กระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท...สุดท้ายหายได้เพราะตัดสินใจ “ผ่าตัด”


ผู้เข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท
คุณเย็นจิตต์  มุกนนท์
“ผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง Microscope แผลเล็ก ไม่เจ็บ และฟื้นตัวเร็ว”

ทนเจ็บกับอาการปวดร้าว...ที่แม้ทานยาก็ไม่หาย(ขาด)

คุณเย็นจิตต์ มุกนนท์ มีอาการปวดร้าวตั้งแต่ต้นคอจนถึงปลายแขน กางแขนไม่ได้เลย แม้กระทั่งยกมือรับไหว้ก็ไม่สามารถทำได้ ช่วงแรกๆ ที่มีอาการ ผู้ป่วยจะซื้อยาคลายเอ็นกล้ามเนื้อมากินเพื่อบรรเทาอาการ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าอาการปวดเกิดจากการนอนตกหมอน นอกจากนี้มารดายังได้แนะนำให้คุณเย็นจิตต์ลองรักษาด้วยการฝังเข็มและประคบร้อนด้วยยาสมุนไพรควบคู่กันไปด้วย เมื่อระยะเวลาผ่านไปสิบวัน อาการปวดร้าวต้นคอก็ทุเลาลง แต่ยังไม่สามารถกางแขนซ้ายได้

....คุณเย็นจิตต์จึงตัดสินใจเข้ามาตรวจร่างกายและทำ MRI C-Spine ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 และพบว่าหมอนรองกระดูกข้อที่ 4 และ 5 ของตนแตกเยอะมาก จนไปกดทับเส้นประสาทแขน...

ตัดสินใจผ่าตัดผ่านกล้อง..ก่อนกลับมาใช้งานแขนได้อีกครั้ง

นายแพทย์ธีรศักดิ์ พื้นงาม ศัลยแพทย์ หัวหน้าศูนย์ระบบประสาทไขสันหลัง แนะนำแนวทางการรักษาแก่คุณเย็นจิตต์ว่า “ไม่มีประโยชน์ที่เราจะเก็บกระดูกแตกไว้ ควรรีบรักษาโดยการผ่าตัดผ่านกล้อง Microscope ซึ่งสามารถเก็บกระดูกที่แตกได้มากกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ใช้ระยะเวลาผ่าตัดประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และไม่มีอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดเลย “

ในขณะที่การดูแลตนเองหลังผ่าตัดนั้น ทีมนักกายภาพของโรงพยาบาลก็เป็นผู้แนะนำท่ากายภาพให้ผู้ป่วยทำวันละสามเวลา ใช้เวลา 6 สัปดาห์ ทำให้คุณเย็นจิตต์สามารถกลับมาใช้งานแขนซ้ายได้เป็นปกติอีกครั้ง  

หมอนรองกระดูกคอเสื่อม...ความเสื่อมที่มักเกิดกับมนุษย์ออฟฟิศ

หมอนรองกระดูกคอเสื่อม เป็นหนึ่งในอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบได้บ่อยในพนักงานออฟฟิศยุคปัจจุบัน ซึ่งมักนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หรือก้มหน้าใช้โทรศัพท์มือถือเยอะ รวมไปถึงผู้ที่ทำงานในลักษณะที่ต้องก้มๆ เงยๆ คอบ่อย ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้ได้

โดยอาการของโรคมักเกิดกับผู้ที่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ในเบื้องต้นหากอาการยังไม่หนักมาก ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดบริเวณต้นคอถึงสะบัก แพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยการชะลอไม่ให้กระดูกเสื่อมไวขึ้น มีการให้ยาลดการอักเสบ ควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัดและประคบร้อน อาการปวดก็สามารถทุเลาลงได้ แต่ถ้ามีภาวะกระดูกแตกและกดทับเส้นประสาทไขสันหลังแบบในกรณีของคุณเย็นจิตต์ ผู้ป่วยก็จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างทันท่วงที

หากอยากใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม นั่งทำงานในอิริยาบถที่ถูกต้อง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหาวิธีผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานอย่างเหมาะสม ด้วยความปราถนาดีจาก ศูนย์สมองและระบบประสาท (Neurological Center) โรงพยาบาลพญาไท 2



 

สอบถามเพิ่มเติม
ศูนย์สมองและระบบประสาท (Neurological Center)
โรงพยาบาลพญาไท 2ชั้น 4อาคารA
โทร. 0-2617-2444  ต่อ 7451 , 4484
วัน-เวลาทำการ: 08.00-20.00 น.