วิกฤตชีวิตการตั้งครรภ์ “เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด”


“ภาวะแท้ง” และ “การเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด” เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์.... ครอบครัว “ภัทรทวีสุข” ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ได้

คุณสุรภาส ภัทรทวีสุข อายุ 30 ปี (สามี) และคุณณัฎฐา ภัทรทวีสุข อายุ 30 ปี  (ภรรยา) เข้าฝากครรภ์ลูกคนแรกที่โรงพยาบาลพญาไท 3 หลังจากแต่งงานมา 5 ปี

คุณสุรภาส เล่าว่า ผมกับภรรยาเลือก รพ.พญาไท 3 เพราะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลทารกในครรภ์ โดยเราฝากครรภ์กับ นพ.อดิศร อักษรภูษิตพงศ์ สูตินรีแพทย์ เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ

เส้นทางการเริ่มต้น

เข้าฝากครรภ์กับคุณหมอตอน 6 สัปดาห์ พอสัปดาห์ที่ 7 ภรรยามีเลือดออกทางช่องคลอด คุณหมอรักษาและตรวจประเมินความเสี่ยงไม่พบความผิดปกติ แต่มีการฉีดยากันแท้งให้เพื่อป้องกันความเสี่ยง ได้ทำการตรวจนิฟตี้ (NIFTY TEST) ผลก็ปกติ โดยปกติภรรยาผมเป็นคนผอมรูปร่างเล็ก (น้ำหนักประมาณ 35 กก.) และยิ่งแพ้ท้องตอน 3 เดือน แพ้โปรตีนเกือบทุกอย่างรับประทานไม่ค่อยได้ น้ำหนักยิ่งลดลงอีก เรากังวลกันมาก แต่คุณหมออธิบายอย่างละเอียดจนเข้าใจทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น

อย่าคิดว่า (แค่) เพราะปัญหาใหญ่กำลังมาเยือน

พอ 14 สัปดาห์ มีเลือดออกทางช่องคลอด ครั้งนี้คุณหมอฉีดยากันแท้ง 3 เข็ม แต่ปัญหาใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อตอนสัปดาห์ที่ 21 ภรรยามีอาการท้องเสียเพราะกินนม เริ่มมีอาการตอนบ่ายพอช่วงเย็นไม่ดีขึ้นจึงไป รพ.ใกล้บ้าน เพราะคิดว่าแค่ท้องเสียทั่วไป แต่ไม่ใช่แล้ว! เมื่อพบว่ามีความผิดปกติ จึงพาภรรยามาตรวจที่รพ.พญาไท 3 แล้วพบว่า “ท้องแข็งและมีอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด” ทั้งตรวจพบปากมดลูกบางเหมือนคนใกล้คลอด ฟังแล้วเรารู้สึกช็อคมาก เพราะถ้าลูกออกมาตอนนี้ก็คือ “แท้ง”

คุณหมอรักษาด้วยการใส่ห่วงซิลิโคนเพื่อเสริมความแข็งแรงของปากมดลูก และให้ยาทางน้ำเกลือ เพื่อระงับการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และแนะนำให้นอนดูอาการที่ รพ. จนกว่าจะคลอด สุดท้ายจึงจำเป็นต้องย้ายไปยัง รพ. ที่มีสิทธิ์ในการรักษา แต่ผลกลับทำให้แย่ลง เพราะห้องรอคลอดห้ามเยี่ยม ภรรยาต้องนอนเผชิญปัญหาต่างๆ เพียงคนเดียวตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษา เราทำได้เพียงแค่โทรศัพท์หาเท่านั้น อีกทั้งภรรยายังต้องนอนฟังเสียงร้องของคนไข้ที่เจ็บครรภ์มารอคลอด ยิ่งทำให้จิตใจหดหู่ขึ้นไปอีก ยิ่งเวลาผ่านไปจิตใจย่ำแย่จนมีอาการซึมเศร้า ในช่วงสัปดาห์ที่ 24 ภรรยาติดเชื้อในช่องคลอดจึงต้องนอน รพ. นานขึ้น และเป็นช่วงที่คุณหมอเริ่มฉีดยากระตุ้นปอดให้ลูกในครรภ์ซึ่งมีน้ำหนักเพียงแค่ 5 ขีด  

