หลอดเลือดสมอง...คุณต้องรอด!

หลอดเลือดสมอง...คุณต้องรอด

อุทาหรณ์ชีวิตจาก “คุณประหยัด  ผิวคำ”
กับประสบการณ์เอาชนะโรคหลอดเลือดสมอง

พูดไม่ได้ฉับพลันในนาทีเร่งด่วน

ช่วงสายของวันธรรมดาวันหนึ่งเวลาประมาณสิบโมงเช้า ขณะที่คุณประหยัด ผิวคำ กำลังโทรศัพท์สั่งของตามปกติ
จู่ๆ อาการพูดไม่ได้ก็มาเยือนฉับพลันโดยไม่ทันตั้งตัว “อาการป่วยในวันนั้นน่าจะตั้งต้นมาจากความเหนื่อย    
เราเหนื่อยมากจากการทำงาน แล้วในขณะที่กำลังโทรศัพท์สั่งของก็มีอาการพูดไม่ได้ พูดไม่ออกเกิดขึ้น   แต่สมอง
เรายังจำได้หมด ร่างกายทุกส่วนปกติดี  ไม่มีอาการชา มีแค่อาการพูดไม่ได้อย่างเดียวอยู่ประมาณสิบนาทีไม่หาย  
จึงให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์พามาส่งที่โรงพยาบาล” ชายวัย 60 ปีเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น 
     
“ผมทำงานอาสาสมัครกับหน่วยกู้ภัยมาสิบกว่าปี ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ป่วยมาเยอะ   และเคยพาเขาไปส่ง
ตามโรงพยาบาลต่างๆหลายคน เลยพอรู้ว่าอาการประมาณนี้น่าจะเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ต้องถึง
โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด 

 

อาการบ่งชี้ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนมือแขนไม่มีแรง บางคนนอนหลับอยู่อาการก็กำเริบขึ้นมากลางดึกเฉยเลย รู้สึกตัวตื่นอีกทีขยับไม่ได้ไปครึ่งตัว อย่างของเราตอนก่อนจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ก็ได้ยินเสียงคนพูดว่าหน้าจะเบี้ยวแล้วนะ ทำให้รู้ชัดเจนเลยว่าเป็นอาการของโรคนี้แล้วล่ะ”

ถึงมือแพทย์ในเวลาอันรวดเร็ว

เนื่องจากที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลพญาไท 2 มากนัก ใช้ระยะเวลาเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์เพียงสิบนาที คุณประหยัดจึงสามารถมาถึงโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที “มาถึงก็เข้าห้องฉุกเฉินเลย ถูกพาไปเอ็กซเรย์ ฉีดยา แล้วก็ทำ MRI ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็เริ่มกลับมาพูดได้แล้ว แต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการอีกสี่วัน ข้อดีของการมารักษาที่โรงพยาบาลพญาไท 2 คือเราได้รับบริการที่รวดเร็วมาก อาการแบบนี้ยิ่งรักษาเร็วยิ่งดีไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน” จากการวินิจฉัยของแพทย์พบว่าคนไข้มีอาการหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งเกิดจากภาวะสมองขาดเลือดและหากรักษาไม่ทันท่วงทีผู้ป่วยอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการบ่งชี้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่พบบ่อยและสังเกตได้ง่าย ได้แก่ มุมปากตก น้ำลายไหล กินอาหารแล้วรั่วออกทางมุมปาก หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด เสียงเปลี่ยน เสียงอ้อแอ้ นึกคำพูดไม่ออก มีอาการชา แขนขาอ่อนแรง เมื่อเริ่มเกิดอาการเหล่านี้ถึงแม้จะยังไม่รุนแรงก็ควรรีบพาผู้ป่วยมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะเซลล์สมองจะตายมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วินาที

ตรวจสุขภาพเป็นประจำแต่ก็ยังป่วย

โดยปกติแล้วหากตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันจะลดลงไปมาก เพราะมีแพทย์คอยติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยและสภาพร่างกายให้แก่ผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งในกรณีนี้คุณประหยัดก็ตรวจสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้วเช่นกัน “ก่อนหน้านี้ผมเคยไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอื่นปีละครั้ง ตรวจเบาหวาน ไขมัน ความดัน แต่ที่นั่นเขาไม่ได้ตรวจไทรอยด์ให้ มันคือสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจบีบตัวจนหลอดเลือดอุดตันในสมอง เพิ่งมาทราบว่าเป็นไทรอยด์ก็ตอนมาตรวจที่โรงพยาบาลพญาไท ชีวิตประจำวันปกติผมจะตื่นเที่ยงคืนนอนหกโมงเย็น ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ไม่กินน้ำอัดลม ไม่สูบบุหรี่แต่ดื่มเหล้า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีโรคประจำตัว แต่มีช่วงหนึ่งเริ่มสงสัยว่าทำไมเราเหนื่อยง่ายมากเลย บางทีเหนื่อยจนสั่น กินเยอะแต่ไม่อ้วน พวกนี้คืออาการของไทรอยด์เป็นพิษที่เราไม่เคยรู้มาก่อน”

การดูแลตัวเองหลังออกจากโรงพยาบาล

หลังจากเฝ้าติดตามอาการจนหายดีแล้ว คุณประหยัดก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังได้รับการรักษาไทรอยด์อย่างถูกวิธี ทำให้สุขภาพร่างกายฟื้นฟูไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่ค่อยเหนื่อยง่ายเหมือนแต่ก่อน แต่ยังมีลิ่มเลือดอยู่บ้าง คุณหมอก็ให้กินยาควบคู่ไปกับการดูแลเรื่องอาหารการกิน หลีกเลี่ยงไขมัน ของทอด อาหารที่มีรสเค็มจัดชายอาวุโสเล่าถึงความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และฝากเคล็ดลับในการดูแลตัวเองสำหรับผู้สูงอายุคนอื่นๆ ไว้ด้วยว่า หากควบคุมความดัน ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดละเลิกการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองก็จะลดลง