สัญญาณอันตรายมะเร็งลำไส้



อย่ามองข้ามอาการเพียงเล็กน้อย เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของ “มะเร็งลำไส้ใหญ่”

ผู้ป่วยคนหนึ่งมาพบแพทย์ด้วยอาการคล้ายลำไส้อักเสบ ไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วยหนัก มีอาการท้องเสียหนักตลอด 1 สัปดาห์ เมื่อตรวจโดยใช้วิธีการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) พบก้อนเนื้อที่ลำไส้ใหญ่ ผลจากการตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ โชคดีผ่าตัดได้ทัน ปัจจุบันพบว่าหายจากการเป็นมะเร็ง สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คุณสิริลักษณ์  รุ่งอินทร์ อายุ 49 ปี เล่าว่า ตนเองเป็นคนต่างจังหวัดที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เคยเจ็บป่วยร้ายแรง แต่เมื่อไม่นานมานี้มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงตลอด 1 สัปดาห์ มีมูกปนเลือดออกมากับอุจจาระ แต่ไม่เอะใจคิดว่าน่าจะมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ไปพบแพทย์ที่ต่างจังหวัดก็ได้รับยาฆ่าเชื้อ แต่อาการไม่ทุเลา จึงตัดสินใจมาพบแพทย์ที่ รพ.พญาไท 2 ให้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียดด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ปรากฏว่า พบก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่ แพทย์ให้เตรียมพร้อมเข้ารับการผ่าตัดในทันที หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ปลอดภัยดี และได้ไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่า ไม่เป็นมะเร็งแล้ว รู้สึกว่าตัดสินใจถูกต้องที่เข้ารับการผ่าตัด อยากให้กรณีของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆ อย่ามองข้ามอาการเพียงเล็กน้อย เพราะอาจทำให้ลุกลามจนเป็นมะเร็งขั้นร้ายแรงได้ค่ะมม

 

นายแพทย์จีรวัส ศิลาสุวรรณ อายุรแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท อินเตอร์เนชันแนล แพทย์ผู้ให้การรักษา เล่าว่า ตอนที่คุณสิริลักษณ์มาตรวจครั้งแรก ได้รับการรักษาอาการเบื้องต้นมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่ทุเลา จึงได้ตรวจอย่างละเอียดมากขึ้นด้วยการเอ็กซเรย์ และส่องกล้อง และพบว่า มีก้อนเนื้อที่ลำไส้ ซึ่งมีอาการบ่งชี้ถึงการเป็นมะเร็งลำไส้ จึงได้ประสานกับคุณหมอธีรสันติ์ ตันติเตมิท ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ด้านมะเร็งลำไส้ มาร่วมรักษาด้วย ซึ่งลงความเห็นว่า วิธีรักษาที่เร็ว และน่าจะเห็นผลที่สุด คือ การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด เมื่อวางแผนการรักษาแล้ว ซึ่งคนไข้ก็พร้อมให้ความร่วมมือดี ทำให้การผ่าตัดครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี ปัจจุบันคนไข้ท่านนี้มีร่างกายแข็งแรง และหายเป็นปกติแล้ว ซึ่งกรณีนี้ก็อยากฝากถึงคนทั่วๆ ไปด้วยว่า การที่เรามีร่างกายแข็งแรง ไม่มีพันธุกรรมที่เป็นโรคมะเร็ง ไม่ได้มีอายุมาก ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะปลอดภัยจากโรคนี้ เพราะปัจจุบันนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบกับร่างกายได้มาก เช่น ความเครียด หรือวิถีชีวิต การกินอยู่หลับนอน เป็นต้น วิธีที่จะช่วยป้องกันได้ดีที่สุด ก็คือ การตรวจสุขภาพประจำปี และการสังเกตอาการ และร่างกายของเราเองอยู่อย่างต่อเนื่อง หากพบอาการผิดปกติ ก็ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว อย่านิ่งนอนใจปล่อยให้สายเกินไป ยิ่งพบเร็ว ก็ยิ่งรักษาได้เร็ว และโอกาสหายจากโรคมีมากขึ้นครับ