตลอด ทำให้มีโอกาสได้คลุกคลีกับเพื่อนมากขึ้น เพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญ และพวกเราให้กำลังใจซึ่งกันและกันในวันทื่ท้อและเหนื่อย เป็นภาพทรงจำระหว่างกัน

สิ่งที่ได้นอกเหนือจากการเรียนหมอ

การมาเรียนหมอ นอกจากเรื่องวิชาการด้านการรักษาผู้ป่วยแล้ว สิ่งสำคัญที่ได้รับไม่แพ้การเรียนคือ การได้เรียนรู้ความเป็นคน ความเป็นมนุษย์ว่าเหนื่อยเป็นอย่างไร เมื่อออกไปใช้ทุนตามต่างจังหวัดได้เรียนรู้รายละเอียดต่างๆ มาก ได้ซึมซับประสบการณ์ เพราะในชีวิตจริงไม่มีอะไรตรงตามตำรา การเป็นหมอทำมากกว่าการรักษา เพราะคนไข้บางคนมาด้วยปัญหาส่วนตัวก็มี ทำให้เรียนรู้ว่าในชีวิตของจริงมีความยืดหยุ่น ดังนั้น หมอก็ต้องรักษาตามเกณฑ์มาตรฐานทางด้านความรู้ จรรยาบรรณ ชีวิตต้องยืดหยุ่นแต่ต้องยึดหลักการและความรู้ เพราะเราทำงานกับสิ่งมีชีวิต ที่มีวัฒนธรรม มีการเรียนรู้ มีความรู้สึก

หัวใจของการเป็นหมอ

การสื่อสารเป็นทักษะหนึ่งที่สำคัญมาก ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความรู้ด้านการแพทย์ เราเก่งด้านการแพทย์แต่เราสื่อสารด้อย เราย่อมคุยกันไม่รู้เรื่อง ดังนั้น ต้องคุยกับคนไข้ให้ตรงประเด็น (hit to the point ) และในเรื่องเดียวกัน (on the same page) เมื่อเราอยู่หน้าเดียวกัน ก็ไม่ยากที่เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันกับคนไข้ หมอและคนไข้ต้องเข้าใจตรงกัน

ทำไมถึงเลือกเป็นหมอตา

“เรียนตาแล้วสบาย” ดูสบายกว่า เรียนกับแผนกใหญ่ๆ อายุรกรรม ศัลยกรรม การสร้างบาลานซ์ระหว่างการทำงานกับชีวิตก็ง่ายกว่าการเป็นหมอแผนกอื่นๆ ทุกคนที่เลือกเรียนหมอตาได้มาเริ่มต้นเท่ากันและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกัน การเรียนหมอตาเลือดหนองก็ไม่เยอะ

เสน่ห์ของการเป็นหมอตาสำหรับเด็ก

การเลือกเป็นหมอตามีความท้าทาย ยิ่งการต้องมาเป็นหมอตาสำหรับเด็ก ความท้าทายที่สำคัญคือการตีโจทย์การร้องไห้ หรือ อาการของเด็กให้แตกว่าเด็กต้องการสื่อสาร หรือพยายามบอกอะไรผ่านการร้องไห้ หรือ อากัปกิริยาอื่นๆ ของเขา

ในการรักษาเด็กแต่ละคน ผลการรักษามีสองแบบ คือ หนึ่ง หากเป็นความผิดปกติธรรมดา การรักษาย่อมจบลงที่ความสุขของทั้งหมอ เด็ก และพ่อ-แม่ของเด็ก (happy ending) สอง หากเด็กมีอาการผิดปกติตั้งแต่กำเนิด จะต้องทำให้ดีที่สุด คอยดูแล เฝ้าติดตามอาการเขาไปตลอด เพราะเขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ในวันที่เติบโตขึ้น การรักษาในลักษณะที่สองมักจะเป็นการจบแบบมีรอยยิ้ม (smile ending)

เคสที่ประทับใจ

คือเคสที่เด็กมีความผิดปกติของจอประสาทตา พัฒนาการการมองเห็นตกทำให้ภาพรวมเด็กมีพัฒนาการช้าลง ได้รักษาเขาตอนที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ พ่อและแม่ของเด็กจึงฝากประวัติของลูกให้ไปปรึกษาอาจารย์ที่ต่างประเทศเพื่อหาหนทางรักษา ได้ติดต่อกันตลอด และผู้ปกครองเด็กได้พาลูกไปรักษาที่ต่างประเทศ และปัจจุบันเด็กได้รับการรักษา ฟื้นฟูและใช้ตาน้อยลง ปัจจุบันน้องอายุประมาณ 7 ขวบ สมองส่วนอื่นและระบบรับรู้อย่างอื่นดีขึ้น หูดีขึ้น การฟังดีมาก เล่นดนตรีได้เร็วกว่าเด็กปกติ ซึ่งทำให้พ่อและแม่ของเด็กดีใจ ต่อไปคือเฝ้าดูแล ฟื้นฟู และให้เขาอยู่ได้ด้วยตัวเองเมื่อโตขึ้น เคสนี้เป็นสไมล์เอ็นดิ้ง (smile ending)

คลิกดูรายละเอียด