เมื่อโรคหัวใจ...ส่งผลให้เกิด “สมองขาดเลือด” ภาวะอันตรายที่ต้องรักษาให้ถูกวิธี


คุณมนัส สระทองพูล
ผู้เข้ารับการรักษา Endovascular treatment Mechanical thrombectomy
(การลากลิ่มเลือดออกจากเส้นเลือดสมอง)


จากอาการเท้าบวมเรื้อรังเป็นๆ หายๆ ที่ทำให้ คุณมนัส สระทองพูล ตัดสินใจเข้ารับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลท้องถิ่นจนพบว่ามีอาการของโรคหัวใจ แพทย์จึงแนะนำให้แอดมิทเพื่อเข้ารับการฉีดสี แต่แล้วอาการของคุณมนัสก็กลับทรุดหนักลงอย่างกะทันหัน ก่อนที่ลูกสาวจะตัดสินใจย้ายคุณพ่อมารักษากับ รพ.พญาไท 2 จนสามารถผ่านเหตุการณ์ร้ายในวันนั้นมาได้

จากแค่ “เท้าบวม” กลายเป็นผู้ป่วยภาวะวิกฤต

เดิมที คุณมนัส สระทองพูล มีอาการเท้าบวมหลังกลับจากทำงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อตื่นนอนตอนเช้าวันถัดมาเท้าก็จะยุบ หลังจากมีอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง จึงเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคที่โรงพยาบาลท้องถิ่น โดยแพทย์ได้ทำการตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการให้วิ่งสายพาน หลังจากวิ่งเสร็จเรียบร้อย คุณมนัสมีอาการเหนื่อยผิดปกติ ผ่านไปห้านาทีแล้วก็ยังไม่หายเหนื่อย แพทย์จึงให้อมยาใต้ลิ้นและวินิจฉัยว่ามีอาการของโรคหัวใจ

แพทย์เสนอแนวทางการรักษาว่า ผู้ป่วยควรนอนโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจสวนหัวใจหรือที่นิยมเรียกว่าการฉีดสี เพื่อตรวจสอบว่าหลอดเลือดมีภาวะตีบแคบหรือตันหรือไม่ ซึ่งในเคสของคุณมนัสนั้นพบว่ามีภาวะลิ่มเลือดอุดตันแพทย์จึงทำการรักษา แต่อาการกลับทรุดหนักอย่างกะทันหัน

วินาทีสุดช็อก! เมื่อผ่าตัด...แล้วอาการกลับทรุดลง

ภรรยาของคุณมนัสเล่าว่า “เราเข้าไปเยี่ยมเขาหลังผ่าตัด แล้วก็เห็นสามีนอนตาเหลือกเหมือนจะสิ้นใจ พอถามแพทย์ว่าจะทำยังไงดี เขาก็ไม่สามารถให้คำตอบเราได้ ลูกสาวเลยตัดสินใจว่าจะย้ายพ่อไปรักษาที่อื่น เราลองโทรติดต่อไปหลายโรงพยาบาล บางที่ก็บอกว่าเตียงไม่ว่าง บางที่บอกว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์เขาไม่พร้อม จนมีโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่ยอมรับเคส เรามาถึงโรงพยาบาลตอนสี่ทุ่ม ซึ่งเกือบจะช้าเกินไปแล้ว ถ้าตัดสินใจมาที่นี่ตั้งแต่ช่วงเช้า สามีเราคงไม่เป็นหนักขนาดนี้ ตอนนี้มือเขาน่าจะยังสามารถใช้งานได้”

เมื่อวินิจฉัยแบบลงลึก...กลับพบว่า “การผ่าตัด” ไม่ใช่คำตอบ

รศ.นพ.สมบัติ มุ่งทวีพงษา อายุรแพทย์ระบบประสาท ศูนย์ระบบประสาทสมองและไขสันหลัง อธิบายถึงเคสผู้ป่วยรายนี้ว่า คุณมนัสเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมาถึงโรงพยาบาลพญาไท 2 ด้วยอาการโคม่า ผู้ป่วยอยู่ในภาวะสมองขาดเลือด ซึ่งหากมีลิ่มเลือดอุดตันจะต้องรักษาด้วยวิธีการลากลิ่มเลือดออกจากเส้นเลือดสมอง (Endovascular treatment Mechanical thrombectomy)

แต่เมื่อทำการตรวจอย่างละเอียดทางทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็พบว่า กรณีของคุณมนัสไม่จำเป็นต้องลากก้อนเลือดนั้นออกมา เพราะมันอาจจะหลุดไปแล้วหรือไม่มีการอุดตัน แต่ขณะนี้เกิดความผิดปกติที่ทำให้เลือดไม่ขึ้นไปเลี้ยงสมอง เคสนี้จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

หลังทำการรักษาแล้ว ทีมแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาพูดได้อีกครั้ง ขาสองข้างยังพอเดินได้ ยกเว้นแขนซึ่งเป็นตำแหน่งหลักของโรคยังไม่สามารถใช้การได้ แต่คาดว่าคงค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ หากได้รับการรักษาและทำกายภาพอย่างเหมาะสม ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจไม่แข็งแรงเท่าเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าฟื้นตัวเร็วและประสบความสำเร็จในการรักษามากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ความประทับใจ...จากใจผู้ป่วยและญาติ

ภรรยาคุณมนัสบอกเล่าความประทับใจที่มีต่อโรงพยาบาลพญาไท 2 ด้วยรอยยิ้มว่า “อุปกรณ์ทางการแพทย์ของที่นี่ทันสมัยมาก และผลการรักษาก็ดีกว่าที่คิดไว้ ทีแรกหมอบอกว่าสามีอาจจะพูดไม่ได้ แต่สุดท้ายเขาก็พูดได้ พักฟื้นไม่ถึงเดือนก็สามารถเดินได้แล้ว”

ด้านคุณมนัสรู้สึกขอบคุณคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรโรงพยาบาลพญาไท 2 เป็นอย่างมากที่ช่วยเหลือให้เขามีชีวิตรอดพ้นจากภัยเงียบอย่างโรคหัวใจ “ต้องขอขอบคุณอย่างมากจริงๆ ถ้าไม่มีโรงพยาบาลพญาไท 2 ผมคงไม่สามารถมานั่งพูดให้สัมภาษณ์ได้แบบนี้ อยากฝากไว้ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจเช่นเดียวกับผม ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ และถ้ามีอาการผิดปกติอย่ารอช้า เพราะโรคนี้อันตรายอย่างสุดซึ้ง ผมเองก็ยังไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอาการหนักขนาดนี้”


 

ติดต่อเพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ศูนย์สมองและระบบประสาท (Neurological Center)
โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 4 อาคาร A
โทร. 02-617-2444 ต่อ 7451 , 4484
วัน-เวลาทำการ: 08.00-20.00 น.