ภายหลังที่ออกจาก รพ. ที่รักษาตามสิทธิ์ในสัปดาห์ที่ 26 จึงรีบพามาตรวจอย่างละเอียดที่ รพ.พญาไท 3 ทำให้ทราบว่าน้ำหนักลูกต่ำกว่าเกณฑ์ และปากมดลูกเปิด 3 ซม. ซึ่งเท่ากับห่วงกันแท้ง หมายความว่าถ้าห่วงหลุดเด็กก็จะออกมา และต้องอยู่ในตู้อบ ดังนั้นคุณหมอจึงแนะนำให้นอนดูอาการที่ รพ. อีกครั้ง ณ วินาทีนั้นคิดแค่ว่าภรรยาและลูกต้องปลอดภัย จึงเลือกที่จะไม่กลับไปรักษา รพ. ตามสิทธิ์ แต่ให้นอนดูอาการที่ รพ.พญาไท 3 เพราะถ้าภรรยาสบายใจลูกก็จะโตไปด้วย ดีกว่าภรรยาทุกข์ใจแล้วมีผลต่อลูก

ฝ่าฟันเกือบถึงปลายทาง

สัปดาห์ที่ 30 ลูกกลับและอาการค่อนข้างคงที่ คุณหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องดูแลโภชนาการเพื่อให้เด็กน้ำหนักขึ้นเพราะลูกมีน้ำหนักเพียง 1.2 กก. และถ้าน้ำหนักยังไม่ขึ้นนั่นหมายความว่าจะต้องทำคลอดเพื่อให้มาเติบโตภายนอก  

พอสัปดาห์ที่ 36 ภรรยามีอาการปวดท้องคลอด ปากมดลูกเปิดเพิ่ม และคุณหมอพิจารณาแล้วว่าอวัยวะของเด็กสมบูรณ์ จึงนัดคลอดในวันรุ่งขึ้น คือ 19 เมษายน 2561 ลูกลืมตาดูโลกด้วยน้ำหนัก 2,260 กก. เป็นการคลอดก่อนกำหนด แค่เราได้เห็นหน้าลูกในห้องคลอดน้ำตาก็ซึมออกมา และยิ่งพยาบาลเข็นลูกมาให้ดูในห้องเด็กอ่อน ลูกร้องไห้ ลูกดิ้น และไม่ต้องอยู่ในตู้อบ ยิ่งทำให้พ่อคนนี้ดีใจจนเกินบรรยาย เพราะเราช่วยกันประคับประคองให้เขาอยู่ในครรภ์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 21 จนถึงสัปดาห์ที่ 36 ได้ และยังมีร่างกายที่พร้อมในทุกๆ ด้านอีกด้วย...ดีใจจริงๆ ครับ

เรื่องราวที่เราแบ่งปันนี้ หวังว่า...คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะนำประสบการณ์ที่เราเจอไปปรับใช้ในการวางแผนช่วงคุณแม่ตั้งครรภ์ หากเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้นก็ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีความพร้อม มีทีมแพทย์และพยาบาลเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้ลูกและภรรยาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

คำบอกเล่าของแพทย์ผู้รักษา

นพ.อดิศร อักษรภูษิตพงศ์ สูตินรีแพทย์ เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กล่าวว่า ในกรณีของคุณณัฎฐา ภัทรทวีสุข หมอประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ไม่พบความผิดปกติ เพียงแต่คุณแม่ร่างเล็กผอม คุณพ่อร่างสันทัด เด็กอาจจะตัวเล็กได้ จนกระทั่งอายุครรภ์ 5 เดือน คุณแม่ท้องเสียและอาการดีขึ้น แต่อาการท้องแข็ง ความรู้สึกหน่วงๆ กลับยังคงอยู่ อีกทั้งปากมดลูกเปิด ซึ่งนั่นเสมือนระเบิดเวลาที่จะสามารถคลอดได้ตลอดเวลา หมอจึงรักษาด้วยการให้ยาทางน้ำเกลือเพื่อให้มดลูกคลายตัว ใส่ห่วงกันแท้ง (จริงๆ สิ่งที่ดีที่สุด คือรอให้ปากมดลูกหายแข็งและเย็บปากมดลูก แต่ทำไม่ได้เพราะอายุครรภ์เริ่มเยอะ) และนอนดูอาการ ซึ่งคนไข้เลือกย้ายไปรักษาตามสิทธิ์

