กายภาพบำบัด...บทสรุปที่ช่วยให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง


กายภาพบำบัด ช่วยฟื้นฟูให้กลับมา “เดิน” ได้อีกครั้ง

กายภาพบำบัด ช่วยให้กลับมา “นั่ง” ได้ดังเช่นที่ผ่านมา

กายภาพบำบัด ช่วยฟื้นฟูให้กลับมา “พูดและทานอาหาร” ได้อีกครั้ง

คำกล่าวข้างต้น คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ชายวัย 76 ปี ที่กล่าวได้ว่า “กายภาพบำบัด” คือส่วนสำคัญที่พลิกชีวิต คืนสุขภาพที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากต้องทรมานกับวิกฤตปัญหาสุขภาพ

เมื่อโรครุมเร้า หลายส่วนในร่างกายติดเชื้อ ต้องเข้ารับการผ่าตัด และยังมีอาการต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาในชีวิต ทั้งเดินไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองยิ่งยาก การรับรู้เริ่มเลือนลาง แต่ด้วยคำว่า “พร้อมสู้อย่างเต็มที่” ของคุณอรรถวุฒิ อัครธัญกร และครอบครัว จึงทำให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพมาได้อย่างยอดเยี่ยม

จุดเริ่มต้นที่หนักหน่วง

คุณอรรถวุฒิ อัครธัญกร วัย 76 ปี ได้เล่าเรื่องราวชีวิตช่วงที่ป่วยว่า เดิมมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เกาต์ และไต แต่จุดที่เป็นการเปลี่ยนปลงของสุขภาพครั้งใหญ่ คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 มีอาการหัวไหล่บวมมาก หนาวสั่น สุดท้ายต้องรับการผ่าตัดรักษา นอนรพ.ประมาณ 20 วัน และด้วยร่างกายหลายส่วนมีการติดเชื้อ จึงส่งผลให้หัวเข่าเกิดอาการบวม เจ็บที่เอว และเริ่มเดินไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รวมถึงต้องทานอาหารทางแพทย์ ขณะเดียวกันการรับรู้ต่างๆ เริ่มลดน้อยลง

ภรรยาคุณอรรถวุฒิ ผู้คอยอยู่เคียงข้างดูแลตลอดเวลา กล่าวเสริมว่า จากอาการที่เกิดขึ้น เมื่อคุณหมอเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว ได้ให้การรักษาด้วยยา ซึ่งได้ผลดี โดยในช่วงนั้นเส้นทางการรักษาค่อนข้างหนักหน่วง เพราะต้องฉีดยาฆ่าเชื้อทุกวัน เป็นระยะเวลากว่า 45 วัน วันใดมาฟอกไตก็จะฉีดยาฆ่าเชื้อที่รพ. และที่สำคัญคือทุกครั้งที่มารพ.ต้องเดินทางไป-กลับด้วยรถพยาบาลตลอด ส่วนวันใดที่ไม่ต้องฟอกไต จะมีทีมพยาบาลไปฉีดยาฆ่าเชื้อให้ที่บ้าน ซึ่งในขณะเดียวกันโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เดิมก็ต้องรักษาตามปกติ เรียกว่า คุณอรรถวุฒิต้องได้รับการดูแลจากหมอหลายสาขาเลยทีเดียว

กายภาพบำบัด ส่วนสำคัญช่วยฟื้นฟูสุขภาพ

คุณอรรถวุฒิและภรรยา ร่วมกันเล่าต่อว่า เมื่อร่างกายตอบสนองกับการรักษาด้วยยา คุณหมอจึงให้รักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด วันแรกต้องใช้เปลนอนเข็นไปทำกายภาพบำบัด เพราะกล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง กล้ามเนื้อขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรง ไม่สามารถกระดกปลายเท้าซ้ายได้ กล้ามเนื้อฝ่อลีบที่ขาซ้าย นั่งไม่ได้ เดินไม่ได้ มือใช้งานได้ไม่ดี

ในการทำกายภาพบำบัดช่วงแรก ในฐานะญาติต้องบอกว่าขอบคุณน้องๆ นักกายภาพบำบัดมาก ที่ทั้งเก่ง มีความอดทน มีจิตใจที่ดี และเอาใจใส่คนไข้อย่างมาก เพราะด้วยสุขภาพของคุณอรรถวุฒิ จะรู้สึกเจ็บได้ง่ายจึงไม่ค่อยอยากทำกายภาพบำบัดเท่าไหร่นัก รวมถึงอาจมีการพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุบ้าง แต่นักกายภาพบำบัดเข้าใจ ปรับการรักษาให้เหมาะกับคุณอรรถวุฒิ จนกระทั่งร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตามลำดับ

“เริ่มเข้าทำกายภาพบำบัดเดือนก.ค.62 ใช้เวลาเพียง 1 เดือน เท้าเริ่มกระดกได้ พอเข้าเดือนที่ 2 ก็นั่งได้ ทำให้การเดินทางมารพ.สะดวกและประหยัดขึ้น เพราะสามารถมารถส่วนตัวได้ ไม่ต้องใช้รถพยาบาลเช่นที่ผ่านมา หลังจากนั้นจึงฝึกการทรงตัว ยืน เดินด้วยเครื่องพยุงไฮดรอลิค และเมื่อกล้ามเนื้อขาทั้ง 2 ข้างเริ่มมีกำลังก็หัดเดินด้วยวอร์คเกอร์ และสุดท้ายก็สามารถเดินได้โดยใช้ไม้เท้า 3 ขา และถึงแม้ในวันนี้สุขภาพจะดีขึ้น แต่เราก็ยังคงมาทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพราะเรารู้ดีว่ากายภาพบำบัดนั้นดีกับการฟื้นฟูสุขภาพมากเพียงใด”

ภรรยาคุณอรรถวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า รางวัลที่ครอบครัวเราได้รับจากการอดทน ทุ่มเท มารับการรักษาอย่างต่อเนื่องตลอด เราได้คุณอรรถวุฒิที่กลับมามีสุขภาพแข็งแรงขึ้น เดินได้ พูดคุย ทานอาหารได้ ช่วยเหลือตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ได้อีกครั้ง และสำหรับในฐานะภรรยา แน่นอนว่าได้เพื่อนคู่คิดกลับมา ได้ยิ้ม หัวเราะและมีความสุขไปด้วยกันอีกครั้ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ครอบครัวเรามีความสุขได้เช่นทุกวันนี้ ก็คือคุณหมอที่เก่งในการรักษาและมีเมตตาช่วยในทุกด้าน ทีมนักกายภาพบำบัดที่เก่ง โอบอ้อมอารี ดูแลใส่ใจกันเหมือนคนในครอบครัว รวมถึงโรงพยาบาลพญาไท 3 ที่จัดเตรียมเครื่องมือทางกายภาพบำบัดที่ทันสมัยจำนวนมากไว้บริการ ซึ่งช่วยให้การทำกายภาพบัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายจริงๆ ค่ะ



ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
โรงพยาบาล พญาไท 3
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02-467-1111 ต่อ 1601-1602