ศูนย์การแพทย์

Manometry เทคโนโลยีตรวจความผิดปกติของหลอดอาหาร


อาการบ่งชี้ของโรคระบบทางเดินอาหารหลายประเภทมีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น เจ็บคอ กลืนอาหารลำบาก ปวดท้อง ซึ่งถ้าป่วยเป็นโรคหนึ่งแต่กลับรักษาตามแนวทางของอีกโรคหนึ่งก็ยากที่ผู้ป่วยจะหายขาดจากโรคได้ การตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2 ตระหนักถึงปัญหานี้ดี เราจึงมีเครื่องมือ Manometry ที่ใช้ตรวจวินิจฉัยการทำงานของหลอดอาหารและกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพไว้คอยให้บริการแก่ผู้ป่วยทุกท่าน

นายแพทย์อนุพงศ์ ตั้งอรุณสันติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร อธิบายว่า..เครื่องมือชนิดนี้สามารถตรวจเช็คการบีบตัวของหลอดอาหารได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นส่วนของหลอดอาหารหรือหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย  ซึ่งบางครั้งคนไข้กลุ่มนี้อาจมาพบแพทย์ด้วยอาการกลืนติด เจ็บหน้าอก และพบว่าการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนของโรคได้ การตรวจด้วยเครื่องมือ Manometry จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถทำให้เห็นรูปแบบการทำงานที่ผิดปกติของหลอดอาหารได้ชัดเจน เช่น การบีบของหลอดอาหารที่แย่ลง หรือ รูหูดหลอดอาหารส่วนปลายไม่คลายตัว เป็นต้น

Manometry สามารถตรวจหาโรคอะไรได้บ้าง?

โรคเกี่ยวกับหลอดอาหารที่สามารถวินิจฉัยด้วยเครื่องมือ Manometry มีอยู่หลายโรคด้วยกัน เช่น โรคอะคาเลเซีย(Achalasia) หรือในผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการเจ็บหน้าอกแต่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีอาการหลอดอาหารบีบตัวแรงเกินไป หรือหลอดอาหารบีบตัวไม่มีความสัมพันธ์กัน แต่บางกรณีผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บหน้าอกจากโรคกรดไหลย้อนก็ได้ ซึ่งการตรวจโรคกรดไหลย้อนจะต้องใช้เครื่องมือตรวจวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหารที่เรียกว่า 24 hour pH monitoring โดยแพทย์จะทำการใส่สายผ่านจมูกเข้าไปเพื่อวัดกรดในหลอดอาหารส่วนปลายตลอดหนึ่งวัน และบางครั้งแพทย์จะใช้เครื่องมือทั้งสองชนิดคู่กัน เพื่อประโยชน์ในการหาสาเหตุที่แท้จริงของโรคอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

แนวทางการรักษา..เมื่อพบความผิดปกติ

หลังจากตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องมือ Manometry แล้ว หากพบว่าเป็นโรคอะคาเลเซีย หูรูดหลอดอาหารส่วนปลายไม่คลายตัว การรักษาในขั้นตอนต่อไปก็คือ การขยายหูรูดส่วนนั้นด้วยบอลลูน หรือผ่าตัดส่องกล้อง หลังจากทำการรักษาเรียบร้อยแล้ว 4-6 สัปดาห์ต่อมา แพทย์จะนัดคนไข้กลับมาตรวจดูอาการอีกครั้ง ถ้าอาการกลืนติดยังไม่ดีขึ้นก็อาจต้องขยายบอลลูนซ้ำด้วยขนาดบอลลูนที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือหากตรวจพบว่าเป็นโรคอื่น เช่น หลอดอาหารบีบตัวแรงเกินไป หรือ หลอดอาหารบีบตัวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นอาการที่อาจมีความสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อน แพทย์ก็มักส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจวัดปริมาณกรดไหลย้อนตลอด 24ชั่วโมง

Manometryตัวช่วยวินิจฉัย..เพื่อการรักษาที่ตรงจุดกว่า

นายแพทย์อนุพงศ์ ยกตัวอย่าง ถึงกรณีคนไข้ชายชาวอาหรับอายุ 40 ปี ที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการกลืนติด เคยส่องกล้องตรวจมาแล้วครั้งหนึ่งและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน แต่เมื่อรักษาโรคกรดไหลย้อนไปสักระยะหนึ่งอาการกลืนติดกลับไม่ทุเลา สุดท้ายเมื่อส่งตรวจอีกครั้งด้วยเครื่องมือ Manometry ก็พบว่าคนไข้เป็นโรคอะคาเลเซีย จึงรักษาด้วยการขยายบอลลูนบริเวณหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย เมื่อพบสาเหตุของโรคที่แท้จริงและดำเนินการรักษาได้อย่างตรงจุด ชายต่างชาติท่านนั้นจึงหายดีและสามารถกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้อีกครั้ง

ก่อนเข้ารับการตรวจ ต้องเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนตรวจด้วยเครื่องมือ  Manometry คนไข้ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ โดยวิธีการตรวจจะใส่สายตรวจวัดผ่านทางจมูกให้ปลายสายเข้าไปอยู่ในกระเพาะอาหาร จากนั้นก็จะให้คนไข้หายใจตามปกติและกลืนน้ำปริมาณ 5 ซีซี จำนวน 10 ครั้ง เพื่อเช็คการบีบตัวของหลอดอาหาร ใช้ระยะเวลาในการตรวจประมาณครึ่งชั่วโมง

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ  โรงพยาบาลพญาไท 2
ชั้น 4 อาคาร A โทร 02-617-2444 ต่อ 7401, 7406

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