หัวอกแม่ที่เกือบเสียลูก…เพราะ “หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท” ระหว่างตั้งครรภ์

หัวอกแม่ที่เกือบเสียลูก…เพราะ “หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท” ระหว่างตั้งครรภ์


สำหรับคนเป็นแม่แล้ว “ลูก” เป็นสิ่งมีค่ายิ่งกว่าชีวิต เช่นเดียวกับคุณน้ำอ้อย ศรีปัญญาพล ว่าที่คุณแม่ลูกสอง ที่เหมือนโดนโลกถล่มใส่ เมื่อตรวจเจอว่า “หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาท” ขณะตั้งครรภ์

ทางเลือก ที่หมายถึงอีกหนึ่ง “ชีวิต”

“เอาเด็กออก” นี่คงเป็นทางเลือกที่คนเป็นแม่เจ็บปวดที่สุด แต่ถ้าปล่อยไว้จนอาการปวดเรื้อรังไปจนถึงหลังคลอด เธอก็คงไม่สามารถทนได้ เพราะเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่เธอกลับจากโรงพยาบาล อาการปวดก็ทวีคูณขึ้นจนเธอไม่สามารถนอนหลับได้เลย แต่เพราะครอบครัวของเธอยังเชื่อว่า ชีวิตนี้ ต้องมีทางเลือกที่ดี จึงตัดสินใจส่งตัวเธอเข้ามารักษาต่อที่กรุงเทพฯ “ในช่วงแรกเราตั้งใจจะไปโรงพยาบาลของรัฐ แต่เพราะเหตุติดขัดหลายอย่าง บวกกับได้รับคำแนะนำจากคุณหมอท่านหนึ่งให้มารักษากับนพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์ โรงพยาบาลพญาไท 3 จึงทำให้เราตัดสินใจมาที่นี่”

ทุกความพร้อมทำให้เรา “มั่นใจ”

“ตอนแรกเราคิดว่า ลำพังลุกเดินยังทำไม่ได้ แล้วจะไปโรงพยาบาลได้ยังไง แต่ด้วยความพร้อมของโรงพยาบาลพญาไท 3 เจ้าหน้าที่ได้ส่งรถพยาบาลพร้อมแพทย์และพยาบาลมารับเราถึงบ้าน ที่จ.ฉะเชิงเทรา เลยทันที” นั่นทำให้เธอได้เข้ารักษาตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 29 มีนาคม โดยมีสูตินรีแพทย์และแพทย์เฉพาะทางดูแลเป็นอย่างดี ก่อนส่งไปตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า Magnetic Resonance Imaging (MRI)

“หลังทราบผล ทางทีมแพทย์ด้านสูตินรีเวชโดยนพ.ชาญชัย เลาหประสิทธิพร และ แพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทไขสันหลัง นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์ ได้เข้ามาให้คำปรึกษาถึงแนวทางการรักษา โดยทางคุณหมอธีรชัย ได้แนะนำว่า การรักษาอาการหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาทที่เป็นนั้น มี 2 ทางเลือก คือ ผ่าตัด และ รักษาตามอาการ ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบในใจมีเพียงหนึ่งเดียว คือ “การผ่าตัด” ซึ่งถึงแม้ว่าคุณหมอจะอธิบายถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แต่เพราะความมั่นใจและความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมของคุณหมอธีรชัยและทีมแพทย์ ทำให้เราเลือกทางเลือกนี้อย่างมั่นใจเหมือนกัน"

คืน “ชีวิตใหม่” ที่สดใสกว่าเดิม

ในเช้าวันที่ 30 มีนาคม เธอได้เข้ารับการผ่าตัด ซึ่งผลของการผ่าตัดนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพียงแค่ 1 วันหลังจากผ่าตัด เธอก็สามารถลุกเดินได้อีกครั้ง และแพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น “ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะใช้เวลารักษาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น และที่สำคัญ ลูกก็ยังอยู่กับเราด้วย ยังอยู่ในท้องอย่างมีความสุข มันเป็นความรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เราเชื่อว่าคุณก็จะต้องรู้สึกดีแบบเราแน่นอน”
 
 
“สุดท้ายนี้ ครอบครัวศรีปัญญาพล ขอขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกๆ ฝ่ายของโรงพยาบาลพญาไท 3 ที่มอบความปรารถนาดีในการดูแลรักษา การบริการที่ดีเยี่ยม ทำให้อุ่นใจและรู้สึกได้ถึงความพร้อมของโรงพยาบาลที่จะรักษาเราและดูแลลูกอย่างดีที่สุด....”

หากคุณเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง ชาแขนและขา สามารถปรึกษาได้ที่ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง ชั้น2 โรงพยาบาลพญาไท 3 HOT LINE 081-9008203




นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์
ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง ชั้น 2
โรงพยาบาลพญาไท 3
HOT LINE 081-9008203