สาวน้อยมหัศจรรย์ VS กระดูกสันหลังคด



หลายครั้งสิ่งที่เรามองเห็นอาจไม่เป็นเช่นที่เราคิด สาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ก็เช่นเดียวกัน ดญ.วิววาริน สุลัญชุปกร อายุ 12 ปี (น้องเพลิน) เธอน่ารัก สดใส มีความมุ่งมั่นโดยเฉพาะกิจกรรมกีฬาบริดจ์ และยังมีมุมมองความคิดที่น่าสนใจ แต่มุมเล็กๆ ใครจะรู้ว่าในบางเวลาสาวน้อยเธอจะมีอาการปวดเมื่อยหลัง เพราะที่มาของโรคกระดูกสันหลังคด ถึงแม้จะไม่ใช่โรคที่น่ากลัว แต่อาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน และเป็นมากขึ้นได้ วันนี้น้องเพลินและคุณแม่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การรักษาทั้งก่อนและหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังคด

Q : ช่วงแรกที่เป็นดูแลรักษาอย่างไร

น้องเพลิน : คุณแม่พาไปพบคุณหมอ เริ่มต้นรักษาด้วยการใส่เสื้อเกราะ คุณหมอให้ใส่ตลอดเวลา แต่ก็แอบเบื่อบ้าง เพราะร้อน อึดอัด แต่ก็ใส่ ถึงแม้จะไม่ได้ตามระยะเวลาที่คุณหมอกำหนด

คุณแม่น้องเพลิน : ในช่วงเล็กๆ อายุ 3-4 ขวบ จะมองไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง การที่เราสังเกตเป็นพิเศษเพราะคุณพ่อของน้องก็เป็น พอน้องเพลินอายุประมาณ 8 ขวบ จึงทราบว่าเป็นกระดูกสันหลังคดเนื่องจากเราทดสอบกันเองโดยให้น้องก้มเอามือแตะที่ปลายเท้า หลังจากนั้นจึงพาน้องไปพบคุณหมอที่รพ.ของภาครัฐ ซึ่งคุณหมอให้ใส่เสื้อเกราะ นัดตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างนั้นพาลูกไปพบคุณหมอหลายท่านเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่ดีขึ้น และคดเพิ่ม ในเคสของน้องเพลินสุดท้ายต้องรักษาด้วยการผ่าตัด จึงพยายามศึกษาข้อมูลแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายๆ ท่าน และ 1 ในรายชื่อที่เรามีก็คือ นพ.สมบัติ คุณากรสวัสดิ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลัง ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 3

Q: อาการของโรคส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตหรือไม่

น้องเพลิน : สำหรับชีวิตทั่วๆ ไปไม่มีผลมากนัก จะมีก็เพียงเรื่องอาการปวดเมื่อยในช่วงที่กระดูกสันหลังคดมากขึ้น แม้แต่อยู่เฉยๆ ก็ปวด พอขยับยืดตัวก็ดีขึ้นเล็กน้อย คุณแม่ซื้อบาร์โหนมาให้ ช่วยได้บ้างในช่วงสั้นๆ พอโหนก็จะรู้สึกดีขึ้นประมาณ 5 นาที และหลังจากนั้นจะเริ่มปวดเมื่อยอีก

Q : คุณแม่มีวิธีตัดสินใจเลือกแพทย์ผ่าตัดอย่างไร และเมื่อน้องทราบว่าต้องผ่าตัดรู้สึกเช่นไร

คุณแม่น้องเพลิน : การตัดสินใจเลือกนพ.สมบัติ คุณากรสวัสดิ์ ให้ผ่าตัดน้องเพลินนั้น สิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากคำแนะนำที่ได้รับจากเพื่อน หรือจากข้อมูลความเชี่ยวชาญของคุณหมอจากที่ต่างๆ นั่นคือการที่ได้พูดคุยปรึกษาแนวทางการรักษาโดยตรงกับคุณหมอ เป็นคำตอบยืนยันว่าคนนี้คือแพทย์ที่ใช่ เพราะคุณหมอให้เวลาในการพูดคุย ใจเย็น อธิบายเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด ซึ่งในครั้งนั้นจึงวางแผนถึงการผ่าตัดเลย และจากวันนั้นถึงวันผ่าตัดรอเวลามาประมาณ 5 เดือน เพื่อผ่าตัดช่วงปิดเทอมใหญ่ให้น้องได้มีเวลาพักฟื้นอย่างเต็มที่

