เมื่อลูกป่วยหนัก! I.C.U. เด็กพญาไท 3 คือบ้านที่แม่วางใจฝากลูกน้อยให้ดูแล


หัวอกของพ่อแม่นั้น ไม่ว่าลูกจะอยู่ในช่วงวัยใดย่อมไม่อยากให้เจ็บป่วย โดยเฉพาะเรื่องไม่คาดฝันอย่างการเจ็บป่วยในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เช่น “น้องโฮเก้น” ที่สุขภาพแข็งแรง แต่กลับป่วยหนักจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ระหว่างเที่ยวทะเลในต่างจังหวัดกับครอบครัว... นี่เป็นช่วงวิกฤตที่พ่อแม่ต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อย

ลูกใส่เครื่องช่วยหายใจ แม่ใจจะขาด

คุณณิชาภา ประสงค์ผล คุณแม่ของ ด.ช.มนต์คเณศวร์ ศรีวิลาศลักษณ์ หรือน้องโฮเก้น เล่าว่า วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2560  ครอบครัวพาน้องโฮเก้นไปเที่ยวทะเล ซึ่งปกติน้องเป็นเด็กที่แข็งแรงมาก ไม่มีอาการป่วยใดๆ กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 5 ธันวาคม น้องลุกมาหาแล้วร้องไห้ บอกว่าหายใจไม่ออก หอบเหนื่อย แล้วทำท่าบีบที่คอ เหมือนมีอาการหอบหืด ก่อนลงไปดิ้นอยู่กับพื้น ทำให้แม่ตกใจมาก
คุณณิชาภาและสามี จึงตัดสินใจพาน้องโฮเก้นไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่พักที่สุด ซึ่งทางรพ.ได้ให้การช่วยเหลือเต็มที่ แต่แพทย์ที่ดูแลไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางเด็ก ประกอบกับเครื่องมือไม่พร้อมและการรักษาเป็นไปแบบประคับประคองเพื่อรอให้หมอเด็กเข้ามารักษา

“ทุกวินาทีมีค่า” จึงตัดสินใจย้ายลูกมาที่ไอซียูเด็ก รพ.พญาไท 3

คุณณิชาภา เล่าถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นว่า เรารู้สึกว่าทุกนาทีมีค่า วินาทีนั้นต้องการพาน้องกลับบ้านมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ จึงโทรศัพท์ติดต่อ นพ.ธงชัย ศิริติกุล กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 3 หรือคุณลุงหมอของลูกๆ ทั้ง 3 คน

คุณหมอธงชัย ช่วยคุยกับหมอที่รพ.แห่งนั้นเรื่องแนวทางการรักษา พร้อมให้คำแนะนำกับแม่ในกรณีที่แม่ต้องการย้ายเข้ากรุงเทพฯ คุณหมอยังบอกในสิ่งที่เราต้องการทราบคือที่รพ.พญาไท3 มีห้องไอซียูเด็ก หรือศูนย์อภิบาลผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (Pediatric Intensive Care Unit : PICU) ประกอบกับเพื่อนๆ สอบถามหลายๆ โรงพยาบาลไม่มีไอซียูเด็กเลย แม่จึงติดต่อเข้ามายังรพ.พญาไท 3 ก็ได้รับการประสานงานส่งต่อการเข้ามารักษาพยาบาลเป็นอย่างดี

เมื่อถึงบ้านหลังที่ 2 แม่อุ่นใจ

เมื่อรถพยาบาลส่งตัวน้องโฮเก้นมาถึงรพ.พญาไท 3 นพ.แมนชัย รัชตชัยยศ กุมารแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น รพ.พญาไท3 ซึ่งเป็นกุมารแพทย์ประจำห้อง PICU ก็ให้การรักษาทันที

ขณะเดียวกัน คุณณิชาภา บอกว่าสำหรับแม่แล้ว เมื่อลูกถึงมือคุณหมอและสถานที่ที่คุ้นชินก็อุ่นใจ แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือ ที่นี่มี PICU ให้การรักษาผู้ป่วยเด็กที่ป่วยหนักตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี  มีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางเด็ก ทีมพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมให้การรักษา ทำให้มั่นใจว่าลูกต้องหาย ช่วงนั้นโทรปรึกษากับคุณหมอธงชัยตลอด ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุดของคุณหมอ และที่ประทับใจที่สุดคือช่วงเย็นของวันนั้นคุณหมอขับรถกลับจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาดูอาการของน้องโฮเก้น

แม่คลายกังวล เพราะทีมแพทย์-พยาบาลอัพเดทอาการลูกน้อยตลอด

คุณณิชาภา เล่าอีกว่า ช่วงที่น้องโฮเก้นรักษาอยู่ในห้อง PICU แม่กลัวมาก เพราะลูก 3 คนไม่เคยป่วยหนัก ทุกครั้งที่ป่วยก็มารพ.พญาไท 3 ทันที แต่ครั้งนี้ลูกไม่มีสัญญาณว่าป่วยแต่กลับเป็นหนัก ที่สำคัญคือลูกเพิ่งอายุ 5 ขวบกว่า ต้องเข้าไปนอนไอซียูคนเดียว แต่รพ.ก็ทำให้คุณแม่คลายกังวล  โดยที่คุณหมอจะอัพเดทอาการของลูกตลอด ส่วนคุณพยาบาลจะบอกรายละเอียดของน้องตลอดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้ครอบครัวสบายใจอย่างมาก และจากผลการตรวจอย่างละเอียดคุณหมอแจ้งว่าลูกป่วยเพราะติดเชื้อไวรัสที่ค่อนข้างรุนแรงคือ โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ทำให้เกิดอาการกับระบบทางเดินหายใจ หอบ และมีอาการปอดติดเชื้อ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร คาดว่าอาจจะเกิดจากการรับเชื้อจากแผลที่ล้ม หรืออาจรับเชื้อจากสระว่ายน้ำ เป็นต้น


จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สิ่งสำคัญมากที่สุดคือความปลอดภัยของลูก และแน่นอนว่าความพร้อมของทีมแพทย์และความพร้อมของโรงพยาบาลคือสิ่งที่มีค่า ซึ่งต้องขอบคุณโรงพยาบาลพญาไท 3 ที่มีทุกสิ่งที่กล่าวมา และที่นี่ก็กลายเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ที่ครอบครัววางใจ เชื่อใจที่จะฝากชีวิตลูกที่เรารักให้ดูแล