“กระดูกสันหลังทรุด” โรคที่ทุกคนไม่ควรนิ่งนอนใจ


คุณกนกวรรณ  จันทร์แฉล้ม อายุ 68 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว

เข้ารับการรักษาผ่าตัดกระดูกสันหลัง เมื่อวันที่ 19 – 28 พฤษภาคม 2562 (ผ่าตัด 24 พ.ค.62)

ดิฉันเข้ามารักษาที่รพ.พญาไท 3 มานานประมาณเกือบ 20 ปี แล้ว เนื่องด้วยบ้านอยู่ถนนกาญจนาภิเษก แต่เหตุผลที่เลือกเข้ามารักษา เพราะเข้ามาครั้งแรกแล้วประทับใจ รู้สึกมีความสุข จึงเลือกที่จะเข้ามารับบริการในครั้งถัดไป จนถึงปัจจุบันแม้ว่าจะย้ายที่อยู่ไปแถวนนทบุรี ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชม. ในการเดินทางมารพ. ก็ยังมีความตั้งใจเข้ามารักษาที่รพ.พญาไท 3 มาตลอด

ซึ่งการเดินทางมารพ.ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด เพราะปกติเป็นคนที่ดูแลสุขภาพทั้งการทานอาหารและออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันมีความสะดวกสบายในเรื่องของร้านอาหารการรับประทาน รวมถึงการออกกำลัง ระบบเผาผลาญในร่างกายก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ทราบว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องกระดูกไขสันหลังข้อที่ 4-5 เสื่อมมานานแล้ว สาเหตุของอาการที่เป็นอยู่เกิดจากการใช้ชีวิตด้วยการงานอาชีพของเรา ใช้ร่างกายอย่างไงถูกวิธี เช่น ยกของหนัก แบกของหนัก เป็นระยะเวลานาน ซึ่งตอนนั้นเราตั้งใจจะหาเงินอย่างเดียว ไม่สนใจในการดูแลสุขภาพจึงส่งผลให้กระดูกข้อที่หลังเสื่อมและเป็นรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดในครั้งนี้ อาการเจ็บปวด ก็มีเรื่อยๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้มีคนหลายคนให้คำแนะนำไปรักษาที่ รพ.อื่น แต่ยังทนได้ จึงยังไม่เข้าการรักษาเนื่องจากมีความกลัวจากการบอกเล่าของญาติ พี่น้อง เช่น วางยาแล้วอาจจะไม่ฟื้น ผ่าตัดแล้วจะเดินไม่ได้ ซึ่งเรายิ่งมีความกลัวว่า ถ้าเราผ่าแล้วเดินไม่ได้ เราไม่อยากจะเดินไม่ได้และเป็นภาระให้ลูกหลานหรือคนใกล้ชิด

จนกระทั่งมาวันหนึ่งขณะที่นอนอยู่บนเตียงใกล้จะหลับ เริ่มชา และปวด จากสะโพกไปปลายเท้า สักพักพยายามจะลุกเพื่อไปเข้าห้องน้ำแต่ไม่สามารถขยับตัวได้ จึงพยายามเรียกลูกสาวมาดู แล้วก็เริ่มคิดถึงโรคที่เป็นอยู่ว่าน่าจะเกิดจากกระดูกสันหลังทรุด ถ้าให้อธิบายความปวดว่าอยู่ในระดับใด ไม่สามารถบอกว่าอยู่แค่ระดับ 10 ได้ เพราะเจ็บมากที่สุด บอกได้ว่าเป็นระดับล้าน ถึงขั้นอยากตัดขาทิ้งไปเลย เรียกให้ลูกสาวโทรหา 1772 Phyathai Call Center เพื่อจะเข้าไปพบหมอ เพราะอาการเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนลูกๆ พาขึ้นรถและรีบพามาหาหมอที่ รพ.พญาไท 3 เพราะเรามีประวัติที่ รพ.อยู่แล้ว เมื่อมาถึง รพ.ตอนเช้ามืด ทางเจ้าหน้าที่ก็พาเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อให้การพยาบาลลดอาการเจ็บปวดที่ตัวเองเป็นอยู่ ในระหว่างนั้นทางพยาบาลห้องฉุกเฉินพยายามติดต่อ นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสาทศัลยศาสตร์และศัลยกรรมผ่าตัดกระดูกสันหลัง ให้เข้ามาวินิจฉัย แม้ว่าจะเป็นวันหยุดของคุณหมอเอง แต่พยาบาลได้ร้องขอให้คุณหมอธีรชัยเข้ามาดูให้ได้ ในระหว่างที่รอคุณหมอเข้ามาที่ รพ. ทางคุณหมอก็สั่งให้ทำ MRI เพื่อให้เมื่อเวลาคุณหมอมาจะได้วินิจฉัยได้เร็วขึ้น

ในระหว่างรอคุณหมอธีรชัย ทางทีมของโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามให้ยาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเราให้ได้มากที่สุด ยาทำได้เพียงบรรเทาให้ลดน้อยลง แต่ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป เมื่อคุณหมอธีรชัยเข้ามาดูผลจาก MRI ก็วินิจฉัยและมีข้อสงสัยว่าอาการที่เราเป็นดูค่อนข้างรุนแรงกว่าภาพจาก MRI จึงวางแผนการรักษาให้ลองทำกายภาพบำบัด ร่วมกับขอคำแนะนำจาก ผศ.นพ. นันตสรณ์ สิญจน์บุณยะกุล แพทย์หัวหน้าศูนย์ระงับปวด เพื่อลดอาการปวดด้วยการฉีดยา ซึ่งยาได้ช่วยลดปวดและช่วยในการวินิจฉัยว่าหากฉีดยาแล้วได้ผลดีแสดงว่าการวินิจฉัยตำแหน่งที่ปวดถูกจุด ซึ่งหลังจากฉีดยาอาการปวดก็หายไปแค่เพียง 48 ชั่วโมง ซึ่งหากให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านอีก 2 อาทิตย์ ก็เริ่มกังวลถึงชีวิตที่ต้องอยู่บ้านโดยที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ จึงปรึกษากับพยาบาลเพื่อหาแนวการรักษาร่วมกับแพทย์ ซึ่งคุณหมอธีรชัยก็เสนอให้ผ่าตัด ซึ่งแม้ว่าจะมีความกลัวการผ่าตัดอยู่ แต่ด้วยความเจ็บปวดที่เป็นอยู่ จึงทำให้ตัดสินใจผ่าตัดในครั้งนี้

หลังจากการผ่าตัดคุณหมอธีรชัยได้เข้ามาสอบถามอาการและเข้ามาดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อาการที่เป็นอยู่ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ทำให้เราคิดว่า รู้อย่างงี้ผ่านานแล้ว เพราะคำว่า “ปวด” ไม่มีกลับมาหาอีกเลย ^^