ผ่าตัดหัวใจเด็ก

สวัสดีครับ ผมชื่อ นาย.สรน สุทิต มาจากจังหวัดพระตะบองประเทศกัมพูชา เมื่อไม่นานมานี้ภรรยาของผมเองได้คลอดลูกชายคนหนึ่ง หลังจากคลอดได้ประมาณ 2-3วันก็เริ่มมีอาการผิดปกติโดยทารกมีสภาพอ่อนเพลีย หายใจขัดๆ มีรอยจ้ำเป็นวงกลมสีม่วงทั้งตัว เมื่อเห็นอาการของลูกแบบนี้แล้ว ผมก็รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันทีพอไปถึงโรงพยาบาลคุณหมอก็ได้ทำการตรวจวินิฉัยผลออกมาปรากฏว่าลูกผมเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกายและไปปอดสลับกัน (Transposition of great arteries TGA)
เมื่อทราบผลของลูกแล้วคุณหมอก็ได้แนะนำให้มีการผ่าตัดทันที โดยคุณหมอบอกว่าโรคนี้ไม่สามารถอยู่ได้นาน ถ้าไม่ทำการผ่าตัดโดยเร็วและโอกาสรอดชีวิตมีน้อยมาก โรงพยาบาลที่ลูกผมคลอดนั้นไม่สามารถทำการรักษาโรคนี้ได้ อีกทั้งโรงพยาบาลในประเทศกัมพูชาก็ไม่สามารถช่วยทำการผ่าตัดรักษาโรคของลูกผมได้เลย คุณหมอได้แนะนำให้ผมพาลูกไปทำการรักษาที่ต่างประเทศ เพราะมีหมอที่มีความเชียวชาญเฉพาะโรคนี้โดยตรง อีกทั้งโรคนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์สูง เพราะการผ่าตัดมีความเสี่ยงอย่างมากและโรคนี้พบไม่บ่อยในเด็กแรกเกิด ซึ่งคุณหมอแนะนำให้ไปรักษาหลายประเทศ อทิเช่น สิงค์โปร์ สวิสเซอร์แลนด์ อเมริกา เป็นต้น ส่วนประเทศไทยหมอไม่ทราบชัดเจนนัก แต่ก็สามารถทำการผ่าตัดรักษาได้เหมือนกัน สุดท้ายผมก็ได้ตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย เพราะผมเคยมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือโรงพยาบาลพญาไท 2 แล้วได้รู้จักพนักงานที่ทำงานในโรงพยาบาลเป็นคนกัมพูชา ก็เลยได้สอบถามว่า ตอนนี้ลูกของผมมีปัญหาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกายและไปปอดสลับกันที่ต้องทำการผ่าตัดด่วน ซึ่งที่โรงพยาบาลพญาไท 2 มีหมอเชี่ยวชาญด้านโรคนี้ไหม เขาบอกว่ามีผมก็ตัดสินใจพาลูกมารักษาที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ทันที พอมาถึงคุณหมอก็ได้ทำการตรวจวินิจฉัยอาการ ผลออกมาปรากฏเหมือนกับหมอที่กัมพูชาบอกเหมือนกัน ซึ่งหมอได้เรียกผมไปฟังการแนะนำการรักษาและแจ้งว่าลูกของผมต้องทำการผ่าตัดทันที่จึงจะช่วยชีวิตลูกผมได้ ถ้าไม่ทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนลูกของผมจะไม่รอดชีวิตแน่นอน เพื่อลูกครับผมก็ตัดสินใจผ่าตัด เพราะได้รับการแนะนำจากคุณหมอว่าการผ่าตัดในครั้งนี้เมื่ออยู่ในมือแพทย์แล้วก็สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และหลังผ่าตัดจะทำให้ลูกของผมปลอดภัย พอได้ฟังผมก็สบายใจแต่ต้องรออย่างน้อย 48 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดเวลา ลูกผมปลอดภัย ฟื้นตัวมาเป็นปกติ เรื่องสำคัญก็คือตั้งแต่ผมพาลูกมาถึงที่นี่ ผมไม่ได้นอนเฝ้าลูกเลยคือนอนพักอยู่ภายนอกโรงพยาบาลตลอด เพราะเพื่อความปลอดภัยของลูกในเรื่องการติดเชื้อ แต่โชคดีมากที่สุดเพราะที่นี่มีคุณหมอและพยาบาลให้การดูแลรักษาลูกของผมอย่าใกล้ชิด ทำให้ผมไว้วางใจ เหมือนพ่อแม่ดูแลลูกเช่นกัน ซึ่งทำให้ผมพอใจอย่างยิ่งในการให้บริการเป็นอย่างดี คราวหน้าถ้าใครมีปัญหาแบบนี้เหมือนลูกผมเอง ผมจะแนะนำคนอื่นๆให้มาใช้บริการที่นี้เหมือนกันนะครับ สุดท้ายครับผมขอขอบคุณโรงพยาบาล พญาไท2 ที่ช่วยเหลือชีวิดลูกของผมอย่างดีที่สุด