เชื่อมั่นในความพร้อม NICU รพ.พญาไท 3 จึงวางใจให้ดูแลลูกน้อย 2 คน


เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ หัวใจคุณพ่อคุณแม่ต่างพองโต แต่เมื่อทารกในครรภ์ที่เฝ้ารอต้องคลอดก่อนกำหนด หัวใจคุณพ่อคุณแม่ย่อมห่วง กังวล ความกลัวย่อมเกาะกุมจิตใจ และสำหรับครอบครัวศิลปวรณ์วิวัฒน์ ความทุกข์ย่อมเพิ่มเท่าทวี เพราะทารกน้อยที่คลอดก่อนกำหนดมิใช่เพียงแค่ 1 แต่มีทารกแฝด 2 คนที่ต้องลืมตาดูโลกด้วยวัยเพียง 31 สัปดาห์ ความเชี่ยวชาญของทีมกุมารแพทย์ ความพร้อมของแผนกผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ย่อมเป็นความหวังเพื่อดูแลลูกน้อยให้สมบูรณ์และแข็งแรง เพื่อพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป  

คุณสุจิตรา จ่างใจมนต์ (คุณแม่) อายุ 36 ปี พนักงานบริษัทเอกชน เล่าว่า เมื่อวันที่ทราบว่าต้องคลอดก่อนกำหนดตกใจมาก กังวล ร้องไห้อย่างหนักห่วงลูกมาก เพราะวันที่คุณหมอผ่าคลอดลูกเพิ่งอายุได้ 31 สัปดาห์ เครียด กลัวในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะระบบการทำงานอวัยวะต่างๆ ของลูกทั้ง 2 คนที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ความเครียด ความทุกข์ถาโถมคุณแม่อย่างหนัก แต่ด้วยกำลังใจจากคุณพ่อคุณวุฒิพันธ์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ (คุณพ่อ) และความเป็นจริงที่เราทั้งคู่ต้องก้าวผ่านไปด้วยกันเพื่อลูกน้อยทั้งสอง ประกอบความเชื่อมั่นที่โรงพยาบาลพญาไท 3 มอบให้เรา จึงทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้เป็นอย่างดี 

“สิ่งแรกที่ทำให้เรามีความมั่นใจที่จะผ่าตัดคลอดก่อนกำหนด คือสูตินรีแพทย์ที่ดูแลให้ข้อมูลอย่างเข้าใจ พร้อมทั้งคุณพ่อคุณแม่เชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของคุณหมอ และสิ่งสำคัญประการที่สอง คือ ความมั่นใจที่ทีมกุมารแพทย์และทีมพยาบาลมอบให้แก่เรา เพราะก่อนผ่าตัดกุมารแพทย์และพยาบาลได้เข้ามาพูดคุยถึงการดูแลเมื่อลูกเกิด พร้อมทั้งอธิบายถึงความพร้อมของแผนกผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ของโรงพยาบาลพญาไท 3 สถานที่ซึ่งจะคอยดูแลโอบอุ้มลูกแฝดให้ก้าวผ่านแต่ละวันไปได้อย่างสมบูรณ์ และนั่นคือครั้งแรกที่เราได้ทำความรู้จักกับ NICU”

เมื่อ NICU คือสิ่งที่มากกว่า

คุณสุจิตรา กล่าวเสริมว่า แผนกผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) โรงพยาบาลพญาไท 3 สำหรับคุณแม่ต้องบอกตามความจริงว่า ในตอนแรกไม่ทราบว่ามีความสำคัญอย่างไร คิดว่าคงจะเป็นห้องที่มีตู้อบสำหรับดูแลทารกหลังคลอดเท่านั้น แต่เมื่อลูกแฝดต้องอยู่ในความดูแลของกุมารแพทย์ภายในห้อง NICU จึงเริ่มศึกษาข้อมูลและทำให้ทราบว่าแผนกผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ของโรงพยาบาลพญาไท 3 นั้น มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีจำนวนเครื่องมือที่เพียงพอต่อการให้บริการ และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ ในด้านประการณ์การดูแลทารก และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด

“สำหรับความรู้สึกแรกที่คุณแม่และคุณพ่อเข้าไปหาลูกแฝดในห้อง NICU คุณแม่น้ำตาคลอเลยค่ะ เพราะน้องมีสายโยงไปมามากมาย สงสารลูกมาก อยากให้ลูกกลับบ้านแต่นั่นก็เป็นได้แค่เพียงความคิดเท่านั้นเพราะลูกทั้งสองคนตัวเล็กมากมีน้ำหนักเพียง 1,400 กรัม เท่านั้น ยังต้องได้รับการดูแลจนกว่าร่างกายจะพร้อม คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจที่จะฝากลูกให้ NICU โรงพยาบาลพญาไท 3 ดูแล ถึงแม้บางครั้งมีคนถามถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลลูกทั้งสองคน เพราะโรงพยาบาลพญาไท 3 คือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำและลูกต้องได้รับการดูแลค่อนข้างนาน จึงมักมีคำแนะนำและคำถามว่าทำไมไม่เลือกที่อื่นที่ราคาถูกลง แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มองว่า สิ่งที่เราจ่ายไปนั้นถ้าเทียบกับการดูแล ความพร้อมด้านต่างๆ ที่ลูกได้รับจากโรงพยาบาลพญาไท 3 นั้นนับว่าคุ้มค่า”  

มิติที่รอบด้าน 

จากวันที่คลอดจนถึงวันนี้เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ที่ลูกอยู่ในการดูแลของ พญ.ชญานี จงวัฒนากฤต กุมารแพทย์ด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ใน NICU คุณพ่อคุณแม่กลับไปทำงานตามปกติ 1-2 วัน จึงมาเยี่ยมลูก แต่สิ่งที่แม่สามารถทำให้ลูกได้ในทุกๆ วันก็คือทำทุกวิถีทางที่จะให้ตัวเองมีน้ำนมมากที่สุดสำหรับปั๊มให้ลูก เพื่อช่วยให้ลูกแฝดฟื้นตัวและแข็งแรงได้เร็วขึ้น ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้มาที่รพ.ทุกวัน คุณหมอจะคอยให้ข้อมูลอัพเดทพัฒนาการของลูกแต่ละคนอย่างละเอียด ทำให้ทราบตลอดเวลาว่าลูกเป็นเช่นไร คนใดต้องดูแลในจุดใดเป็นพิเศษ และสิ่งที่คุณหมอเข้าใจหัวอกของคุณพ่อคุณแม่คือเราอยากรู้ว่าเมื่อใดลูกจะได้กลับบ้าน ถึงแม้จะไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจนได้ แค่เพียงคุณหมอแจ้งว่าเมื่อลูกดูดนมได้ด้วยตนเอง ร่างกายพร้อมก็จะสามารถกลับบ้านได้ เพียงเท่านี้หัวใจของคุณพ่อคุณแม่และพี่ชายวัย 5 ปี 6 เดือน ก็รอคอยอย่างมีความหวังแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เฝ้ารอลูกแฝดเจริญเติบโต ทาง NICU ก็ไม่ได้ให้การดูแลเพียงเฉพาะลูกทั้งสองคนเท่านั้น แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมให้คุณพ่อคุณแม่โดยการสอนวิธีการดูแลลูกแฝด เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถเลี้ยงดูลูกได้อย่างถูกต้องเมื่อต้องดูแลลูกน้อยด้วยตนเองที่บ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความใส่ใจที่โรงพยาบาลพญาไท 3 มอบให้กับคุณพ่อคุณแม่และลูกทั้งสอง คุณสุจิตรา กล่าวทิ้งท้าย