น้องเพลิน : ครั้งแรกที่รู้ว่าต้องรักษาด้วยการผ่าตัดก็ร้องไห้ แต่เวลาผ่านไปก็ไม่คิดเรื่องการผ่าตัดแล้ว แต่พอรู้กำหนดการผ่าตัดที่แน่นอนกลับไม่กลัว เพราะมองว่าจะผ่าก็ผ่าเลย รู้สึกเมื่อยมากแล้ว และด้วยช่วงเวลาก่อนผ่าตัดต้องเตรียมตัวเข้าแข่งขัน “บริดจ์” ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 32 (ได้เหรียญเงิน บริดจ์-ทีมผสม) จึงไม่มีเวลาให้คิดเรื่องผ่าตัด และเมื่อแข่งขันเสร็จเพียง 1 วันก็เข้ารับการผ่าตัดทันที ซึ่งในวันที่คุยกันนี้เป็นช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดเพียง 3 วัน จึงอาจยังไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายมากนัก แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ ผลเอกซเรย์ เพราะก่อนผ่าตัดกระดูกคดมากเกือบจะคล้ายตัว S แต่หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังมีลักษณะเป็นแนวตรงมากขึ้น สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ คุณหมอที่ผ่าตัดเป็นกันเองมาก ให้เวลาในการพูดคุย เข้าใจความรู้สึกเรา และคุณหมอยังไม่เคร่งเครียดใจดี

Q: อยากให้คุณแม่ฝากข้อคิดถึงครอบครัวอื่นๆ

คุณแม่น้องเพลิน : อยากให้ทุกครอบครัวสังเกตเด็กๆ เรื่องกระดูกสันหลังคด เพื่อสามารถพาเด็กเข้ารับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นหากตรวจพบ และสำหรับครอบครัวใดที่มีลูกเป็นกระดูกสันหลังคดอย่าปล่อยทิ้งไว้ แต่ก็อย่าตระหนกมากเกินไป เพราะสำหรับตนเองรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง เพียงแต่การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดค่อนข้างมีความเสี่ยง จึงต้องเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งนพ.สมบัติ คุณากรสวัสดิ์ ท่านสามารถผ่าตัดได้เป็นอย่างดี และสำหรับการดูแลลูกก็ควรให้ออกกำลังกายบ่อยๆ ในชนิดกีฬาที่เหมาะสม และควรมีผู้ฝึกสอนที่มีความรู้ด้านกายภาพควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การออกกำลังกายเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แต่หลังผ่าตัดควรหยุดออกกำลังกาย และดูแลลูกปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด


คุณหมอบอกกล่าว


นพ.สมบัติ คุณากรสวัสดิ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลัง ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 3 แพทย์ผู้ผ่าตัด ดญ.วิววาริน สุลัญชุปกร “น้องเพลินมีอาการกระดูกสันหลังคด ชนิดไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพบได้ประมาณ 80 % และมีความคดของกระดูกสันหลังประมาณ 90 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ลักษณะภายนอกมีการตัวเอียง หัวไหล่ยก สะบักนูน 1 ข้าง ถ้าปล่อยทิ้งไว้กระดูกสันหลังจะคดไปเรื่อยๆ เนื่องจากน้องยังสามารถเจริญเติบโตได้อีก โดยมุมกระดูกสันหลังคดที่ทำการรักษา คือ ตั้งแต่ 40-45 องศาเซลเซียส กรณีของน้องมีข้อบ่งชี้เรื่องการผ่าตัด เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้คดมากขึ้น ซึ่งหมอพยายามผ่าตัดให้ร่างกายกลับมามีสมดุลมากที่สุด กระดูกสันหลัง เสมือนต้นบอนไซ ที่เราต้องการจะดัดให้ได้รูปทรง การผ่าตัดของเราก็เช่นกันต้องผ่าตัด ดัด และใช้น็อต ตะขอเพื่อยึด และดัดให้กลับคืนสมดุลให้มากที่สุด และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยในการผ่าตัด วัสดุที่ใช้มีความแข็งแรง การดูแลตนเองหลังผ่าตัดจึงทำได้ง่าย น้องสามารถขยับตัวทำกิจวัตรประจำวันได้ทุกอย่าง มีข้อยกเว้นเรื่องก้มเงย ยกของหนักในช่วง 3 เดือนแรก และหลังจากนั้นจะสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ”

