ผมเป็นเส้นเลือดสมองตีบ มีโอกาสรอดแค่ 30%


บทสัมภาษณ์...
คุณ สุรชัย กิจไพศาลศักดิ์
อายุ 61 ปี
ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง
โรงพยาบาลพญาไท 1
เมื่อรู้ว่าคุณพ่อเป็นโรคหลอดเลือดในสมองฉับพลัน ถ้าเป็นเราคงจะช็อคทำอะไรไม่ถูก แต่สำหรับครอบครัว “กิจไพศาลศักดิ์” แล้วพวกเขาตั้งสติ แล้วตัดสินใจรีบพาคุณพ่อส่งโรงพยาบาลพญาไท 1 ด้วยความหวังให้คนที่รักกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง



อาการแรก “คิดว่าแค่ง่วงนอน”

คุณ สุรชัย กิจไพศาลศักดิ์ อายุ 61 ปี ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองในรายนี้ เล่าอาการเริ่มต้นให้เราฟังว่า “ตอนแรกแค่รู้สึกเหมือนง่วงนอน ปากเริ่มเบี้ยวนิดนึง แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร แต่ตอนนั้น ลูกชายมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า ตาข้างนึงป๊าก็เริ่มปิดลงมา ปากเริ่มมีอาการเบี้ยวเล็กน้อย เรียกแล้วเริ่มไม่ตอบ ทุกคนก็เลยมองหน้ากันแล้วคิดว่า พาป๊าไปโรงพยาบาลดีกว่า”

30% กับความเป็นความตายตรงหน้า

“คุณหมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองตีบ เพราะฉะนั้นต้องฉีดยาละลายลิ่มเลือด” ฟังดูเหมือนจะเจอทางออก แต่จุดที่ทำให้ทุกคนเป็นกังวลคือ ถึงแม้จะฉีดยาละลายลิ่มเลือดแล้ว แต่ก็มีโอกาสการกลับมาเป็นปกติแค่ 30% นั่นทำให้ทุกคนในครอบครัวหนักใจ และสุดท้ายจึงตัดสินใจว่า “หมอครับ สิ่งที่ดีที่สุดคืออะไร หมอทำไปเลยครับ”

นาทีที่รู้สึกโล่งที่สุดในชีวิต

พอคุณหมอตัดสินใจฉีดยาละลายลิ่มเลือดให้กับผู้ป่วย หลังจากนั้นอาการทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ลูกชายคุณสุรชัยเล่าถึงนาทีที่โล่งใจที่สุดว่า “ตอนนั้นพอเห็นป๊าสามารถกลับมาพูดได้ ขยับตัวได้ มีสติเหมือนเดิม มันเป็นความรู้สึกที่โล่งใจที่สุด เหมือนพวกเราได้ยกภูเขาออกจากอก” แต่เท่านั้นยังไม่พอทั้งคุณหมอ และพยาบาลต่างก็ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

ความประทับใจกับ “ของขวัญชิ้นใหญ่” ที่ได้กลับมา

“ถ้าโรงพยาบาลไม่มีความพร้อม ไม่มีความรวดเร็ว ป๊าคงไม่ได้กลับมาเป็นปกติไวขนาดนี้ ความประทับใจแรกคือ การให้บริการที่ฉับไว ไม่ว่าจะเป็นด้านหมอหรืออุปกรณ์ต่างๆ ของโรงพยาบาลก็ดีมาก ทั้งหมอและพยาบาลก็แวะเวียนมาเยี่ยมตลอด” และความสุขของครอบครัว “กิจไพศาลศักดิ์” ก็กลับมาอีกครั้ง