เคมีบำบัด…วิธีการรักษาโรคมะเร็งร้ายที่ไม่เพียงทำหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง แต่เคมีบำบัดยังสามารถส่งผลต่อเซลล์ปกติได้เช่นกัน ก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษา โดยระดับความรุนแรงของผลข้างเคียงจะแตกต่างกันออกไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับประเภทยาและการรักษาในแต่ละครั้ง ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจได้รับผลข้างเคียงรุนแรง ในขณะที่บางคนอาจไม่ได้รับผลข้างเคียงใดๆ โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของการรักษานั้น ส่วนมากมักเกิดขึ้นแบบชั่วคราวและสามารถจัดการได้ แต่หากผลข้างเคียงเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวางแผนการรักษาต่อไป
ลักษณะอาการที่เป็นผลข้างเคียงมาจากเคมีบำบัด
- ความรู้สึกเหนื่อยและไม่มีแรง
ความอ่อนเพลียความรู้สึกเหนื่อยและไม่มีแรง เป็นผลข้างเคียงของเคมีบำบัดที่พบบ่อยที่สุด ความอ่อนเพลียประกอบด้วยความรู้สึกอ่อนแรง เหนื่อย ง่วง เซื่องซึม สับสน หงุดหงิด ความอ่อนเพลียอาจเกิดขึ้นทันทีและการพักอาจไม่สามารถบรรเทาได้ คุณอาจยังมีความรู้สึกเหนื่อยเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนหลังจากสิ้นสุดรอบการรักษา
การรับมือกับอาการข้างเคียง
- พักผ่อนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่างๆ
- ให้คนอื่นช่วยคุณในบางกิจกรรม เช่น การซื้อของ การดูแลเด็ก การขับรถ และงานบ้าน
- หยุดงานสองถึงสามสัปดาห์ระหว่างหรือหลังจากที่คุณได้รับเคมีบำบัด หรือลดชั่วโมงการทำงานลง
- ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน และออกกำลังกายตามปกติของคุณ
- พยายามนอนให้มากขึ้นในตอนกลางคืน
- พยายามรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีสารอาหารครบถ้วน
แผลในปาก
ยาเคมีบำบัดบางอย่างอาจทำให้เกิดแผลในปาก เช่น แผลเปื่อยหรือการติดเชื้อ ซึ่งโอกาสการเกิดแผลในปากจะเพิ่มมากขึ้น ในกรณีที่ผู้ป่วยเคยได้รับหรือกำลังรับการรักษาด้วยการฉายรังสีที่ศีรษะ ลำคอ หน้าอก หรือกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันหรือเหงือก
การรับมือกับอาการข้างเคียง
- ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มเพื่อทำความสะอาดฟันสองครั้งต่อวัน ใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ ในช่องปาก
- ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากทั่วไปที่มีแอลกอฮอล์เพราะอาจทำให้ปากแห้งหรือระคายเคืองได้
- พยายามรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีสารอาหาร
- บางครั้งการอมน้ำแข็งขณะที่ฉีดยาสามารถช่วยลดแผลในปากได้
- จิบน้ำ และรับประทานอาหารอ่อน
- หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดหรือมีกรดเพราะจะทำให้เจ็บแผลในปากมากยิ่งขึ้น
เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรืออาเจียน
ความอยากอาหารจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อรับเคมีบำบัด บางครั้งอาจไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหาร หรืออาจไม่
รู้สึกชอบรับประทานอาหารที่คุณเคยชอบ
การรับมือกับอาการข้างเคียง
- รับประทานของว่างมื้อเล็กบ่อยๆ แทนอาหารมื้อใหญ่
- ดื่มเครื่องดื่มปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งหลังการรักษา และรับประทานน้ำแข็งหรือเจลลี่
- ปรับเรื่องมื้ออาหาร หากคุณรู้สึกหิวมากกว่าในช่วงมื้อเช้าให้รับประทานอาหารมื้อหลัก และรับประทานอาหาร เบาๆ เช่น ข้าวต้ม หรือธัญพืช เมื่อรู้สึกอยากรับประทานน้อยลง
- หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด รับประทานอาหารช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดเพื่อช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงกลิ่นที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้เพิ่มมากขึ้น เช่น กลิ่นอาหารหรือควัน
- แจ้งแพทย์ผู้รักษาให้สั่งยาแก้คลื่นไส้ เพื่อสำหรับรับประทานที่บ้านและควรรับประทานเป็นประจำ
ท้องผูกหรือท้องเสีย
ยาเคมีบำบัด ยาแก้ปวด และยาแก้คลื่นไส้บางอย่างอาจทำให้ท้องผูกหรือท้องเสีย กรณีที่ท้องผูกเกินสองถึงสามวัน ควรแจ้งแพทย์ที่ทำการักษา
การรับมือกับอาการข้างเคียง
- หากท้องผูก รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงให้มากขึ้น เช่น ขนมปังและพาสต้า ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักและผลไม้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยคลายลำไส้กรณีท้องผูก และช่วยแทนที่ของเหลวที่สูญเสียไปกรณีที่ท้องเสีย
- หากคุณท้องเสีย หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ซอสข้น ผลไม้ หรือผักสดที่มีเปลือกหรือเมล็ด
ผมร่วงและปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะ
ผู้ที่ได้รับเคมีบำบัดหลายรายกังวลเรื่องผมร่วง บางรายผมร่วงทั้งหมดอย่างรวดเร็วในขณะที่บางรายผมร่วงหลังจากรักษาหลายครั้ง และบางรายก็อาจผมร่วงเล็กน้อยหรือไม่ร่วงเลย
การรับมือกับอาการข้างเคียง
- รักษาความสะอาดของผมและหนังศีรษะโดยใช้แชมพูอ่อนๆ อย่างเช่น แชมพูสำหรับเด็ก
- ใส่ผ้าโพกหัวหรือผ้าคลุมศีรษะที่เป็นผ้าฝ้ายบางๆ
- หลีกเลี่ยงการดัดและย้อมผม ไดร์เป่าผม โรลม้วนผม และผลิตภัณฑ์ที่มีสารรุนแรง
- สวมผมปลอม วิก หมวก ผ้าคลุมศีรษะ หรือผ้าโพกหัว ที่ทำให้รู้สึกสบายและมั่นใจที่สุด
- หากขนตาร่วง ควรสวมแว่นหรือแว่นกันแดด เพื่อป้องกันดวงตาจากแสงแดดและฝุ่นระหว่างอยู่ข้างนอก
- หวีหรือแปรงผมเบาๆ โดยใช้หวีขนาดใหญ่หรือแปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม
- หากคุณวางแผนซื้อวิก ควรเลือกซื้อในช่วงแรกของการบำบัดเพื่อให้สามารถจับคู่สีและสไตล์กับผมของคุณได้
ผิวหนังคันและปัญหาผิวหนังอื่นๆ
ผิวอาจคล้ำลง ลอก หรือแห้งและคันเมื่อรับยาเคมีบำบัด ทั้งยังไวต่อแสงแดดมากขึ้น จึงควรทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันแสงแดดได้ระดับสูง(เอสพีเอฟ 30+) พร้อมทั้งสวมหมวกและเสื้อผ้าป้องกันแสงแดด
การรับมือกับอาการข้างเคียง
- ใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวสำหรับอาบน้ำ
- ใช้โลชั่นหรือครีมให้ความชุ่มชื้นเพื่อไม่ให้ผิวแห้ง
- สวมเสื้อผ้าหลวมๆ ไม่คับแน่นจนเกินไป
