Work Hard, Play Hard Heart Attack! คุณคมกฤช ตันกันภัย อายุ 45 ปี

" เพียงใส่ใจในการตรวจสุขภาพประจำปี การกินและการออกกำลังกาย เพียงเท่านี้โรคหัวใจห่างไกลจากคุณแน่ "

คุณคมกฤช ตันกันภัย อายุ 45 ปี ผู้จัดการส่วนสนับสนุนการตลาด บริษัท ประสิทธิพัฒนา

กล่าวกันว่า สุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่กลับไกลตาราวอนูฝุ่นละออง เช่นเดียวกับประสบการณ์เฉียดตายของ คุณคมกฤช ตันกันภัย ผู้จัดการส่วนสนับสนุนการตลาด บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่เกือบครึ่งชีวิตคลุกคลีอยู่กับการทำงานด้านสุขภาพ คุณคมกฤชในวัย 45 ปี ใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนมากกว่า 8 ชั่วโมง/วัน เข้า-ออกโรงพยาบาลในฐานะบุคลากรคนสำคัญ ด้านความรู้ทางการแพทย์ก็สั่งสมจากการพูดคุยแพทย์-พยาบาลพอสมควร แต่แล้ววันหนึ่ง คุณคมกฤชเกือบต้องเอาชีวิตของตนไปทิ้งจาก “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ”

เพราะมองข้ามความสำคัญของหัวใจ!

ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนของคุณคมกฤชเดินไปอย่างเร่งรีบ จนบางครั้งเจ้าตัวก็คิดว่า 8 ชั่วโมงทำงานช่างสั้นเหลือเกิน บางวันต้องอาจต้องหอบงานกลับไปทำที่บ้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้ตารางชีวิตของตนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เข้านอนไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืน การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รวมถึงการเลือกรับประทานเฉพาะที่ชื่นชอบ เช่น น้ำอัดลม ขาหมู ของทอด เหล่านี้ไม่มีประโยชน์แก่ร่างกาย ยังไม่รวมการสะสมความเครียดจากเรื่องงานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน นอกจากนี้ การออกกำลังกายที่เคยทำเป็นประจำกลับเริ่มลดลงจนกลายเป็นว่าไม่ได้ทำในที่สุด

สัญญาณเตือนที่คลืบคลาน!

พฤติกรรมดังกล่าวดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 8 ปี สะสมความเจ็บป่วยในร่างกายไว้โดยไม่รู้ตัว กระทั่งวันหนึ่ง คุณคมกฤชรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ กิจวัตรประจำวันเริ่มทำได้ช้าลง รู้สึกว่าตนเหนื่อยเร็ว เดินได้ช้าลง มีอาการหอบบ่อยขึ้น และสังเกตุเห็นเม็ดเหงื่อบนผุดขึ้นบนใบหน้าและรูขุมขนต่างๆ โดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อย่างไรก็ตาม คุณคมกฤชก็ยังใช้ชีวิตหักโหมต่อไป เนื่องจากเชื่อว่าตนตรวจสุขภาพประจำทุกปี

ดูแลสุขภาพของตัวเองเพียงพอแล้วหรือยัง ?

เมื่อรู้สึกว่าร่างกายอิดโรยและเหนื่อยมากขึ้นระหว่างการทำกิจกรรม จึงตัดสินใจเข้าตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดกว่าปกติที่เคยทำมาทุกปี ซึ่งผลตรวจก็ออกมาในระดับปกติ แต่ค่าความดัน คลอเรสเตอรอล และไขมันไม่ดีกลับเริ่มสูงขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าควรที่จะต้องดูแลร่างกายมากขึ้น

จากนั้น สัญญาณบอกเหตุกลับมาอีกครั้ง หลังจากเกือบ 2 ปี ที่ไม่ได้เข้ารับการตรวจร่างกายเหมือนเช่นที่เคยทำมา เนื่องด้วยภาระหน้าที่การทำงานที่มากขึ้น การดูแลสุขภาพทั้งเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกายจึงไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ต่อมาขณะที่การทำกิจกรรมระหว่างวัน เริ่มมีอาการร้าวลงแขนข้างซ้ายร่วม 1 ชั่วโมง ก่อนอาการจะทุเลาลง แต่ยังคงมีอาการชาที่แขนข้างเดิมอยู่จนถึง 3 วัน จนวันที่ 4 ในช่วงเช้าเริ่มมีอาการเจ็บและแน่นหน้าอก รวมถึงรู้สึกใจหวิว หายใจไม่ทั่วท้อง และมีอาการร้าวลงแขนข้างซ้ายซึ่งปวดมากขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญครั้งนี้มีเหงื่อผุดมาตามร่างกายมากขึ้น จนผ่านไป 1 ชั่วโมงอาการทั้งหมดนี้ก็ทุเลาลง แต่ยังคงต้องใช้มือกดที่บริเวณหน้าอกไว้ตลอดเวลา

จนผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ระหว่างการทำงานอาการเดิมกลับเป็นขึ้นอีกถึง 2 ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายนอกจากอาการเดิมที่เกิดซ้ำแล้ว ยังรู้สึกว่าหน้ามืดจะเป็นลม จึงตัดสินใจเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจทันที

มีหัวใจที่ต้องรักษา

หลังแพทย์ทางด้านโรคหัวใจวินิจฉัยอาการ ก็ให้เจาะเลือด เอ็กซเรย์ร่างกาย และเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจเช็คและรักษาอาการป่วยทันที โดยแพทย์ได้ใช้วิธีการฉีดสีเข้าสู่หลอดเลือดใหญ่ประมาณ 15 นาที เพื่อตรวจเช็คว่าหลอดเลือดเส้นไหนมีอาการตีบบ้าง ซึ่งขั้นตอนการฉีดสีจะต้องผ่าเปิดแผลที่บริเวณต้นขาเพื่อนำเข็มแทงเข้าสู่หลอดเลือดใหญ่และไปจนถึงบริเวณใกล้หัวใจเพื่อปล่อยสี โดยไม่ต้องมีการบล็อคยาหรือวางยาสลบ ซึ่งผลออกมา คือหลอดเลือดตีบ 2 เส้น จากนั้น ก็เข้าสู่กระบวนการทำบอลลูน

ดูแลตัวเอง=ดูแลหัวใจ

ต้องพักฟื้นประมาณ 1 เดือน แต่ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ หลังการทำบอลลูนแล้ว ก็สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ พร้อมกันนี้ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตคือ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นตรวจเช็คสุขภาพทุกปี โดยหลังการรักษาในชั่วปีครึ่ง แพทย์จะติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และหลังจากนั้น ก็เข้าตรวจเช็คร่างกายตามปกติอย่างเช่นที่เคยทำมา

"หากมีอาการเจ็บหน้าอก ร้าวลงแขนข้างซ้าย และมีเม็ดเหงื่อท่วมหน้าและร่างกาย โดยเฉพาะเม็ดเหงื่อที่มีมากกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณบอกเหตุว่าหลอดเลือดหัวใจกำลังตีบตัน ซึ่งเป็นอาการของโรคหัวใจ ที่พร้อมจะคร่าชีวิตเราได้ทุกเมื่อ หากยังไม่มีการรักษาและใส่ใจสุขภาพ”