“หลังจากกลับออกมาจาก รพ. และกลับมาตรวจที่ รพ.พญาไท 3 หมอพบว่าปากมดลูกเปิดเพิ่มมีขนาดเท่ากับห่วงกันแท้ง จึงแนะนำให้นอนดูอาการที่ รพ. เพื่อยืดระยะเวลาการตั้งครรภ์ พร้อมประเมินสุขภาพทารกอย่างต่อเนื่อง ให้ยากระตุ้นปอดตามระยะเวลาที่เหมาะสม ร่วมกับหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ปากมดลูกเปิด เมื่อเข้าสู่ 36 สัปดาห์ คุณแม่ปากมดลูกเปิดมากขึ้นและมีลักษณะปวดท้องคลอด ประกอบกับทารกมีอวัยวะพร้อมที่จะคลอดแล้ว จึงตัดสินใจทำคลอด แต่ครอบครัวนี้ก็จะรู้สึกเช่นเดียวกับหลายๆ ครอบครัว นั่นคือ กลัวและกังวลมาก”

เข้าใจถึงความกังวล

นพ.อดิศร กล่าวเสริมว่า คู่สามีภรรยาทุกคู่จะกังวลเมื่อแพทย์แจ้งว่าต้องทำคลอดก่อนกำหนด เพราะรู้สึกว่าอยากให้เด็กอยู่ในครรภ์มารดาได้มากที่สุดน่าจะดีทั้งในเรื่องสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่จะตามมาหากต้องนอนในตู้อบ ซึ่งหมอจะบอกเสมอว่า “ใช่มันดีกว่า” แต่หมอจะต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยของทั้งทารกและมารดาควบคู่กัน หากเรายื้อให้อยู่ในครรภ์อาจเกิดปัญหากับมารดาได้ เพราะยาทุกตัวที่ให้ไปล้วนมีผลกระทบ ถ้าร้ายแรงอาจทำให้น้ำท่วมปอด หรือหัวใจวายส่งผลถึงชีวิตได้ ดังนั้นทุกการตัดสินใจ หมอจะพิจารณาอย่างเหมาะสมทั้งความปลอดภัยของมารดาและความพร้อมของทารกเสมอ

เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดป้องกันได้หรือไม่ ?

การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดสามารถรู้ได้ก่อนและวางแผนดูแลได้ โดยกรณีตั้งครรภ์และไม่มีความเสี่ยงสามารถตรวจความยาวปากมดลูก ถ้ามดลูกสั้นหรือเป็นผู้มีความเสี่ยง เช่น ปากมดลูกสั้น เคยผ่าตัดปากมดลูก รูปร่างผอม อายุมาก มีเนื้องอกมดลูก ครรภ์แฝด จะสามารถป้องกันด้วยการเย็บ ผูก หรือใส่ห่วงที่ปากมดลูก ซึ่งจะต้องพิจารณาวิธีการรักษาแบบเฉพาะรายบุคคล และสิ่งสำคัญอีกประการคืออยู่ภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะบางครั้งการใช้ยาต้องปรับในหลายระดับและหลายตัวยาเพื่อความเหมาะสมกับคนไข้ แพทย์เฉพาะทางจะสามารถดูแลลงลึกในรายละเอียดเหล่านี้ได้ดี ทั้งยังควรเลือกรับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ครบครัน นพ.อดิศร กล่าว 






นพ.อดิศร อักษรภูษิตพงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลทารกในครรภ์
โรงพยาบาลพญาไท 3