สำหรับกระดูกสันหลังคด โดยทั่วไปจะพบได้ 2 ชนิด คือ กระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ พบได้ 80 % และชนิดที่ทราบสาเหตุพบประมาณ 20 % ซึ่งสิ่งที่ต้องระวังในกลุ่มนี้ คือ เป็นตั้งแต่กำเนิด, กลุ่มกล้ามเนื้อเส้นประสาทผิดปกติ หรือกลุ่มที่มีร่วมกับเนื้องอกในบริเวณไขสันหลัง ซึ่งการตรวจยืนยันว่าเป็นชนิดใดสามารถทำได้โดยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

กรณีของผู้ที่ตรวจวินิจฉัยและมีอาการคดไม่มาก สามารถรักษาได้โดยการใส่เสื้อเกราะ (Brace) ป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังคดมากขึ้น และข้อบ่งชี้ที่สำคัญของเสื้อเกราะ คือ หากใส่เสื้อเกราะและยังคดมากขึ้นเรื่อยๆ จะแสดงให้ทราบว่าการดำเนินของโรคจะไม่หยุด จึงต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

“การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดนั้น ทุกครั้งหมอจะต้องให้ข้อมูลกับคนไข้อย่างครบถ้วน รวมถึงผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ถึงแม้กรณีการผ่าตัดกระดูกสันหลังคด จะพบภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ขาอ่อนแรงน้อยกว่า 1 % เราก็ต้องแจ้งให้คนไข้ทราบ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด การผ่าตัดกระดูกสันหลังคดในปัจจุบันค่อนข้างปลอดภัย เพราะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยเครื่องมือที่สำคัญที่ใช้ในการผ่าตัด คือ เครื่องมือจับสัญญาณเส้นประสาท ซึ่งช่วยในกรณีที่แพทย์ผ่าตัดยืดเส้นประสาทและเครื่องจะส่งสัญญาณเตือนหากมีการยืดมากเกินไป”

อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ยึดหรือดัดในการผ่าตัดมีความแข็งแร็ง เป็นวัสดุไททาเนียมคงอยู่กับร่างกายไปตลอด จึงไม่ต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อนำอุปกรณ์ยึดออกในภายหลัง จึงช่วยลดความกังวลให้กับคนไข้ได้ในเรื่องนี้

กระดูกสันหลังคดหากเป็นแล้วไม่พบแพทย์ อาจส่งผลเป็นปัญหาระยะยาว ซึ่งมีความแตกต่างกันตามส่วนที่กระดูกสันหลังคด อาทิ กรณีกระดูกสันหลังคดในช่วงทรวงอก ถ้าคดมากกว่า 60 องศาเซลเซียส จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของระบบช่องปอด เช่น ในเวลาที่เด็กเล่นกีฬาจะเหนื่อยง่ายกว่าเด็กทั่วไป หากทิ้งไว้จะคดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะส่งผลกับระบบหายใจ หากคดบริเวณเอว จะส่งผลเรื่องปวดหลัง เมื่ออายุมากขึ้นหลังจะเบี้ยวคด ตัวเอียงชัดเจนขึ้น



เรื่องของกระดูกสันหลังคดในเด็ก จากประสบการณ์ส่วนตัวของหมอพบว่า “โดยส่วนใหญ่พ่อแม่กังวลที่จะให้ลูกผ่าตัด และเมื่อปล่อยเวลาไว้นาน หลังก็คดมากขึ้น ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขจะทำได้ยากขึ้น ดังนั้นถ้าวินิจฉัยได้เร็ว ตัดสินใจรักษาเร็ว การรักษาจะได้ผลที่ดีกว่า”


ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 3 โทร 02-467-1111 ต่อ 3100 และ 3112